โลกเฝ้าเกาะติดย่างก้าว “พญาหมีขาว” ออกนอกถ้ำ จังหวะประธานาธิบดี “วลาดิเมียร์ ปูติน” ผู้นำรัสเซีย เดินสายเยือนต่างประเทศเป็นไฟลท์แรก หลังได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งเป็นสมัยที่ 5 โดยปักหมุดจุดหมายปลายทาง พบ “สหายรัก” แห่งกรุงเปียงยาง ประธานาธิบดี “คิม จอง อึน” ผู้นำตัวตึง แห่งเกาหลีเหนือ และบินต่อไปเยือนกรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม โฉบมาป้วนเปี้ยนแถบอาเซียนเน้นชาติที่พูดจาภาษาเดียวกันรู้เรื่อง กระชับสัมพันธ์โลกหลังม่านเหล็ก“ปูติน” เช็กแนวร่วม กระชับขุมพลังในกลุ่มประเทศเผด็จการ ขยับหมากบนกระดานการเมืองโลก ท่ามกลางสถานการณ์ร้อนระอุไปด้วยหัวเชื้อชนวนสงครามทั่วทั้งยุโรป ศึกรัสเซีย-ยูเครน แนวรบตะวันออกกลางระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์ ร้าวฉานถึงแถบทะเลจีนใต้ ศึกสายเลือดระหว่างพญามังกรจีนกับไต้หวัน โดยมีพี่เบิ้มสหรัฐอเมริกาเป็นตัวเร่งเกมปะทะไอกรุ่นสงคราม ลามเขย่าเศรษฐกิจโลกระส่ำตามแรงสั่นสะเทือนฟาดหางไปทั่วทุกทวีป เดือดร้อนกัน ทั่วทุกภูมิภาค โดยเฉพาะประเทศไทยที่กำลังบอบช้ำหนัก สภาพปล้ำผีลุกปลุกผีนั่งเศรษฐกิจยังโงหัวไม่ขึ้น ฟุบยาวไม่เห็นสัญญาณฟื้นกับสภาวะเสี่ยงสงครามโลก ปัจจัยการเมืองภายนอกไม่เอื้อ แถมหนักกว่าตรงที่ปัจจัยการเมืองภายในประเทศยังเป็นตัวฉุดลากลงเหวลึกแม้จะผ่านช็อตระทึกใจวันที่ 18 มิถุนายนไปโดยที่โลกาไม่วินาศไม่มีเหตุพลิกคว่ำพลิกหงายอย่างที่นักวิเคราะห์ นักวิชาการ นักวิชาเกิน สภากาแฟคาดเดากันไปต่างๆนานา ตามจังหวะ “โหนกระแส” ล้อกับคดีการเมืองสำคัญ 3 คดีที่จ่ออยู่ในศาลรัฐธรรมนูญข่าววงใน ข่าววงนอกประโคมเกมล้มโต๊ะหักดีลแต่เอาเข้าจริงก็ชัดเจนแค่คดีเดียว ศาลรัฐธรรมนูญฟันธงกระบวนการเลือก สว.ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ไฟเขียวคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ลุยถั่วจัดเลือก สว.ที่ซับซ้อนสุดในโลกต่อไปได้ ในจังหวะเข้าสู่ขั้นตอนการเลือกไขว้ระดับประเทศเป็นด่านสุดท้ายในวันที่ 26 มิถุนายนนี้ใกล้ได้เห็นชื่อ 200 มนุษย์ทองคำที่ฝ่าด่านอรหันต์เข้าได้สำเร็จและก็ชัดเจนระดับหนึ่งว่าใกล้เขตหมดระยะรักษาการของ “250 สว.ลากตั้ง” น่าจะไม่มีโอกาสในเกมลุ้นเลือกนายกรัฐมนตรีทิ้งทวนแต่ไม่ได้หมายความว่า จังหวะพลิกกระดานรัฐบาลจะได้รับการันตีในเมื่ออีกสองคดีสำคัญที่เกี่ยวโยงโดยตรงกับการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองยังต้องลุ้นระทึกกันต่อไปทั้งกรณียุบพรรคก้าวไกล ที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดพิจารณาครั้งต่อไปในวันที่ 3 กรกฎาคม โดยให้บุคคลที่เกี่ยวข้องเสนอบันทึกถ้อยคำยืนยันข้อเท็จจริงหรือความเห็นล่วงหน้าต่อศาลรัฐธรรมนูญ ตามประเด็นที่ศาลกำหนดภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือเพื่อประกอบการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญต่อไปรวมทั้งกำหนดให้คู่กรณีคือ กกต.และพรรคก้าวไกล เข้ามาตรวจพยานหลักฐานในวันที่ 9 กรกฎาคม 2567ตามรูปการณ์ยังไม่เสร็จง่ายๆ มีโอกาสลากยาวต่อไปในขณะที่คดี 40 สว.ยื่นถอดถอนนายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ ฐานผิดจริยธรรมร้ายแรง จากการแต่งตั้ง “ทนายถุงขนม 2 ล้าน” นายพิชิต ชื่นบาน เป็น รมต.ประจำสำนักนายกฯ ทั้งที่รู้ว่าขาดคุณสมบัติ เพราะโดนศาล ฎีกาตัดสินจำคุกศาลรัฐธรรมนูญก็กำหนดให้หน่วยงานหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องจัดทำความเห็น และ จัดส่งสำเนาเอกสารหลักฐานตามประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญกำหนด และนัดพิจารณานัดต่อไป ในวันที่ 10 กรกฎาคม 2567โดยกระบวนการยังไม่แล้วเสร็จ ยังไม่มีระยะดีเดย์ตัดสินกันเมื่อไหร่ในสภาวะที่ผู้นำอย่างนายเศรษฐา และทีมพรรคก้าวไกลต้องหายใจไม่ทั่วท้องกันต่อไป นักธุรกิจ นักลงทุนแหยงไม่กล้าเสี่ยงกับการเมืองแกว่งไปแกว่งมา ชะตาผู้นำรัฐบาลห้อยต่องแต่งอยู่ในศาลรัฐธรรมนูญลุ้นออกหัว ออกก้อย พลิกคว่ำพลิกหงายได้ทุกหน้า แต่ที่เป่าปากโล่งไปเปลาะหนึ่งก็คิวของ “เถ้าแก่ใหญ่” ช็อตของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯในตำนาน ที่ศาลอาญาประทับรับฟ้องตามสำนวนอัยการสูงสุด ในคดีความผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 จากการให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศที่กรุงโซล เกาหลีใต้แต่มีคำสั่งอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว โดยวางหลักประกัน 5 แสนบาทพร้อมเงื่อนไข ทำสัญญาห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร“ทักษิณ” ไม่ต้องนอนคุก หรือแม้แต่ภาพถูกคุมตัวส่งฟ้องศาลก็ไม่ปรากฏผ่านช็อตเดิมพัน 18 มิถุนายน ดีกรี “ความเท่” ของ “นายกฯในตำนาน” ไม่ได้ลดลงตามกองแช่งจ้องแห่ประจาน ลุ้นตีปี๊บกันอึกทึกครึกโครมอารมณ์ “เสือโดนยึดปีก” บินไม่ได้ แต่ไม่ต้องโดนล็อกในกรงขังตามเงื่อนไขของคดีอาญา “นายใหญ่” ยังได้ลุ้นสู้ถึง 3 ศาล สถานการณ์แค่โดนห้ามออกนอกราชอาณาจักร แต่ไม่ได้โดนกักบริเวณในประเทศพ้นเขตของอาการป่วย ไม่ต้องเข้าเฝือกดามคอมันก็ไม่แปลกที่หลังจากนี้จะได้เห็น “ผู้นำจิตวิญญาณพรรคเพื่อไทย” เพิ่มโปรแกรมเดินสายแข่งกับศิลปินดัง “ลำไย ไหทองคำ” บุกทุกงานบวช งานศพ งานวันเกิด งานขึ้นบ้านใหม่ จุดหมายบ้านใหญ่บ้านโตของนักการเมืองเจ้าถิ่น ในเขตปริมณฑล ปทุมธานี นนทบุรี นครปฐม ฯลฯตระเวนภาคกลาง เหนือ อีสาน ฟื้นตำนาน ฟื้นความทรงจำตามระดับความมั่นอกมั่นใจเกินร้อยในความเก๋าเล่ายี่ห้อ “ทักษิณ” ที่ยังเข้มขลังทรงพลังในการฟื้นกระแสความนิยมในสนามเลือกตั้งหวังทวงแชมป์คืนจากกองทัพส้ม พรรคก้าวไกล จับทาง “นายใหญ่” ต้องรุกชิงพื้นที่เลือกตั้ง รวมถึงจังหวะขยับเข้าคุมการบริหารอำนาจรัฐบาล สถานการณ์แบบที่มีข่าวนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกฯ และ รมว.คลัง หอบแฟ้มเข้าบ้านจันทร์ส่องหล้าร่วมชุมนุมขงเบ้ง ระดมมือกระบี่ใกล้ชิดประมุขค่ายเพื่อไทย“ทักษิณ” ยกระดับสัญญาณความถี่ในการกำกับเกมบริหารจาก “จันทร์ส่องหล้า” ทาบทับทำเนียบรัฐบาล โชว์ความเป็นตัวจริงในการบัญชาเกมขับเคลื่อน โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจที่ติดหล่มลึกไม่สมใจนึกของเหล่ากองเชียร์ ไม่ตรงปกแบบที่ประชาชนทั่วไปที่เชื่อในคำคุยของรัฐบาลพรรคเพื่อไทยที่เคลมบุญเก่า ขายความเชี่ยวเชิงบริหารปากท้องตั้งแต่ยุคอดีตรัฐบาลพรรคไทยรักไทยรุ่งเรืองตามท้องเรื่องที่ “นายใหญ่” เชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยมในหัวใจ ทั้งในเชิงยุทธ์การบริหารเศรษฐกิจที่จะดึงศรัทธากลับมา รวมถึงความเก๋าเชิงการเมืองในการชิงพื้นที่คืนจากพรรคก้าวไกลแต่นั่น ก็ย้อนแย้งกันแบบ 180 องศา กับข้อมูลเชิงประจักษ์จากผลนิด้าโพลที่สำรวจแบบเรียลไทม์ ตัวเลขออกมาชัดเลยว่า ความเชื่อเก่าๆของ “นายใหญ่” ตามไม่ทันกระแสการเมืองยุคใหม่ที่ไปไกลเกินกว่าจะเอาอยู่ยิ่ง “ทักษิณ” โชว์เท่เท่าไหร่ ก็ยิ่งเป็นลบ ตัดแต้มนิยมพรรคเพื่อไทยและนั่นยังรวมไปถึงความไม่เชื่อมั่นในการบริหารของรัฐบาลที่นำโดยนายเศรษฐา ประชาชนไม่พอใจผลงาน ในรอบ 9 เดือนที่ผ่านมาสอดรับกับอารมณ์นักลงทุน ตลาดหุ้นไทยตกระเนระนาด ต่ำสุดในรอบ 4 ปีนับตั้งแต่วิกฤติโควิดสัญญาณจากแบงก์ใหญ่ สำนัก SCB EIC ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินเศรษฐกิจไทยปี 2024 จะทยอยฟื้นตัวอย่างเปราะบาง ไม่สูงนักที่ 2.5 เปอร์เซ็นต์ ท่ามกลางภูมิรัฐศาสตร์โลกแบ่งขั้วน่ากลัวเศรษฐกิจครึ่งปีหลัง 2567 มีความเสี่ยงมากขึ้น ณ จุดที่ผู้นำอย่างนายเศรษฐาถูกโยงติดกับเดิมพัน “ดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท” มัดเป็นพันธนาการเงื่อนเป็นเงื่อนตาย ในอาการชักแสลงใจกับวาทกรรม “เจ๊งไม่ว่า เสียหน้าไม่ได้” แบบที่ “เดอะต๋อม” นายชัยธวัช ตุลาธน ผู้นำฝ่ายค้าน หัวหน้าพรรคก้าวไกล เบิ้ลบลัฟกลางสภา ในเวทีอภิปราย พ.ร.บ.งบประมาณ 2568จังหวะถูกบีบเข้ามุมอับ ถอยหลังไม่ได้ ไปต่อลำบาก โจทย์บังคับนายกฯต้องลุยไฟตามเส้นตายที่ผู้นำประกาศมัดคอตัวเอง ต้องแจกเงินหมื่นให้ทันปลายปีนี้ ท่ามกลางเสียงทักท้วง จังหวะกระตุกขากางเกง โดยเฉพาะน้ำหนักแน่นๆจากนายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ล่าสุดส่งเสียงผ่านสื่อดังระดับโลก ยืนยันไม่เห็นด้วยกับคิวเทกระจาดของรัฐบาล ทุ่มงบประมาณมหาศาลกว่า 5 แสนล้านบาท สร้างหนี้ ชั่วลูกชั่วหลานลากสถานการณ์เข้า “จุดเสี่ยงประเทศไทย”.“ทีมการเมือง”คลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม