ชื่อหนังสือเป็นภาษาอังกฤษตัวใหญ่ Erich Fromm ไม่สะดุดใจผม เท่าชื่อภาษาไทยตัวเล็กๆ ศิลปะการใช้ชีวิตอย่างสร้างสรรค์ (ร.ศ.วิทยากร เชียงกูล เรียบเรียง แสงดาวพิมพ์ พ.ศ.2567)อีริค ฟรอมม์ (ค.ศ.1900-1980) นักจิตวิทยาแนวสังคมนิยม นักคิดนอกกรอบ เป็นพวกนักแก้ไขปรับปรุง ทั้งทฤษฎีแนวคิดของฟรอยด์ และมาร์กซ์ผมตั้งใจอ่าน และค่อยๆทำความเข้าใจ บทที่ 1 ความต้องการของมนุษย์และบรรทัดฐานทางสังคมมนุษย์เลือกเป้าหมายและแบบวิถีชีวิตอย่างไร เรื่องแรกที่มนุษย์เราควรทำความเข้าใจ คือมนุษย์มีแบบวิถีการดำรงชีวิตของมนุษย์ 2 แบบ ที่แตกต่างกัน1.แบบวิถีชีวิตที่เน้นการเป็นเจ้าของทรัพย์สินต่างๆ และ 2.แบบวิถีชีวิตที่เน้นการทำกิจกรรมในชีวิตมนุษย์แต่ละคนอาจจะมีชีวิตทั้งสองแบบผสมผสานกันอยู่ แต่มักจะมีแบบใดแบบหนึ่งเด่นกว่าอีกแบบหนึ่ง แบบวิถีชีวิตแต่ละแบบนั้น มีผลต่อสุขภาวะของมนุษย์แตกต่างกันแบบหลังนั้นแตกต่างและดีกว่าแบบแรกมากการจะช่วยให้มนุษย์มีความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ขึ้น มนุษย์จะต้องเลือกการก้าวข้ามแบบวิถีชีวิตที่มีศูนย์กลางอยู่ที่การเป็นเจ้าของทรัพย์สินต่างๆไปสู่แบบวิถีชีวิตที่มีศูนย์กลางอยู่ที่ความรัก การคิดอย่างมีเหตุผลและกิจกรรมสร้างสรรค์ก้าวข้ามความเห็นแก่ตัวและความหลงตัวเอง ไปสู่การสามัคคีและการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ผู้อื่นเรื่องที่ 2 คือเรื่องขั้นตอนในการปฏิบัติตนที่จะช่วยให้มนุษย์เราเตรียมตัวที่จะพัฒนาไปสู่ความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ขึ้น เราควรจะเริ่มต้นด้วยการตั้งคำถาม และตอบตัวเราเองว่า เป้าหมายของการดำเนินชีวิตคืออะไร?ชีวิตมีความหมายอย่างไรสำหรับเรา?โดยวิวัฒนาการของธรรมชาติ สิ่งมีชีวิตทุกสิ่ง ทั้งสัตว์และมนุษย์ต่างต้องการมีชีวิตอยู่ อาจมีข้อยกเว้นเฉพาะสำหรับมนุษย์บางคน ที่มีความเจ็บปวดหรือมีอารมณ์ผูกพันที่รุนแรงในบางเรื่องไม่ว่ารัก เกลียด ความหยิ่ง ความจงรักภักดี ศรัทธา ที่อาจนำไปสู่การฆ่าตัวตาย หรือการพลีชีวิตได้แต่นั่นเป็นข้อยกเว้นสำหรับคนส่วนน้อยเท่านั้น คนส่วนใหญ่ต่างต้องการมีชีวิตอยู่โดยไม่จำเป็นที่เราจะต้องมาตั้งและตอบคำถามพื้นๆว่าทำไมเราจึงต้องการมีชีวิตอยู่คำถามที่อาจจะทำให้มนุษย์แต่ละคนให้คำตอบแตกต่างกันไป คือ เราต้องการมีชีวิตอย่างไร เราแสวงหาอะไรจากชีวิต อะไรที่ทำให้ชีวิตของเรามีความหมาย?บางคนอาจตอบว่า เราต้องการความรัก บางคนเลือกอำนาจ บางคนเลือกความมั่งคั่ง ความมั่นคง ความเพลิดเพลิน และความสะดวกสบายจากประสาทสัมผัส ชื่อเสียง การยอมรับ หรืออาจจะหลายๆอย่างที่กล่าวมารวมกันส่วนใหญ่เราอาจจะตอบแบบกว้างๆคล้ายกันว่า เขาต้องการความสุขแต่ความหมายของความสุขขึ้นอยู่กับว่ามนุษย์เราเข้าใจธรรมชาติของความต้องการของมนุษย์อย่างไร?ท่านผู้อ่านครับ...ผมอ่านและพิมพ์ตามมาถึงตอนนี้ ถึงหน้าที่ 7 บทที่ 1 แต่ไม่มีพื้นที่คอลัมน์ที่จะพิมพ์ต่อจึงทำได้แค่บอกท่าน นี่คือหนังสือเล่มที่ผมอ่านอย่างเร้าระทึกใจทุกบรรทัด อยากให้ไปหาหนังสืออ่านกันต่อให้จบบทสุดท้าย ตอนหนึ่งจากคำนำสำนักพิมพ์ ศิลปะไม่ใช่อยู่แค่การแพทย์ วิศวกรรม การวาดภาพ เท่านั้น การใช้ชีวิตของมนุษย์เองคือศิลปะอย่างหนึ่ง ที่สำคัญที่สุด ยาก และซับซ้อนที่สุดเท่าที่มนุษย์จะปฏิบัติได้อ่านหนังสือเล่มนี้ให้จบ แล้วเราค่อยหันหน้ามาคุยกัน ชีวิตเราแต่ละคนมีศิลปะมากน้อย เหมือนกันและไม่เหมือนกันแค่ไหนอย่างไร?กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม