มาณู ดีอุดม เริ่มต้นข้อเขียนเรื่อง หมามอบข้าว และความอุดมสมบูรณ์ให้คนใน “ทางอีศาน” ฉบับย่างเข้าปีที่ 13 มิ.ย.67 ว่า หมาอยู่ร่วมกับมนุษย์ในสถานภาพสูง เป็นหมาศักดิ์สิทธิ์ ของชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นี่ไม่ใช่คำบอกเล่าในตำนาน มีประจักษ์หลักฐานเป็นภาพเขียนบนฝาผนังหิน ไล่เลียงแต่ในจีนตอนใต้มาถึงภาพเขียนสีที่เพิงผนังผา ในเขตประเทศไทยหนึ่งในหลายๆตำนานหมาเก้าหาง...ผู้หลวกทั่ว ให้หมาเก้าหางขึ้นไปขโมยข้าวบนฟ้า กลิ้งเกลือกตัวบนกองข้าวจนได้เม็ดติดตัวและหางมาจำนวนมากระหว่างทางหนี ฟ้าใช้สายฟ้าไล่ฟาด ตัดหางหมาแปดหาง เหลือข้าวติดมาถึงโลกมนุษย์ได้หางเดียวตีความเรื่องในตำนานสู่ความเป็นไปได้...ทุ่งหญ้าที่มีต้นข้าวหนาแน่นตามธรรมชาติ อาจเป็นแหล่งที่หมาเข้าไปกิน “ข้าวตอก” ที่เกิดจากข้าวถูกไฟไหม้มนุษย์เห็นเข้าก็เลียนแบบหมา จุดไฟเผาทุ่งข้าว เพื่อทดลองทำ “ข้าวตอก” บ้าง จากนั้นจึงได้พยายามริเริ่มการเพาะปลูกข้าวขึ้นมาบ้างมนุษย์ค้นพบข้าวหลายพันธุ์ พยายามเอามาเพาะปลูก แต่พบความสำเร็จ ปลูกข้าวออกรวงได้ชนิดเดียวรูปร่างรวงข้าวมีลักษณะเป็นพวงเหมือนหางหมา จึงใช้สัญลักษณ์หางหมาแทนรวงข้าวข้าวตอกเป็นรูปแบบแรกที่มนุษย์กินก่อนคิดค้นเป็นข้าวรูปแบบอื่นๆ นั่นเป็นที่มาของบางวัฒนธรรมที่ยกย่องข้าวตอกเป็นข้าวศักดิ์สิทธิ์ในความทรงจำของมนุษย์มาถึงวันนี้ข้าวตอกที่เกิดในป่า...อาจมีหมาเข้าไปกิน มนุษย์เพศหญิงสังเกตเจอ ผู้หญิงเริ่มกินข้าวตอก นำไปสู่การเพาะปลูกข้าว พัฒนาการกินข้าวในรูปแบบอื่น เช่นการต้มมาณู ดีอุดม บอกว่า บทบาทของหมาอาจสำคัญต่อมนุษย์ก่อนยุคการเพาะปลูกในยุคที่มนุษย์ยังเก็บของป่า พืชผลไม้ และล่าสัตว์ หมาอาจมีบทบาทช่วยมนุษย์ล่าสัตว์ มันสามารถดมกลิ่นสัตว์ พามนุษย์ไปยังตัวสัตว์ที่จะล่าเป็นอาหารหมาหลายสายพันธุ์อาจเข้ามาป้วนเปี้ยนใกล้มนุษย์เมื่อชำแหละสัตว์ อาจเข้ามากินซากหรือกระดูกสัตว์ที่มนุษย์ทิ้ง คุ้นเคยกับมนุษย์มากขึ้นเรื่อยๆจนกลายเป็นสัตว์เลี้ยงบทบาทหมาช่วยมนุษย์ล่าสัตว์ นอกจากพบที่ภาพเขียนสีเพิงผาจันทน์งาม อำเภอสีคิ้ว นครราชสีมา ของไทยแล้ว ยังพบภาพเขียนผาลายที่กวางสี จีนตอนใต้ (ภาพ 2-3) เป็นภาพหมาที่อยู่กับมนุษย์ที่ใช้กลองมโหระทึก ซึ่งเป็นมนุษย์ยุคเกษตรกรรมและยุคโลหะสำริดแล้วมีการเต้นรำในท่ายุบย่อเข่า และยกแขนเป็นมุมฉาก สุจิตต์ วงษ์เทศ บอกว่า เป็นท่ากบในพิธีขอฝนภาพที่ 2 มีหมาหลายตัวที่มนุษย์ยืนอยู่บนหลัง บางคนตีความเป็นพิธีฆ่าหมาเซ่นวักผีบรรพชน แต่ในภาพมีคนตัวใหญ่เทิดลูกหมาไว้บนหัว ส่อว่าเป็นพิธีบูชาไม่น่าใช่การฆ่าภาพเดียวกัน หมายืนสองขา ย่อขาแบบมนุษย์ สองขาที่เหลือเหมือนถือพวงหางหมา หรือรวงข้าว?ภาพเขียนบนเพิงผาหินเหล่านี้ชี้ว่า มนุษย์กับหมาผูกพันรักใคร่แนบแน่นกันมาเนิ่นนานหลายพันปี และครั้งหนึ่งมนุษย์เคยนับถือหมามากกว่าแค่ที่รักและนิยมเลี้ยงกันในบ้านอย่างปัจจุบันหลายคนเคยพูดว่า หมาซื่อสัตย์กว่าคน ข้อเขียนของมาณู ดีอุดม ยืนยันว่าคำพูดนั้นเป็นความจริงเพราะคนในโลกหลากเผ่าพันธุ์นั้น มีเหตุพลิกผันเปลี่ยนแปลงได้ เป็นมหันตภัยต่อคนด้วยกันชนิดที่ต้องใช้คำว่าหมาต้องอายม้วนไปเลยทีเดียว.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม