“อิทธิพร” เยี่ยมหน่วยเลือก สว.ระดับอำเภอ ลั่นภาพรวมพร้อมมาก มั่นใจไม่สะดุด เพราะศาล รัฐธรรมนูญไม่มีคำสั่งมาตรการชั่วคราว เผยเรื่องร้องเรียนเริ่มเข้าแล้ว 20 เรื่อง ส่วนใหญ่ว่าจ้างให้ลงสมัคร “สมชาย” เฉ่งเลขาฯ กกต. ตีขลุม พ.ร.ป.การได้มาซึ่ง สว.ผ่านการรับรองแล้ว ทั้งที่ยังไม่ผ่านศาล รธน.ตีความ “วันชัย” สวนทาง หนุนทำถูกแล้วไม่ล้มเลือก สว. ตกหลุมแผนคว่ำกระดาน “เศรษฐา” ทัวร์เหนืออัปเกรดท่องเที่ยวล้านนา ดันคืบคลานสู่ศูนย์กลางท่องเที่ยวโลก สั่งพลิกโฉมเมืองเก่าลำพูน-ดันน่านเป็นเมืองมรดกโลก เจ้าคณะจังหวัดลำพูนฝากพระรอดให้ “ทักษิณ” นายใหญ่ควง “อิ๊งค์” ร่วมงานเลี้ยงฉลองนาคลูกชายนายกเบี้ยว ลั่น 18 มิ.ย.ไปพบอัยการ ฟาดคดี ม.112 ไม่มีมูล แค่ผลไม้พิษรัฐประหาร โต้ไร้ดีลลับ แขวะคนบ้าน ในป่า วุ่นวายปั่นป่วน มั่นใจ รบ.แจงได้คดีคุณสมบัตินายกฯหลังจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตัดสินใจเดินหน้าจัดการเลือก สว.ในระดับอำเภอ โดยยืนยันทุกอย่างดำเนินตามกฎหมายอย่างถูกต้อง แต่ยังมีหลายฝ่ายมีความเห็น ทั้งเห็นพ้องและเห็นแตกต่าง ขณะที่นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. เดินทางไปตรวจเยี่ยมการเตรียมความพร้อมสถานที่เลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับอำเภอ ที่ จ.อ่างทองและ จ.สิงห์บุรี เชิญชวนประชาชนร่วมแจ้งเบาะแสการทุจริต มีเงินรางวัลสูงสุด 1 ล้านบาท“อิทธิพร”ตรวจเยี่ยม เฟ้น สว.อำเภอเมื่อวันที่ 8 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานการเตรียมความพร้อมของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในการจัดการเลือก สว.ระดับอำเภอ ที่จัดขึ้นในวันที่ 9 มิ.ย. ผู้บริหารระดับสูงของ กกต.เดินสายตรวจการเตรียมความพร้อม เข้าสังเกตการณ์การรับวัสดุอุปกรณ์และการจัดเตรียมสถานที่เลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับอำเภอ ในหลายจังหวัดตั้งแต่ช่วงเช้า โดยเมื่อเวลา 09.00 น. นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกกต. ไปตรวจความพร้อมที่หอประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดอ่างทอง อ.เมืองอ่างทอง จากนั้นประธาน กกต.เดินทางต่อไปที่หอประชุม องค์การบริหารส่วนจังหวัดสิงห์บุรี อ.เมืองสิงห์บุรี ตรวจเยี่ยมและสังเกตการณ์การจัดเตรียมสถานที่ ให้เป็นไปตามระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการเลือกสมาชิกวุฒิสภา 2567 โดยนายอิทธิพรได้ให้กำลังใจและข้อแนะนำในการปฏิบัติงานให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ในภาพรวมการปฏิบัติหน้าที่เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีความพร้อมในการดำเนินการเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับอำเภอที่จะมีขึ้น ชวนแจ้งเบาะแสรางวัลนำจับ 1 ล้านนายอิทธิพรกล่าวว่า สำหรับภาพรวมการเตรียมเลือก สว. วันที่ 9 มิ.ย. ประชาชนสามารถมาสังเกตการณ์ได้ โดยขอให้ทุกฝ่ายเห็นความสำคัญในการเลือกสว.ครั้งนี้ และขอเชิญประชาชนที่มีเบาะแส ข้อมูลข่าวสารการทุจริต ไม่โปร่งใส สามารถแจ้งตำรวจ หรือ สำนักงาน กกต. เพราะหากข้อมูลเป็นประโยชน์ และนำไปสู่การจับกุมผู้กระทำความผิด อาจจะนำไปสู่การได้เงินรางวัลสูงสุดถึง 1 ล้านบาทเรื่องร้องเรียนเริ่มเข้ามาแล้ว 20 เรื่องช่วงเย็น นายอิทธิพรให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า ผู้จัดระดับอำเภอ เขาเตรียมความพร้อมมาอย่างต่อเนื่อง มีความตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ให้รอบคอบถูกต้องที่สุด แม้จะเป็นครั้งแรกที่มีการเลือก สว.แบบเต็มรูปแบบ อีกทั้งได้ซักซ้อมการปฏิบัติงานจริงจังก่อนจะลงมือจริงวันที่ 9 มิ.ย. โดย ผวจ. นายอำเภอของทุกจังหวัดให้ความร่วมมือสนับสนุนการทำงานเต็มที่ เช่น วันนี้ไปที่ จ.อ่างทอง และ จ.สิงห์บุรี ได้พบทั้ง ผวจ.และนายอำเภอ รวมทั้งผู้บังคับการตำรวจอ่างทองด้วยวันก่อนหน้านี้ไป จ.สุพรรณบุรี กับ จ.อยุธยา ได้เห็นความพร้อมของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติเช่นกัน ได้พบกับผู้บังคับการตำรวจอยุธยาด้วย ถ้าถามว่าคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ความพร้อมสักกี่เปอร์เซ็นต์ เชื่อมั่นว่าฝ่ายปฏิบัติพร้อมเต็มร้อย ส่วนเรื่องการร้องเรียนทราบอย่างไม่เป็นทางการช่วงเช้าวันนี้ว่า มีประมาณ 20 เรื่อง ส่วนใหญ่เป็นเรื่องจ้างให้ลงสมัครมั่นใจไม่สะดุด ไร้คำสั่งชั่วคราวเมื่อถามว่าประธาน กกต.ยังเชื่อมั่นหรือไม่ว่า การเดินหน้าเลือก สว.ระดับอำเภอ จะไม่เกิดการร้องให้การเลือก สว.ครั้งนี้สะดุดหรือโมฆะ เพราะล่าสุด สว.ยังออกมาให้ข่าวในทำนองนั้นอยู่ เช่น สว.บอกกกต.ลุยไฟจะนำไปสู่การฮั้ว นายอิทธิพรตอบว่า มั่นใจว่าการเลือกระดับอำเภอไม่สะดุด เพราะศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้มีคำสั่ง มาตรการหรือวิธีการใดๆ เป็นการชั่วคราวก่อนการวินิจฉัย เนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่า ยังไม่ปรากฏว่าจะเกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงที่ยากแก่การแก้ไขเยียวยาในภายหลัง ดังนั้นในชั้นนี้ กกต.จึงเดินหน้าต่อไปได้ สมชาย แสวงการ“สมชาย” เฉ่ง กกต.เข้าใจคลาดเคลื่อนวันเดียวกัน นายสมชาย แสวงการ สว.โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีคณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติไม่เลื่อนการเลือก สว.ระดับอำเภอ ในวันที่ 9 มิ.ย.ว่า ฟังเหตุผลแถลงของเลขาธิการ กก.ที่เดินหน้าเลือกสว.ระดับอำเภอ ในข้อ 3 แล้วนึกว่าหูเฝื่อนหรือนักข่าวเขียนข่าวผิด เหลือเชื่อที่เลขา กกต.ตีความว่ามาตรา 132 ของรัฐธรรมนูญ กำหนดให้ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มา ซึ่ง สว.ฉบับนี้ ส่งให้ความเห็นชอบจากศาลฎีกา ศาลรัฐธรรมนูญ หรือองค์กร อิสระที่เกี่ยวข้องดูแล้วว่า มีประเด็นใดขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ หมายความว่ากฎหมายนี้ผ่านการรับรองมาตรา 132 มาแล้วระดับหนึ่ง ข้อเท็จจริงดังกล่าว น่าจะแตกต่างจากความเข้าใจที่แถลง ดังนี้ 1.พ.ร.ป.ตามรัฐธรรมนูญทั้ง 10 ฉบับ มิได้ให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาทั้ง 10 ฉบับ หากส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับศาลรัฐธรรมนูญหรือมีผู้ร้องเท่านั้น แต่จะส่งแต่ละฉบับที่เกี่ยวข้องให้องค์กรนั้นๆ เท่านั้น อาทิ พ.ร.ป.วิธีพิจารณาอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ส่งให้ศาลฎีกาพิจารณา พ.ร.ป.วิธีพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญ ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา พ.ร.ป. ป.ป.ช. ส่งให้ ป.ป.ช.พิจารณา พ.ร.ป. กกต.ส่งให้ กกต.พิจารณา พ.ร.ป.เลือก สว. ส่งให้ กกต.พิจารณา ดังนั้น ตามที่เลขาธิการ กกต.แถลง ในข้อ 3 น่าจะเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนโต้ ก.ม.ยังไม่ผ่านศาล รธน.ตีความนายสมชายระบุว่า 2.ส่วนที่อาจมีผู้กล่าวอ้างว่า ร่าง พ.ร.ป. ดังกล่าว เคยถูกยื่นตีความให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแล้วครั้งหนึ่ง ควรนับเป็นการผ่านศาลรัฐธรรมนูญตามมาตรา 132 แล้ว ย่อมไม่เป็นความจริงเช่นกันเพราะขณะนั้นเป็นเพียงการยื่นขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเฉพาะบางมาตราในบทเฉพาะกาลมาตรา 90, 91, 92 เท่านั้น ยังไม่เคยมีการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย พ.ร.ป.นี้ทั้งฉบับ หรือวินิจฉัย 4 มาตราในมาตรา 36, 40, 41, 42 แต่ประการใด ซึ่งขณะนี้ศาลรัฐธรรมนูญรับไว้วินิจฉัยแล้ว จึงควรพิจารณาในความมุ่งหมายรัฐธรรมนูญมาตรา 132 ให้ชัดเจนถูกต้องต่อไป“วันชัย” สวนทำถูกแล้วไม่ล้มเลือก สว.นายวันชัย สอนศิริ สว. กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไม่เลื่อนการเลือก สว. หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. ผิดรัฐธรรมนูญ จะมีปัญหาภายหลังหรือไม่ว่า ไม่มีปัญหาอะไร ถ้าศาลรัฐธรรมนูญบอกว่าเรื่องใดขัด ใช้ไม่ได้ก็หยุดและเริ่มใหม่ ขณะนี้ศาลไม่ได้สั่งให้ทุเลา และยังไม่มีปัญหาใดเกิดขึ้น กกต.เดินหน้าต่อไป ส่วนการฮั้ว บล็อกโหวต เมื่อจับได้ก็ดำเนินคดีไปเป็นรายๆไป แต่ไม่ใช่ทำให้การเลือกตั้งสะดุดหยุดชะงัก ถ้าในที่สุดศาลมีคำสั่งการเลือก สว.ขัดรัฐธรรมนูญถือว่าเลิกไป แล้วไปแก้กฎหมายต่อไป จะมาดำเนินการก่อนที่ศาลวินิจฉัยไม่น่าจะชอบด้วยกฎหมาย เพราะถ้าศาลเห็นว่าน่าจะมีปัญหาคงสั่งให้หยุดหรือให้รอทุเลาไปแล้ว การที่ กกต.ไม่เลื่อนเลือก สว.จึงไม่มีปัญหา เมื่อ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญการได้มาซึ่ง สว.ประกาศใช้แล้วถือว่ามีผลบังคับใช้ การที่ศาลยังไม่มีคำสั่งใดๆ กกต.ต้องเดินไปตามนั้น เดินไปให้สุด ใครทำผิดกฎหมายทั้งฮั้ว บล็อก จัดตั้ง ซื้อคะแนน หากจับได้ก็ดำเนินคดี ไม่เกี่ยวกับการเลือก สว.เตือนอย่าชะงัก จะเข้าทางแผนล้มเมื่อถามว่า หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือก สว.ผิด ทำให้ สว.ชุดเก่าได้อยู่ต่อจะถูกครหาหรือไม่ นายวันชัยตอบว่า คนละประเด็น หากศาลสั่งโมฆะเป็นกระบวน การแก้กฎหมาย ถ้าเกิดก่อนที่การเลือก สว.ชุดใหม่จะเสร็จ สว.ชุดเก่าก็อยู่ต่อไป เหตุเกิดจากกฎหมายมีปัญหา ไม่เกี่ยวกับ สว.ชุดเก่าอยู่หรือไม่ ต้องยอมรับกระบวนการล้มการเลือก สว.มีอยู่จริง มีคนวางแผนเตรียมการร้องเรียนตั้งแต่ก่อนเลือก ระหว่างเลือกและหลังเลือก ส่วนขบวนการเหล่านี้ถูกมองต่ออายุให้ สว.ชุดเก่าหรือไม่นั้น ถ้า กกต.ไปหยุดชะงักก็เข้าทาง แต่บังเอิญ กกต.เห็นว่ายังเดินได้จึงทำต่อ ขบวนการล้มเลือก สว.มีจริง แต่จะไปได้สุดมากน้อยแค่ไหน ไม่รู้ ขบวนการนี้พยายามเอามาปนว่ามีการฮั้ว จัดตั้ง เป็นสภาฮั้ว มีบล็อกโหวต เป็นเรื่องที่มีทุกยุคสมัย ทั้งเลือก สส. อบจ. อบต. เทศบาล กกต.ต้องดำเนินคดี แต่ไม่ควรล้มกระดาน เว้นไว้แต่ศาลเห็นว่ากฎหมายผิดจริงค่อยว่ากัน มองว่าแปลกอัศจรรย์ทำไมเพิ่งมาเห็นกันตอนนี้ กฎหมายประกาศใช้มาตั้งแต่ปี 2562 ระบบเลือก สว.แบบนี้เคยใช้มาแล้ว ทำไมเพิ่งมีปัญหาเอาตอนนี้ “เศรษฐา” ลุยเต็มสูบกระตุ้นท่องเที่ยวผู้สื่อข่าวรายงานภารกิจวันที่ 2 ของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ในการลงพื้นที่ตรวจราชการและร่วมกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองหลักและเมืองน่าเที่ยวเขตภาคเหนือ “เมืองล้านนาน่าเที่ยว” จ.เชียงใหม่ จ.ลำพูน และ จ.ลำปาง ระหว่างวันที่ 7-9 มิ.ย. เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ตลาดจริงใจมาร์เกต ต.ป่าตัน อ.เมืองเชียงใหม่ นายเศรษฐาสวมเสื้อลายช้างสีน้ำเงิน เป็นประธานพิธีเปิดงาน “เปิดเมืองน่าเที่ยว” มีนายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา น.ส.จิราพร สินธุไพร รมต.ประจำสำนักนายกฯ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยว แห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมคณะ มี สส.เพื่อไทย จ.ลำปาง จ.น่าน จ.เชียงใหม่ และ จ.แพร่ ต้อนรับ ทันทีที่นายกฯมาถึงได้มีแฟนคลับพรรคเพื่อไทยและประชาชนนำดอกกุหลาบมามอบให้ ขณะที่ นายกฯร่วมเซลฟี่ด้วยอย่างเป็นกันเองคืบคลานสู่ศูนย์กลางท่องเที่ยวโลกจากนั้นนายกฯเยี่ยมชมร้าน Good Goods สินค้าภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ผ่านการพัฒนาคุณภาพและออกแบบให้ร่วมสมัย สู่ผลิตภัณฑ์แบรนด์ไทยสไตล์สากล กำไรทั้งหมดนำไปพัฒนาชุมชนเพื่อรักษาวัฒนธรรมท้องถิ่นต่อไป โดยนายกฯกล่าวเปิดงานว่า การเปิดเมืองน่าเที่ยวเป็นหนึ่งในนโยบายหลัก IGNITE THAILAND ของรัฐบาล คืบคลานไปสู่จุดมุ่งหมายหลักให้เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวของโลก จ.เชียงใหม่เมืองหลวงใหญ่ที่มีวัฒนธรรม แต่มีเหตุการณ์ไม่พึงเกิดขึ้นคือโควิด-19 ทำให้มีปัญหามาต่อเนื่อง รัฐบาลตระหนักดีต้องมาช่วยปลุกตลาดการท่องเที่ยวขึ้นมา จะเดินหน้าไปอย่างเต็มสูบ จะเดินทางไป จ.ลำพูน ลำปาง ดูการท่องเที่ยวเชิงอารยธรรมศิลปะสร้างสรรค์ และวิถีชีวิต เรามา Kick Off กันตรงนี้ ไม่ใช่แค่ภาคเหนืออย่างเดียว ภาคใต้เราจะไป 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้และภาคอีสานเรื่องวัฒนธรรมพื้นเมืองแต่ละภูมิภาค เราให้ความสำคัญ หวังอย่างยิ่งความมุ่งมั่นของรัฐบาลจะส่งผลให้ประชาชนในห่วงโซ่การท่องเที่ยวมีรายได้ที่ดีขึ้น มีชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น ถือเป็นการคิดใหญ่เติมชีวิตชีวาพลิกโฉมเมืองลำพูนจากนั้นเวลา 11.00 น.นายเศรษฐาไปที่ห้องประชุมตลาดจริงใจมาร์เก็ต เป็นประธานการประชุมหารือส่งเสริมการท่องเที่ยวพื้นที่ภาคเหนือ (เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แพร่ และน่าน) มี 5 ผวจ.และ สส.ร่วมหารือ โดยนายกฯรับฟังรายงานสรุปการท่องเที่ยวจาก 5 ผวจ.จากนั้นนายกฯกล่าวว่า ที่ผู้ว่าฯเชียงใหม่รายงานจำนวนนักท่องเที่ยวเข้ามาเยอะกว่าตอนก่อนโควิด แต่อยากให้อยู่นานขึ้นอีก จ.เชียงใหม่ เด่นด้านวัฒนธรรม แต่ช่วง 7-8 เดือนเปลี่ยนไปเยอะสนาม กอล์ฟเป็นสวรรค์ของนักกอล์ฟ เรามีหลายสนาม ฝากกระทรวงการท่องเที่ยวฯให้ไปดู อยากให้ประสานงานใกล้ชิดระหว่าง AOT Airline ต่างๆ ถ้าดีนักท่องเที่ยวประเทศนั้นๆอาจเพิ่มสล็อตการบินเข้าประเทศได้มากยิ่งขึ้น ขอให้พัฒนากีฬาปีนเขา นักท่องเที่ยวมาครั้งหนึ่งนานมาก จ.ลำพูนมีศักยภาพสูง มีสถานที่ท่องเที่ยวอันซีนเยอะมาก แต่จีดีพีต่ำมาก กลายเป็นเมืองมีแต่คนแก่เหมือนไม่มีชีวิตชีวา อาจต้องเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง หลังไปดูพื้นที่พบปะกับ ผวจ.และทีมงานตนทำการบ้านมา จะเสนออะไรหลายอย่างปรับโฉม จ.ลำพูนให้เป็นเมืองน่าเที่ยวได้ จ.ลำปาง ศักยภาพสูงแต่ถนนที่ขอมาอยู่ในงบฯปี 68 และ 69 เสร็จแน่นอน และขอสนับสนุนให้ฟื้นกิจกรรมสารถีรถม้าดัน จ.น่านขึ้นแท่นเมืองมรดกโลกนายกฯกล่าวอีกว่า ส่วน จ.แพร่ เป็นเมืองเสริมไม่ใช่มาแข่งขันกัน ดูแล้วมีอัตลักษณ์และวัฒนธรรมที่ดี ตรงนี้ยินดีสนับสนุนเต็มที่ ขณะที่ จ.น่าน สนับสนุนเป็นเมืองมรดกโลกตั้งแต่ตนเป็นแคนดิเดตนายกฯ พยายามจะผลักดันควบคู่กับการอัปเกรดสนามบินให้บินได้ในเวลากลางคืน เป็นเมืองคู่แฝดหลวงพระบาง ให้คนมาเที่ยวจากลาว กัมพูชา เวียดนาม และมาเลเซียด้วย ถ้า จ.น่านเป็นมรดกโลกได้ อย่างอื่นจะตามมา โดยเฉพาะสนามบินที่ต้องการให้เป็น International การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ครั้งต่อไป อาจขอให้ทีมงานสั่งการในที่ประชุม ครม.ให้กระทรวงวัฒนธรรม ผลักดันให้ จ.น่านเป็นเมืองมรดกโลก เชื่อว่านายเสริมศักดิ์ได้เดินเรื่องไว้แล้วเมินดราม่าไม่เถียงด้วยหวยเกษียณที่ตลาดจริงใจมาร์เก็ต จ.เชียงใหม่ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีดราม่านโยบายหวยเกษียณว่ารัฐบาลลอกนโยบายมาจากพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังฟังคำถามจบ นายกฯนิ่งสักครู่พร้อมยิ้ม ก่อนกล่าวว่า “ก็ไป ดูใ นโซเชียลในแพลตฟอร์มต่างๆเอาแล้วกัน ไม่อยากเถียงเป็นวาทกรรม เราก้าวข้ามตรงนั้นไปดีกว่า รัฐบาลจัดตั้งได้แล้ว ตรงนี้เป็นเรื่องอะไรที่พี่น้องประชาชนได้ประโยชน์ เรามาโฟกัสตรงนั้นดีกว่า นโยบายหลักอย่างที่บอกมีรายละเอียดอีกเยอะแยะที่ต้องไปทำกัน ผมว่าเอาพลังงานไปโฟกัสรายละเอียดของงานที่จะออกมา ทำอย่างไรถึงจะส่งผลให้พี่น้องประชาชนได้ดีที่สุด ตรงนั้นดีกว่า ไม่อยากทะเลาะกัน” เมื่อถามว่านโยบายหวยเกษียณค่อนข้างโดนใจประชาชนและอยากให้ทำเร็วขึ้นกว่าไทม์ไลน์เดิม เป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน นายกฯกล่าวว่า ยังไม่ได้ไปดู แต่นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง ยืนอยู่ข้างๆตน ท่านได้ยินนะ นายจุลพันธ์ต้องมีเรื่องเรียงลำดับความสำคัญเยอะไปหมด ถูกกดดันก็เข้าใจ เชื่อว่าท่านเองทำเต็มที่และได้ยินแล้วว่าต้องทำให้เร็วขึ้น จะพยายามทำให้เร็วขึ้น เมื่อถามถึงความคืบหน้าโครงการเติมเงิน 1 หมื่นบาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ต ยังเป็นไปตามกรอบกำหนดการเดิมใช่หรือไม่ นายกฯกล่าวเพียงว่า “ใช่ครับ”เร่งพัฒนาสวนสาธารณะรถไฟต่อมาเวลา 12.40 น.ที่สวนสาธารณะรถไฟเชียงใหม่ นายเศรษฐาตรวจติดตามการพัฒนาสวน สาธารณะรถไฟ ซึ่งทาง อบจ. เชียงใหม่กำลังเจรจาขอใช้พื้นที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย จำนวน 62 ไร่ ซึ่งอยู่ใจกลางเมืองเชียงใหม่ มาพัฒนาเป็นสวนสาธารณะให้คนในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ใช้ประโยชน์ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 72 พรรษา เดิมเป็นพื้นที่รกร้าง โดยนายกฯกล่าวว่า จากนี้ต้องให้ การรถไฟทำเอ็มโอยูกับ อบจ. ทราบว่า อบจ.มีงบฯจัดทำเป็นสวนสาธารณะอยู่แล้ว เมื่อพัฒนาแล้วเสร็จจะ กลายเป็นปอดกลางเมืองให้คนเชียงใหม่ จะพูดคุยกับการรถไฟเร่งส่งมอบพื้นที่ให้ อบจ.พัฒนา สุดสัปดาห์นี้น่าจะได้ข้อยุติ งบฯขอให้ อบจ.บริหารจัดการไปได้เลย เมื่อลงเอ็มโอยูแล้วคาดว่าจะใช้เวลาพัฒนา 2-3 เดือนจะแล้วเสร็จ แวะลำพูนกราบพระธาตุหริภุญชัยเมื่อเวลา 13.10 น. นายเศรษฐาไปที่วัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร อ.เมืองลำพูน กราบพระประธานในพระอุโบสถพร้อมกราบนมัสการพระเทพรัตนนายก เจ้าคณะจังหวัดลำพูนและเจ้าอาวาสวัดพระธาตุหริภุญชัยฯ และสนทนาธรรม โดยเจ้าคณะจังหวัดลำพูนได้กระเซ้านายกฯว่า เป็นแฟนคลับเพิ่งเห็นตัวจริงก่อนกล่าวฝากหลายเรื่อง วัดเน้นส่งเสริมวัฒนธรรม สร้างรายได้ให้ชุมชน มีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาเที่ยวเพิ่มมากขึ้น วัดอยู่ระหว่างก่อสร้างพระวิหารพระเจ้าละโว้ พระวิหารบริวารของพระธาตุหริภุญชัย วงเงิน 27 ล้านบาท ยังไม่เคยขอเงินจากรัฐบาลหรือราชการใดๆ อยากให้นายกฯประสานสำนักพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) พิจารณางบฯและฝากกำจัดขยะอยากให้ทำโครงการจังหวัดละหนึ่งโรงกำจัดขยะ โรงเรียนปริยัติธรรมระดับมัธยมทั่วประเทศที่ยังไม่มี ยังติดขัดหลายเรื่อง ขณะที่นายกฯกล่าวว่า รับทราบทุกเรื่อง จะประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเกจิดังฝาก “พระรอด” ให้ “ทักษิณ”ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตอนหนึ่งเจ้าคณะจังหวัด ลำพูนกล่าวกระเซ้านายกฯอีกครั้งว่า “ขอให้โครงการ แสนสิริขายดีๆนะ” ทำให้นายเศรษฐาชี้แจงทันทีว่า “ตอนนี้เป็นของลูกสาวแล้ว” จากนั้นเจ้าคณะจังหวัดลำพูนได้มอบพระรอด วัดมหาวันวนารามพระอารามหลวง (พระรอด) ให้นายกฯและคณะ รวมถึงได้ฝากให้นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ด้วยบอกว่าไม่มีราคาแต่เป็นของที่มาจากจิตศรัทธาอยากมอบให้ พร้อมขอให้นายกฯนำขึ้นคอเพื่อบูชา และช่วงท้ายเจ้าคณะจังหวัดลำพูนได้กล่าวว่า เงิน 1 หมื่นบาท ขอให้ได้โดยเร็วเพื่อให้ประชาชนได้ใช้ ขอให้ดูเงินเดือนกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านด้วย ส่วนเงินเดือนพระสงฆ์ไม่เป็นไร มีโยมอุปัฏฐากอยู่แล้ว ขอให้นายกฯเร่งทำให้รวดเร็ว เพราะเวลานักการเมืองมีน้อย อยากทำอะไรจะมัวช้าไม่ได้ ต้องทำให้เร็วๆ ขณะที่นายกฯได้หันไปบอกนายจุลพันธ์ว่าได้ยินแล้วใช่หรือไม่ ขอให้รีบดำเนินการสวมเสื้อผ้าฝ้ายลำพูนเร่งพลิกฟื้น จว.ต่อมาเวลา 13.30 น. นายกฯเปลี่ยนใส่เสื้อผ้าฝ้ายลายดอกลำพูน เยี่ยมชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หริภุญไชย อ.เมืองลําพูน และหารือประเด็นประเมินศักยภาพการพัฒนาศาลากลาง จ.ลําพูน เพื่อเป็นแลนด์มาร์กและศูนย์กลางการพัฒนาเมืองสร้างสรรค์ (Creative city) ประจำ จ.ลําพูน โดยนายกฯกล่าวว่า มีความหวังและแรงบันดาลใจอยากพัฒนา จ.ลำพูน จะพลิกฟื้น จ.ลำพูนให้มีศักยภาพ เชื่อว่ามีบุคลากร ศิลปินแห่งชาติมาร่วมกันฟื้นฟูต้องสนับสนุน ต้องพัฒนาให้เป็นจุดน่าสนใจ ได้สั่งการให้ ผวจ. กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงการท่องเที่ยวฯช่วยกัน Festival ต่างๆเราต้องทำอยู่แล้ว แต่ต้องปรับปรุงโครงสร้างเมือง ดึงศักยภาพออกมา อาจใช้เวลาหลายปี แต่เรามาตรงนี้แล้วพร้อมช่วยกันดึงตรงนี้ออกมาให้เป็นเมืองน่าเที่ยว เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของภาคเหนือ และเป็นเมืองแรกของอาณาจักรล้านนา เราต้องช่วยกันทุกภาคส่วน นั่งสามล้อทักทายชาวบ้านชื่นมื่นต่อมาเวลา 14.15 น. นายกฯได้นั่งรถสามล้อถีบ ทะเบียน ลพ 00544 พร้อมคณะ ก่อนขึ้นสามล้อถีบ ตัวแทนชมรมสามล้อลูกเจ้าแม่จามเทวีในโครงการวิจัยการส่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบการอาชีพรายย่อย รองรับการท่องเที่ยวเชิงระบบนิเวศวัฒนธรรมเมืองลำพูน มอบรูปหล่อพระนางเจ้าจามเทวี และมอบพระรอดให้นายกฯเป็นที่ระลึก ขอให้นายกฯอยู่ดีมีสุข พร้อมยื่นหนังสือขอให้นายกฯช่วยติดตั้งมอเตอร์ให้รถสามล้อถีบ ติดตั้งแล้ว 7 คัน เหลือ 13 คัน ค่าใช้จ่ายติดตั้งคันละ 15,000 บาท นายกฯสั่งการให้นายเสริมศักดิ์ดำเนินการทันทีใน 10 วัน จากนั้นเวลา 14.37 น. นายกฯนั่งรถรางไปที่ศูนย์การเรียนรู้และอนุรักษ์การทอผ้าไหมลำพูน จ.ลำพูน ชิมน้ำมัลเบอร์รีสกัดเข้มข้น เยี่ยมชมวงจรชีวิตหม่อนไหม การปั้นไหม การทอผ้าไหม มอบขนมคัพเค้กให้เด็กๆ เยี่ยมชมสถานที่จำหน่ายผ้าไหมมาตรฐานตรานกยูงพระราชทาน โดยอุดหนุนผ้ายกใหญ่ลายพิกุลแก้ว 4 เมตร ราคา 17,000 บาทไปตัดเสื้อ ต่อมาเวลา 15.00 น. นายกฯไปเยี่ยมชมร้านเตาชวนหลง โรงงานผลิตเซรามิกชื่อดัง จ.ลำพูนลำไยเกรด AA ไม่ต่ำกว่ากิโลละ 32บาทต่อมาเวลา 15.30 น. ที่แปลงใหญ่ลําไย ตําบลริมปิง ต.ริมปิง อ.เมืองลําพูน นายกฯพบปะเกษตรกรชาวสวนลําไย เพื่อให้ความมั่นใจถึงราคาผลผลิตในรอบปี โดยมีนายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ร่วมคณะ โดยนายกฯกล่าวว่า ลำไยเป็นพืชรอง แต่เป็นพืชหลักภาคเหนือ พื้นที่เพาะปลูกครึ่งหนึ่งจ.ลำพูน เป็นลำไยทั้งหมด ฤดูลำไยที่จะมาถึงรัฐบาลต้องดูแลราคาให้ดี ได้คุยกับนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรฯ ดูแลพืชรอง เช่น ลำไย ต้องเตรียมพร้อมเปิดตลาดใหม่ๆดูดซัพพลายขึ้นมาทำให้ราคาสูงขึ้นอีก จะทำให้ราคาสูงกว่าปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ การลงพื้นที่ไม่ใช่สร้างภาพ แต่ให้ความสำคัญกับประชาชน ต้องการันตีว่าราคาลำไยจะดีขึ้น มีมาตรการดูแลเกษตรกร ขณะที่ปลัดกระทรวงพาณิชย์กล่าวว่า ลำไยปีนี้การันตีว่าราคาสูงกว่าปีที่แล้วแน่นอน เกรด AA จะได้ราคาไม่ต่ำกว่า 32 บาท/กก.แน่นอน จากนั้นนายกฯเดินชมสวนลำไย ที่จะตัดจำหน่ายช่วงเดือน มิ.ย.มั่นใจลำไยปีนี้ราคาดีแน่นอนต่อมาเวลา 16.20 น. นายกฯพบปะประชาชน รับฟังปัญหาคุณภาพน้ำไม่เหมาะสมต่อการอุปโภคบริโภค ที่องค์การบริหารส่วนตำบลน้ำดิบ ต.น้ำดิบ อ.ป่าซาง เมื่อมาถึงนายกฯเยี่ยมชมบูธผลิตภัณฑ์ของชาวบ้าน เดินทักทายประชาชน รับฟังบรรยายสรุป โครงการจัดหาน้ำบาดาลขนาดใหญ่แก้ปัญหาภัยแล้งอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่ของบฯเดินท่อน้ำไปยัง 15 หมู่บ้านในพื้นราบ จากนั้นดูรถน้ำดื่มสะอาดเคลื่อนที่ของสำนักทรัพยากรน้ำบาดาล สอบถามขั้นตอนการผลิตน้ำและแหล่งน้ำ ชมการวิเคราะห์ความกระด้างของน้ำ ก่อนกล่าวกับประชาชนว่า ตระหนักดีและเข้าใจพี่น้องต่างจังหวัดเดือดร้อนค่อนข้างเยอะ จะไม่นิ่งนอนใจ งบฯไม่ต้องขอ เพราะเรียบร้อยแล้ว น้ำมีเพียงพอ ไม่ใช่แค่เจาะอย่างเดียว ท่อจัดส่งน้ำเราได้เตรียมงบฯไว้อย่างเพียงพอจัดส่งได้ทั่วทุกหมู่บ้านเล็งขายประวัติศาสตร์เมืองเก่า 1,400ปีเมื่อเวลา 16.35 น. ที่ จ.ลำพูน นายเศรษฐาให้สัมภาษณ์ภาพรวมการลงพื้นที่ จ.เชียงใหม่และ จ.ลำพูน ว่า การลงพื้นที่ที่แปลงใหญ่ลําไย ต.ริมปิง พบปะกับชาวสวนลำไย ในอดีตเรารอให้ราคาลำไยตกแล้วค่อยแก้ไข แต่วันนี้เราทำงานเชิงรุก ต้องเปิดตลาดใหม่ๆ ได้มอบหมายให้ ผวจ.ลำพูนติดต่อกับประเทศจีนนำลำไยไปขาย กระทรวงพาณิชย์มั่นใจว่าลำไยเกรด AA จะขายได้ราคาไม่ต่ำกว่า 32บาท/กก.ผู้ประกอบการจะมีความสุข รายได้เพิ่มขึ้น ปีนี้เรามั่นใจราคาลำไยดี จะทำให้จีดีพีสูงขึ้น จ.ลำพูนเป็นเมืองที่เก่าแก่ที่สุดในอาณาจักรล้านนามีอายุ 1,400ปี และมีวัฒนธรรมเชิงลึกที่ยังไม่ได้พูดคุยให้นักท่องเที่ยวหรือคนไทยที่สนใจด้านประวัติศาสตร์รับรู้ “ทักษิณ-อิ๊งค์” ร่วมงานเลี้ยงฉลองนาคเมื่อเวลา 17.30 น. ที่ลานเทศบาลตำบลธัญบุรี (คลองเจ็ด) ต.ลำผักกูด อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เป็นประธานงานเลี้ยงฉลองบวช นายสมิทธิพัฒน์ หลีนวรัตน์ ลูกชายนายกฤษฎา หลีนวรัตน์ (นายกฯเบี้ยว) นายกเทศมนตรีต.ธัญบุรี มี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ร่วมด้วย มีนายเกรียง กัลป์ตินัน รมช.มหาดไทย นายไชยา พรหมา สส.หนองบัวลำภู นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล อดีต รมว.พลังงาน นายมนัสนันท์ หลีนวรัตน์ สส.ปทุมธานี พรรค พท. นายศุภชัย นพขำ เลขานุการ รมช.มหาดไทย รอต้อนรับ บรรยากาศงานเลี้ยงยิ่งใหญ่จัดโต๊ะจีนกว่า 3,000 โต๊ะ ผู้ร่วมงานพร้อมใจกันใส่เสื้อแดง ทันทีที่นายทักษิณและ น.ส.แพทองธาร มาถึง ผู้มาร่วมงานต่างเข้าไปรุมล้อมขอถ่ายภาพ และต่างตะโกนเรารักทักษิณ ขอให้กำลังใจท่านนายกฯทักษิณครับ และมีการชูป้าย “ให้กำลังใจท่านนายกฯทักษิณครับ” “ท่านนายกฯทักษิณสู้” ทั้งนี้ นายชาญ พวงเพ็ชร์ ผู้สมัครนายก อบจ.ปทุมธานี มาร่วมงานด้วยนายทักษิณให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการเดินทางมา จ.ปทุมธานี วันนี้ คิดว่าจะได้คะแนนเสียงในการเลือกตั้งนายก อบจ.ปทุมธานีเพิ่มขึ้นหรือไม่ มาทำหน้าที่ของตน นาคเป็นน้องชายของ สส.พรรค พท. แล้วเขาเชิญ น.ส.แพทองธารและตนมายันคดี 112 ไม่มีมูล 18 มิ.ย.ไปพบอัยการเมื่อถามถึงอาการป่วยโควิดหลังไม่ได้เดินทางไปสำนักงานอัยการสูงสุดตามนัดหมายวันที่ 29 พ.ค. นายทักษิณกล่าวว่า ตอนนี้หายป่วยแล้ว อาการรอบนี้ไม่ได้หนักเหมือนรอบแรก ส่วนใหญ่มีแค่ไข้นิดๆ แต่กลัวไปติดคนอื่น จึงให้ทนายรีบแจ้งไปยังอัยการ เมื่อถามว่าจะไปตามนัดหมายอัยการที่นัดส่งฟ้องคดีวันที่ 18 มิ.ย.หรือไม่ นายทักษิณกล่าวว่า ถ้านัดมา ก็ไป เพราะครั้งที่แล้วป่วย ครั้งแรกอัยการเลื่อนนัด ครั้งที่สองตนป่วย แต่วันที่ 18 มิ.ย.ก็ไม่มีเหตุอะไร เมื่อถามย้ำว่าวันที่ 18 มิ.ย.จะเดินทางไปด้วยตัวเองใช่หรือไม่ นายทักษิณกล่าวว่า ก็แน่นอนสิ ส่วนจะต่อสู้คดีอย่างไร ไม่เห็นมีอะไรเลย คดีนี้จะเป็นตัวอย่างให้คนเห็นว่าตอนปฏิวัติยัดข้อหาอย่างไร คดีนี้เป็นคดีที่ไม่มีมูลเลยแม้แต่นิดเดียว และพยายามจะนำไปตีความเพื่อให้มันมีมูล และเมื่อคนหนึ่งสั่งฟ้อง คนอื่นก็ไม่กล้าที่จะสั่งไม่ฟ้อง เลยสั่งฟ้องไม่ใช่หลักกฎหมาย จริงๆแล้วไม่มีอะไรโต้หนีออกนอก ปท.จินตนาการเยอะเมื่อถามว่า วันที่ 18 มิ.ย. กังวลเรื่องจะได้รับการประกันตัวหรือไม่ นายทักษิณกล่าวว่า “โอ๊ยไม่มีอะไรหรอก คดีแทบจะไม่มีมูลแบบนี้ เขาเรียกว่าเป็นผลไม้ของต้นไม้ที่เป็นพิษ คือการทำคดีแต่ละข้อกล่าวหาตั้งแต่ต้นที่มีการข่มขู่ ตั้งแต่ในชั้นพนักงานสอบสวนโดยผู้บังคับบัญชา คดีไม่ควรเป็นคดี” เมื่อถามถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่านายทักษิณหนีออกนอกประเทศไปแล้ว นายทักษิณกล่าวว่า “จินตนาการเยอะไป หาว่า น.ส.แพทองธารพาออกไปสิงคโปร์ ปัดโถ่เอ้ย” เมื่อถามอีกว่า ยืนยันจะไม่ได้เดินทางออกไปนอกประเทศใช่หรือไม่ นายทักษิณกล่าวว่า อยากไปเที่ยวปัดไร้ดีลลับมีแต่คนบ้านในป่าที่วุ่นวายเมื่อถามว่า การที่ไม่ได้เดินทางไปพบอัยการเมื่อวันที่ 29 พ.ค. ทำให้ถูกเชื่อมโยงกับดีลการเมืองต่างๆ นายทักษิณกล่าวว่า “ไม่มี ไม่ได้ดีลกับใครเลย ดีลกับหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ไม่เกี่ยวกับดีลไม่ได้ เลยไม่ไปตามนัด ไม่เกี่ยวจริงๆ หากจะมีคนวุ่นวายก็แถวบ้านในป่านั้นแหละ แต่ไม่เกี่ยวกับผม เกี่ยวกับรัฐบาล” เมื่อถามว่า คนในป่าที่ว่าหมายถึง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐหรือไม่ นายทักษิณกล่าวว่า ไม่รู้มีใครบ้างอยู่ในป่า ผู้สื่อข่าวตอบว่ามี 2 ลุงเลย นายทักษิณกล่าวว่า บ้านเมืองถึงเวลาสงบได้แล้ว อีกอย่างสื่อมวลชนเรื่องการเมืองก็พยายามเบาๆลง บ้านเมืองจะได้เดินหน้า ทุกวันนี้ปัญหาบ้านเมืองยากกว่าตอนที่ตนเป็นนายกฯ มันเละมานานแม้ระบบราชการเองก็เปลี่ยน ไปเยอะ อยากให้ช่วยกันทุกฝ่ายยึดกติกาการเมืองอย่างสร้างสรรค์ ทุกวันนี้ทุกคนพยายามคิดว่าถึงเวลาใครก็เป็นได้ มันต้องมีกติกา ใครอยากจะเป็นต้องมีกติกา เมื่อถามอีกว่า เป็นการส่งสัญญาณอะไรให้คนในป่าหรือไม่ นายทักษิณกล่าวว่า “ไม่รู้ อยู่ๆก็พูดขึ้นมาอย่างนั้นแหละ” เมื่อถามอีกว่าได้พูดคุยกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี และ พล.อ.ประวิตรบ้างหรือไม่ นายทักษิณกล่าวว่า “ไม่ได้เจอเลย ไม่ได้เจอเลย”มั่นใจ รบ.แจงได้คุณสมบัตินายกฯเมื่อถามถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องที่ 40 สว.ยื่นตรวจสอบคุณสมบัติ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ นายทักษิณกล่าวว่า เมื่อส่งเรื่องไปแล้วศาลฯรับ ต้องดูตั้งแต่เริ่มต้นว่า 40 คนนี้เป็นคนของใคร และเคลื่อนไหวเพื่ออะไร เมื่อถามว่าเรื่องดังกล่าวจะมีปัญหาต่อรัฐบาลหรือไม่ นายทักษิณกล่าวว่า ไม่น่าจะมีอะไร เพราะรัฐบาลน่าจะตอบได้ คือจริงๆแล้วกฎหมายโดยหลักการต้องดูว่าหากมีเจตนาไม่บริสุทธิ์จึงจะต้องถูกลงโทษ แต่หากมีเจตนาบริสุทธิ์ โดยหลักกฎหมายแล้วไม่มีปัญหาอ้อนเสื้อแดงปทุมฯ กลับมาอยู่ด้วยกันจากนั้นเวลา 19.30 น. นายทักษิณและ น.ส.แพทองธาร ขึ้นคล้องพวงมาลัยให้นาคบนเวที และกล่าวให้โอวาทว่า ได้รับเกียรติจากนายกเบี้ยวและสส.ฟลุ๊คให้มาร่วมงานฉลองนาค สิ่งที่ตกใจคือเป็นงานบวชแรกที่มาร่วมทั้งชีวิต ยิ่งใหญ่มาก มีพี่น้องโดยเฉพาะพี่น้องชาวเสื้อแดงปทุมธานีมาร่วม “ได้ข่าวว่าชาวเสื้อแดงปทุมธานีแข็งแรง ผมกลับมาแล้วนะ พี่น้องชาวเสื้อแดงก็ต้องกลับมาอยู่ด้วยกันนะ ซาบซึ้ง เมื่อกี้เดินผ่านไป หลายคนจะกอดผมร้องไห้ นึกไม่ถึงว่าผมจะกลับมา บางทีนึกไม่ถึงเหมือนกันว่าจะกลับมา การกลับมาครั้งนี้ถือว่าเป็นหนี้บุญคุณหลายท่านที่ไม่เคยลืมผมไม่ว่าจะเลือกตั้งกี่ครั้งก็ไม่เคยลืม คิดว่าจะตอบแทนบุญคุณพี่น้องได้อย่างไร เพราะถือว่าชีวิตที่เหลืออยู่เป็นกำไรชีวิต อยากจะทำให้เป็นประโยชน์ของพี่น้องประชาชน บ้านเมืองและสถาบันพระมหากษัตริย์ให้มากที่สุด” นายทักษิณกล่าวและว่าในฐานะที่มีลูกสาวเป็นหัวหน้าพรรค พท.เราจะทำทุกอย่างเพื่อให้ประเทศของเราเจริญรุ่งเรืองต่อไป เพื่อให้พี่น้องคนไทยทำมาหากินได้อย่างมีความสุข เหมือนตอนที่ทำหน้าที่นายกฯอ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่