“ภูมิธรรม” เผยโผ ครม. “แพทองธาร” ยังไม่เรียบร้อย พรรคร่วมฯยังส่งชื่อ รมต.ไม่ครบดี โยนบางพรรคชื่อยังไม่มาต้องรับผิดชอบกันเองยิ้มชื่อโผล่ควบ รมว.กลาโหม “พรหมินทร์” ส่งหนังสือ ขีดเส้นพรรคร่วมฯส่งชื่อว่าที่ รมต.อย่างเป็นทางการให้จบภายในต้นสัปดาห์หน้า “อิ๊งค์” ยกคณะเยี่ยม วัดภูมินทร์ เมืองน่าน เจ้าคณะอำเภอชมเป็นนายกฯไม่เต็มร้อยลุยงานเต็มสูบแล้ว ฝากฝัง “ชลน่าน” รองนายกฯจากน่าน “ธรรมนัส” ไม่ซีเรียสอยู่ต่อหรือ แยกทาง “ลุงป้อม” ลั่นขออยู่กับคนเคมีตรงกัน “อรรถวิชช์” กางกฎหมายอุ้ม “ขิง” คุณสมบัติครบนั่ง รมต.แจงไปให้ปากคำคดีมาตรา 112 ของ “ทักษิณ” ตามหน้าที่ โผ พท.ขยับเล็กน้อย ฝ่ายการเมืองขอมีเสียงโหวตในสภากลาโหม จับตาตั้ง “บิ๊กเล็ก” นั่ง รมช.กห.สลับเก้าอี้ “สรวงศ์” “มาริษ” ลุ้นอยู่ต่อ หรือพ้นเก้าอี้ ผู้มีอำนาจตั้งรัฐบาลกังวลคุณสมบัติ “เฉลิมชัย” สุ่มเสี่ยงมีปัญหาจากกรณีปัญหาภายในของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ที่แบ่งขั้วเป็นสองฝ่าย ต่างคนต่างเสนอรายชื่อรัฐมนตรีเข้าร่วมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในรัฐบาลน.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ล่าสุดพรรคเพื่อไทย (พท.) แกนนำรัฐบาลได้ส่งสัญญาณให้พรรคร่วมรัฐบาล ต้องหาข้อสรุปที่ชัดเจนว่าจะส่งรายชื่อบุคคลใดเข้าร่วมเป็นรัฐมนตรีภายในต้นสัปดาห์“อ้วน”เผยรายชื่อ ครม.ยังส่งไม่ครบเมื่อเวลา 13.20 น. วันที่ 24 ส.ค. ที่ จ.น่าน นายภูมิธรรม เวชยชัย ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ยังไม่เรียบร้อย อยู่ระหว่างขั้นตอนการรวบรวมชื่อ ยังไม่ครบ ความชัดเจนต้องรอให้มีการโปรดเกล้าฯ เมื่อถามว่าต้องเร่งให้แต่ละพรรคส่งชื่อหรือไม่ เพราะขณะนี้ปัญหาประชาชนรออยู่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า ไม่ได้รอ เร่งอยู่แล้ว เพราะเราต้องการให้จบเร็ว ถ้าดูจากไทม์ไลน์สามารถควบคุมได้ทั้งหมด หรืออย่างบางพรรคที่รายชื่อยังไม่มา เป็นเรื่องที่ต้องรับผิดชอบกันเอง เมื่อถามย้ำว่าขณะนี้รายชื่อทุกพรรคการเมืองมาครบแล้วหรือยัง นายภูมิธรรมกล่าวว่า ยังไม่ครบดี เมื่อถามต่อว่าขาดพรรคไหน นายภูมิธรรมกล่าวว่า มีบางส่วนยังไม่ได้เลย ต้องถาม นพ.พรหมมินทร์ เลิศสุริย์เดช อดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และเลขาธิการคณะรัฐมนตรีบอก พท.มีคนเยอะกว่าตำแหน่งเมื่อถามถึงในส่วนของพรรคเพื่อไทย (พท.) รายชื่อส่งครบแล้วหรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า พรรคพท.อยู่ในกระบวนการที่กำลังดูกันอยู่ เมื่อถามต่อว่าสาเหตุเป็นเพราะคนเยอะกว่าตำแหน่งใช่หรือไม่ นายภูมิธรรมยอมรับว่า คนเยอะกว่าตำแหน่ง และเราต้องระมัดระวัง บางคนที่เราเสนอชื่อไปแล้ว อาจมีปัญหาได้ในเชิงจริยธรรม ซึ่งคำนี้ตีความได้กว้างมาก เมื่อต้องตีความกว้างก็ต้องเอาคนที่เหมาะสม ส่วนใครที่จะได้หรือไม่ได้ที่พวกเราเข้าใจกันได้อยู่แล้วกั๊กยังไม่รู้ควบ รมว.กลาโหมหรือไม่เมื่อถามว่ามีชื่อไปนั่ง รมว.กลาโหม นายภูมิธรรมถึงกับยิ้มพร้อมกล่าวว่า “ผมก็ได้ฟังจากกระแสข่าวตั้งแต่เป็นรองนายกฯควบ รมว.กลาโหม เป็นรองนายกฯอย่างเดียว ดูความมั่นคง เป็นรองนายกฯควบ รมว.พาณิชย์ พรุ่งนี้ก็ยังไม่รู้ว่าจะมีอะไรอีก ต้องฟังนักข่าวเพราะหูดี ได้ฟังอะไรต่างๆมา” เมื่อถามว่าถ้าอยู่กระทรวงกลาโหมแล้วทำงานได้หรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า ไม่ว่าอยู่ที่ไหนเราก็ต้องศึกษางาน รัฐมนตรีก็ทำหน้าที่บริหาร และประสานงานกับคนที่เราต้องทำงานด้วย ดังนั้น จะทำงานที่ไหนก็ได้ ทุกคนในพรรคต่างก็มีความรู้ความสามารถ เมื่อถามต่อว่า แล้วได้ศึกษางานของกระทรวงกลาโหมแล้วหรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า ยังไม่ได้ศึกษา เพราะยังไม่รู้ว่าจะต้องไปที่นี่ “อิ๊งค์”ยกคณะเยี่ยมวัดภูมินทร์เมื่อเวลา 13.30 น. น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) พร้อมนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกฯและนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย เดินทางไปที่วัดภูมินทร์ อ.เมืองน่าน ติดตามความเสียหายของวัดจากเหตุน้ำท่วม หลังน้ำลดลงเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว โดยพระครูศิรินันทวิทย์ เจ้าคณะอำเภอเมืองน่าน ผู้รักษาการเจ้าอาวาสวัดภูมินทร์ รอต้อนรับ ก่อนเข้าอุโบสถ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว สส.น่าน อธิบายถึงความสำคัญของวัดภูมินทร์ ระบุว่าหากลอดซุ้มพญานาค วัดภูมินทร์จะได้กลับมาอีก นพ.ชลน่านถามนายอนุทินว่าจะมาลอดซุ้มพญานาคด้วยหรือไม่ นายอนุทินพูดติดตลกว่ามาขอร่วม ครม.ด้วย ทำให้ น.ส.แพทองธารถึงกับบอกว่า “คนนี้เขามุกเยอะ”พระชมยังไม่เต็ม 100 ลุยงานแล้วจากนั้นเจ้าคณะอำเภอได้นำคณะเข้าไปกราบพระประธานภายในอุโบสถ ก่อนเจ้าคณะฯจะกล่าวกับ น.ส.แพทองธารว่า ขอแสดงความชื่นชมยินดีและให้กำลังใจนายกรัฐมนตรี แม้ตอนนี้จะยังไม่เต็ม 100 แต่นายกฯห่วงประชาชนเดินทางมาถึงที่หลวงพ่อขออาราธนาสาธุด้วย และขอให้กำลังใจท่านนายกฯ จากนั้นเจ้าคณะอำเภอได้มอบองค์พระประธานจำลองให้ น.ส.แพทองธาร และขอให้มีความหนักแน่น มั่นคง และมีสติในการดำรงชีวิตฝากฝังรองนายกฯจากน่านเจ้าคณะอำเภอยังกล่าวว่า วัดภูมินทร์สร้างมา 428 ปี เก่าแก่ เมื่อวานนี้น้ำเต็มพื้นที่ เสียหายเล็กน้อย เมื่อพูดถึงจุดนี้ เจ้าคณะฯได้พูดกับ น.ส.แพทองธาร พร้อมหันไปทาง นพ.ชลน่านว่า “ยังไงฝากท่านรองนายกฯด้วยนะ”ทำให้ นพ.ชลน่านถึงกับก้มลงกราบ ขณะที่ น.ส.แพทองธารได้แต่ยิ้ม จากนั้น น.ส.แพทองธารพร้อมคณะเดินดูรอบพระอุโบสถ และให้ความสนใจภาพกระซิบรักบรรลือโลก ทั้งนี้นพ.ชลน่านเชิญไปดูภาพฝาผนังเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมและอธิบายว่าหากเป็นผู้พิพากษาแล้วตัดสินผิด เมื่อตายไปจะตกนรก แล้วต้องนั่งทับอัณฑะตัวเองที่มีขนาดใหญ่ เนื่องจากความไม่เป็นธรรมในการตัดสินคดีความ พร้อมหันไปแซวนายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ประธานวิปรัฐบาล ห้ามถ่ายรูปนี้ไปประกอบการอภิปราย ญัตติตรวจสอบจริยธรรมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ธรรมนัส พรหมเผ่า“ธรรมนัส” ไม่ซีเรียสอยู่หรือแยกทางที่ อ.สอง จ.แพร่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ระหว่างลงพื้นที่ ช่วยผู้ประสบอุทกภัยถึงความชัดเจนการร่วมงานกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะหัวหน้าพรรค พปชร. หรือจะแยกไปทำการเมืองกับพรรคอื่นว่า ไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องการเมือง แต่ให้ความสำคัญกับการทำหน้าที่ที่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนให้เข้ามาเป็นสส.พะเยา สิ่งที่ต้องทำคือเอาประชาชนเป็นหลัก ไม่เล่นการเมืองมากกว่าการบ้าน คือการทำงานเพื่อชาติบ้านเมืองและประชาชน จึงไม่ซีเรียสเรื่องนี้ ขอย้ำว่าไม่ทะเลาะกับใคร ทั้งกับหัวหน้าพรรค พปชร.หรือคณะกรรมการบริหารพรรค พปชร. โดยเลือกอยู่อย่างสงบและทำงานของตัวเองให้ดีที่สุดออกปากขออยู่กับคนเคมีตรงกันผู้สื่อข่าวถามว่าได้วางแผนหรือไม่ว่าจะไปอยู่กับพรรคใด ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า “การเมืองไม่มีอะไรแน่นอน วันนี้อยู่ที่นี่ พรุ่งนี้อาจจะไปอยู่อีกที่หนึ่ง ขึ้นอยู่ที่เคมีและอุดมการณ์ตรงกัน คือทำเพื่อชาติบ้านเมือง” เมื่อถามว่าจะไม่กลับไปอยู่กับพรรค พปชร.ใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า การเมืองอย่าไปคาดหวังว่า 1+1 เป็นสอง เพราะการเมืองไม่ใช่ทฤษฎีเลขคณิตรทสช.อุ้ม “ขิง” แจงคดี 112 ทำตาม ก.ม.นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ฝ่ายกฎหมายพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าวถึงกรณีข่าวนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรค รทสช.ไปให้ปากคำในคดีมาตรา 112 ของนายทักษิณ ชินวัตร และอาจจะขาดคุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรีว่า กรณีการให้ปากคำในคดีมาตรา 112 สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีหมายเรียกนายเอกนัฏไปให้ปากคำ จึงเป็นหน้าที่ตามกฎหมาย ที่จะต้องไปให้ปากคำแก่พนักงานสอบสวนตามข้อเท็จจริง ไม่ใช่การที่นายเอกนัฏเสนอตัวไปให้การเอง และเกิดขึ้นช่วงต้นปีไม่ใช่ในช่วงเวลานี้ จึงไม่เกี่ยวข้องกับการต่อรองตำแหน่งใด อัยการสั่งฟ้องคดีไปแล้ว อยู่ในชั้นศาลที่จะตัดสินตามกระบวนการยุติธรรมมั่นใจคุณสมบัติ รมต.ครบตาม รธน.นายอรรถวิชช์กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีคุณสมบัติบุคคลจะขึ้นเป็นรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญ ถ้ายึดตามกฎหมายป วิ.อาญามาตรา 15 ประกอบกฎหมายวิ.แพ่ง มาตรา 145 วรรค 1 ที่มีหลักว่า “คำพิพากษาหรือคำสั่งให้ถือว่าผูกพันคู่ความในกระบวนพิจารณาของศาลที่พิพากษาหรือมีคำสั่ง นับตั้งแต่วันที่ได้พิพากษาหรือมีคำสั่ง จนถึงวันที่คำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นได้ถูกเปลี่ยนแปลง แก้ไข กลับ หรืองดเสีย ถ้าหากมี” ศาลอุทธรณ์ได้มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 27 มิ.ย. 2567 ที่ผ่านมายกฟ้องนายเอกนัฏแล้ว เมื่อดูตามข้อกฎหมายเบื้องต้นหมายความว่า หากยังไม่มีคำพิพากษาของศาลฎีกาเห็นเป็นอย่างอื่นออกมา นายเอกนัฏถือเป็นผู้บริสุทธิ์และไม่เคยต้องคำพิพากษาจำคุกมาก่อน ส่วนตัวเห็นว่าคุณสมบัติของนายเอกนัฏไม่มีปัญหา ทั้งยังมีการตรวจสอบของสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี และคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจสอบอีก คาดว่าจะชัดเจนเร็วๆนี้ จึงเห็นว่าข้อกฎหมายชัดเจนว่านายเอกนัฏเป็นรัฐมนตรีได้โผ พท. “เสริมศักดิ์” ไม่ได้ไปต่อผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทย (พท.) ว่า ความคืบหน้าการตั้ง ครม.มีความชัดเจนเพิ่มขึ้นมาโดยลำดับ ค่อนข้างชัดเจนว่าจะมีรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่ง 4 คน เข้า 4 คน คนที่หลุดคือนายสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม นายเกรียง กัลป์ตินันท์ รมช.มหาดไทย นายจักรพงษ์ แสงมณี รมต.ประจำสำนักนายกฯ และนายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา แม้ยังมีความพยายามประสานเพื่อขอให้ได้อยู่ใน ครม.ต่อ แต่พรรค พท.ต้องการให้มีการขับเคลื่อนกระทรวงการท่องเที่ยวโดยคนรุ่นใหม่ จึงมีชื่อจะถูกส่งไปเป็น รมว.กลาโหม ก่อนหน้านี้ กระทั่งมีความชัดเจนว่านายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ จะได้นั่งรองนายกฯควบ รมว.กลาโหม ส่วนรายชื่อที่เข้ามาใหม่คือ นายสรวงศ์ เทียนทอง เลขาธิการพรรค พท. นายชูศักดิ์ ศิรินิล สส.บัญชีรายชื่อ มือวาง รมต.ประจำสำนักนายกฯดูแลด้านกฎหมาย นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน ที่จะได้ไปนั่ง รมว.พาณิชย์ น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ สส.กทม.จะไปเป็น รมช.มหาดไทยรมว.กต.ยังคาบลูกคาบดอกผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ รมว.ต่างประเทศ แม้นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รมว.ต่างประเทศ มีกระแสข่าวจะได้อยู่ต่อ แต่ยังมีโอกาสเปลี่ยนแปลง เนื่องจากพรรค พท.มีความจำเป็นที่ต้องตั้ง รมช.กลาโหม เข้ามาร่วมบอร์ดสภากลาโหม เพื่อให้มีเสียงโหวตของฝ่ายการเมืองในการพิจารณาแต่งตั้งผู้บัญชาการ เหล่าทัพ ทำให้ชื่อของ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขานุการ รมว.กลาโหม ยังอยู่ในกระแสอาจได้มาเป็น รมช.กลาโหม แต่ยังไม่ชัดเจนว่าจะอยู่ในโควตาพรรคใด หากเข้ามาจริงอาจต้องเกลี่ยตำแหน่งกันใหม่ จะส่งผลต้องขยับนายสรวงศ์ ที่ถูกวางตัวไว้ให้เป็น รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อผลักดันงานด้านซอฟต์พาวเวอร์ อาจต้องไปเป็น รมว.ต่างประเทศแล้วสลับตำแหน่งกันอีกครั้ง“หมอมิ้งค์” จี้พรรคร่วมฯส่งชื่อทางการผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ส่วนการตรวจสอบคุณสมบัติว่าที่รัฐมนตรี นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช อดีตเลขาธิการนายกฯ ได้มีหนังสือไปถึงพรรคร่วมรัฐบาล ที่ส่งประวัติเบื้องต้นของผู้ถูกเสนอชื่อมาเป็นรัฐมนตรีกันแล้วแต่ยังมีชื่อเกินโควตาอยู่ ให้แต่ละพรรครีบจัดการปัญหาภายใน แล้วส่งรายชื่อผู้ที่เสนอเป็นรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการกลับเข้ามาโดยเร็วในต้นสัปดาห์หน้า เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป เฉลิมชัย ศรีอ่อนปชป.ยันส่งชื่อ “เฉลิมชัย-เดชอิศม์”ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) หลังนายทักษิณ ชินวัตร บิดาของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ เปิดทางให้พรรค ปชป.เข้าร่วมรัฐบาล นายเดชอิศม์ได้ประสานโดยตรงกับนายทักษิณ ยึดดีลเดิมที่เคยรับปากที่ฮ่องกง โดยพรรค ปชป.เสนอชื่อบุคคลให้ตรวจสอบประวัติไป 2 ชื่อ คือนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรค ปชป. กับนายเดชอิศม์ ตามเหตุผลว่าหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรค ต้องได้รับตำแหน่งก่อน ไม่มีการเสนอชื่อบุคคลสำรอง แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่มีการ เทียบเชิญมาถึงแกนนำพรรค ปชป. เพียงแต่รับปากเป็นการภายในว่าพรรค ปชป. จะได้ 2 เก้าอี้คือ 1 รมว. 1 รมช.ผู้มีอำนาจกังวลคุณสมบัติ หน.ปชป.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อย่างไรก็ตาม ผู้มีอำนาจในการจัดตั้งรัฐบาลมีข้อกังวลเกรงว่าคุณสมบัติของหัวหน้าพรรค ปชป.อาจมีปัญหา เสี่ยงไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติเป็นรัฐมนตรีด้านจริยธรรม จากกรณีการปราศรัยหาเสียงที่มีทั้งคลิปภาพเสียงและคำให้สัมภาษณ์สื่อ ที่ประกาศเลิกเล่นการเมืองถ้าพรรค ปชป.ได้ สส.ต่ำกว่า 52 คน หากมีคนนำเรื่องไปร้องต่อองค์กรอิสระ จะกระทบต่อเสถียรภาพรัฐบาลในอนาคต จึงสนใจไปที่นายชัยชนะ เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช และรองหัวหน้าพรรคดูแลภาคใต้ ขึ้นมา ที่เป็นแกนนำพรรคคนรุ่นใหม่ แต่แกนนำพรรค ปชป.ไม่ได้ส่งชื่อนายชัยชนะไป หากนายเฉลิมชัยไม่ผ่านการตรวจสอบ พรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลจะแจ้งถึงพรรค ปชป.ให้ส่งชื่อบุคคลอื่นไปแทนภายหลัง อยู่ที่พรรค พท.ว่าผู้จัดการรัฐบาลจะตอบรับรายชื่อรัฐมนตรีที่พรรค ปชป.ส่งไปหรือไม่“วิโรจน์” ยักไหล่ “ทักษิณ” ลั่นทวงแชมป์นายวิโรจน์ ลักขณาอดิสร สส.บัญชีรายชื่อพรรค ประชาชน (ปชช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เชื่อว่า น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ จะปลอดภัยจากรัฐประหาร 100 เปอร์เซ็นต์ รวมถึงเลือกตั้งครั้งหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) จะกลับมา ชนะเป็นที่ 1 ว่า เรามีความประสงค์ตรงกัน ไม่อยากเห็นประเทศเกิดการรัฐประหารอีกแล้ว และหนทางที่เป็นไปได้ที่สุด และวัดความจริงใจคือการร่วมกันแก้ไข พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม ให้การบริหารกองทัพ อยู่ภายใต้รัฐบาลพลเรือน ส่วนเรื่องเลือกตั้งครั้งหน้า พรรค พท.จะกลับมาชนะที่ 1 นั้น เป็นเรื่องดีถ้าแข่งขันกันที่นโยบาย และผลงาน อย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม ภายใต้การแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นฉบับประชาชน เราไม่ติดขัดอยู่แล้ว ต่างฝ่ายต่างนำเสนอนโยบายแข่งกันทำงานผลดีเกิดกับประชาชน ดีมากเลย ถ้าจะมาแข่งขันกันอย่างแฟร์ๆขุด “ปู” โอ๋ “บิ๊กตู่” สารพัดยังโดน รปห.เมื่อถามว่า นายทักษิณ มั่นใจไม่มีรัฐประหาร 100% โดยข่าวการจัดโผ ครม.ที่ผ่านมา ในส่วนเก้าอี้กลาโหม มีการพูดถึงโควตาของลุงตู่ มีการพูดถึงบิ๊ก และ เสธ.บางคน อยู่เลย มองกรณีนี้อย่างไร นายวิโรจน์ กล่าวว่า ข่าวเรื่องปรับ ครม.ตนไม่ทราบ แต่ถ้าการ แก้ปัญหาที่โครงสร้างที่การแก้ไข พ.ร.บ.ระเบียบราชการ กลาโหม เราเชื่อว่า สิ่งนั้นจะเกิดขึ้นได้จริง และเรา ยินดีที่จะร่วมมือกัน แต่ถ้าเกิดวิธีการที่นายทักษิณ จะใช้นั้น ใช้วิธีการดีล การศิโรราบกับกลุ่มอำนาจเดิม ศิโรราบกับกลุ่มบุคคลผู้ที่เคยทำรัฐประหาร โดยต่อรอง หยิบยื่นผลประโยชน์ หยิบยื่นตำแหน่งให้กับคนสนิท ของคนที่เคยก่อรัฐประหารหรือไม่ อย่างไร คุณจะเชื่อใจได้อย่างไรว่า 100% จะไม่มีการทำรัฐประหาร เพราะในสมัย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ก็ตามใจทั้งเรื่องตำแหน่งและงบประมาณให้กับ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกฯ อดีต รมว.กลาโหมและอดีต ผบ.ทบ.เรียกว่า ไม่เคยขัดใจเลยแม้แต่เรื่อง เดียว ยังถูกทำรัฐประหารเลย ดังนั้นการที่มั่นใจ 100% เรามั่นใจได้ แต่ไม่ใช่จากการดีลและจากการศิโรราบ และการหยิบยื่นผลประโยชน์ให้กับกลุ่มคนที่เคยก่อรัฐประหาร มันร้อยเปอร์เซ็นต์ไม่ได้ เพราะเคย พิสูจน์มาแล้วในรัฐบาลยิ่งลักษณ์หยันชัยชนะจากศิโรราบตระบัดสัตย์นายวิโรจน์กล่าวอีกว่า เหมือนกันกับกรณีนายทักษิณบอกว่า กลับมาชนะที่ 1 แน่ มันหมายความว่า รัฐบาลที่ประชาชนเลือกมาเป็นเสียงข้างมาก เพื่อได้จัดตั้งรัฐบาลตามเจตจำนงที่ประชาชนมอบให้ แต่สิ่งเหล่านั้นมันจะไม่เกิดขึ้นเลย ถ้ารัฐธรรมนูญไม่เป็นรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน องค์กรอิสระไม่ได้ ถูกชำระสะสาง ให้มีอำนาจที่ได้สัดส่วนกลไกการตรวจสอบถ่วงดุลที่เหมาะสม สุดท้ายกติกาที่สูงที่สุดอย่างรัฐธรรมนูญยังคงเป็นมรดกบาปของ คสช.คุณจะมั่นใจได้อย่างไรว่าจะชนะร้อยเปอร์เซ็นต์ ต้องถามก่อนว่า ชัยชนะที่มาจากการตระบัดสัตย์ ชัยชนะที่มาจากการศิโรราบ อย่างนี้ไม่เรียกว่าการชนะ แต่เรียกว่าการกอบโกยอำนาจโดยไม่เห็นหัวประชาชน มันเป็นชัยชนะของคุณ แต่ไม่ใช่ชัยชนะของประชาชน แต่ความหมายของคำว่าชัยชนะของพรรคประชาชนคือ ต้องเป็นชัยชนะของประชาชนด้วย มันจะเป็นชัยชนะเช่นนั้นได้ ต้องมาจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นฉบับของประชาชน ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ“เท้ง” ดันงบฯสถานีวัดฝนสู้น้ำท่วมวันเดียวกัน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้า พรรคประชาชน (ปชช.) โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุข้อเสนอเชิงนโยบาย การจัดการน้ำป่า น้ำอิง น้ำโขง ต่อปัญหา น้ำท่วม จ.เชียงรายว่า จากการลงพื้นที่ อ.เวียงแก่น อ.ขุนตาล และ อ.เทิง เมื่อวันที่ 23 ส.ค. พบว่าแต่ละ พื้นที่มีลักษณะปัญหาแตกต่างกัน อาทิ ที่ อ.เวียงแก่น น้ำป่าไหลหลาก บริเวณนั้นยังขาดสถานีโทรมาตร วัดน้ำฝนที่ทั่วถึง (ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ต้องไปตรวจวัดเอง เลยมักตั้งในที่ราบ) นอกเหนือจากระบบการแจ้งเตือนภัย Cell Broadcast ที่มีการตั้งงบฯเข้ามาในปี 67 แล้ว การจัดสรรงบฯ เพื่อตั้งสถานีมาตรวัดน้ำฝนบนพื้นที่ป่าเขามีส่วนสำคัญ เราต้องเข้าไปผลักดันร่วมกันต่อไป ส่วนที่ อ.ขุนตาลและ อ.เทิง เป็นปัญหาเชิงระบบการจัดการลุ่มน้ำโขงที่เกี่ยวพันกับสัญญาซื้อขายไฟฟ้า แผนพลังงานแห่งชาติ และประเทศเพื่อนบ้าน (สปป.ลาว) ที่ อ.ขุนตาล และ อ.เทิง สถานการณ์น้ำท่วมขณะที่ผมไปยังค่อนข้างวิกฤติจี้เปิดเวทีจัดการลุ่มน้ำเป็นระบบหัวหน้าพรรคประชาชนระบุอีกว่า เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับวิธีการบริหารจัดการลุ่มน้ำร่วมกัน นอกเหนือจากขุดลอกคูคลองท้องน้ำให้ลึก ให้น้ำระบายได้เร็ว เป็นข้อเสนอเชิงนโยบายภาพเล็กแล้ว ภาพกลาง เช่น การหาพื้นที่รับน้ำ (แก้มลิง) ควรศึกษาไว้รับมือกับน้ำท่วมในอนาคต ส่วนภาพใหญ่การจัดการลุ่มน้ำโขง ที่ได้เสียงสะท้อนจากชาวบ้านในพื้นที่ ต่อข้อห่วงใยในโครงการสร้างเขื่อนปากแบงใน สปป.ลาว เอกชนเซ็นสัญญาสร้างเขื่อน และแผนการรับซื้อพลังงานไฟฟ้ากลับมาประเทศไทยเรียบร้อย เหลือขั้นตอนสุดท้ายการฟังความคิดเห็นผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ชาวบ้านห่วงว่าหากเขื่อนปากแบงสร้างเสร็จอาจเกิดน้ำท่วมบริเวณนี้หนักขึ้นไปอีก โดยเฉพาะ อ.เวียงแก่น ติดกับ สปป.ลาว และเอกชนยังไม่มีการพูดถึงค่าชดเชยจากผลกระทบต่อสายน้ำหลักและสายน้ำรองหลังจากการสร้างเขื่อน น้ำท่วมหลายจังหวัดภาคเหนือครั้งนี้ ขอให้หน่วยงานส่วนกลางและส่วนภูมิภาคเร่งสนับสนุนการทำหน้าที่ช่วยเหลือของ อปท.ชุมชนและเครือข่ายอาสาสมัครในพื้นที่เข้าช่วยเหลือเยียวยา ฟื้นฟูพื้นที่เร่งด่วน เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่ควรเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นเป็นวงกว้างต่อการบริหารจัดการน้ำในบริเวณลุ่มน้ำนี้ทั้งระบบ รวมถึงความเหมาะสมและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อประชาชนในการสร้างเขื่อนปากแบงด้วยครับอ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่