ก็เป็นอย่างนี้แหละ...เมื่อใกล้ที่จะถึงวันชี้ชะตาความเป็นไปก็ต้องดิ้นสู้จนหยดสุดท้ายเอาไว้ก่อน หวังว่าผลจะออกมาทางที่ดีไม่ต่างไปจากนายกรัฐมนตรี “เศรษฐา ทวีสิน” ที่ได้ “วิษณุ เครืองาม” ไปเป็นที่ปรึกษาก็คงเบาใจหน่อย ลุ้นเพียงแค่ว่าจะ “หลุด” หรือ “ไม่หลุด” เท่านั้น“ก้าวไกล” ก็เช่นกัน แม้รู้กันทั้งพรรคโอกาสที่จะรอด “ยุบพรรค” นั้น เปอร์เซ็นต์น้อยมากแต่ก็หาประโยชน์จากเรื่องนี้ เพื่อต่อลมหายใจอนาคตข้างหน้าหลังจากยื่นคำชี้แจงชุดสุดท้ายและศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาครั้งแรกในวันที่ 12 มิ.ย.67 ก็ต้องแสดงออกเหมือนจะบอก“ไม่กลัว”...ขนาดศาลได้สั่งห้ามแสดงความเห็นในลักษณะเป็นการชี้นำสังคม เพื่อโน้มน้าวให้เกิดความรู้สึกที่เป็นประโยชน์ต่อพรรคถือว่าเป็นการหมิ่นศาลเหมือนอย่างที่เคยทำมาแต่ “ก้าวไกล” ยังประกาศว่าจะแถลงข่าวแสดงจุดยืนของพรรคต่อไปในวันที่ 9 มิ.ย.67 พูดง่ายๆว่าไม่ได้สนใจคำเตือนแต่อย่างใดที่ผ่านมา “ก้าวไกล” เคยทำอย่างนี้มาแล้วในคดีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่า “ล้มล้างการปกครอง”แต่ศาลรัฐธรรมนูญก็ไม่ได้มีบทลงโทษอะไรเพราะเจอความผิดที่หนักแล้วก็คงไม่ต้องการซ้ำเติมให้หนักเข้าไปอีกแต่คราวนี้จะเป็นอย่างไรก็ต้องติดตามกันต่อไปแน่นอนว่าผลแห่งคดีนั้น “ก้าวไกล” คงต้องทำใจรับอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เว้นแต่จะรอดก็ถือว่าโชคช่วยแต่หาก “ยุบพรรค” นั่นแหละคือปัญหาที่จะตามมา คือจะทำอย่างไรให้เดินหน้าทางการเมืองต่อไปได้ให้ถึงที่สุด คือลูกพรรคยังคงเกาะกลุ่มย้ายไปรวมกันที่พรรคใหม่ อีกทั้งประชาชนยังให้การสนับสนุนต่อไปเป้าหมายคืออีก 3 ปีจะชนะการเลือกตั้งเป็นแกนนำตั้งรัฐบาลเข้าบริหารประเทศก่อนที่จะถึงวันนี้ “ก้าวไกล” ได้วางกลยุทธ์เพื่อเอาชนะเลือกตั้งใหญ่ด้วยการมุ่งไปสู่การเลือกตั้งท้องถิ่นเน้นไปที่นายก อบจ.เพราะเชื่อว่าจะเป็นแรงหนุนสำคัญและทำให้ “บ้านใหญ่” ของพรรคคู่แข่งหมดสภาพในทางการเมืองแต่พอเริ่มต้นก็เกิดปัญหาในความเขี้ยวของนักการเมืองรุ่นเก่าอย่างเช่นการลาออกจากตำแหน่งก่อนครบวาระ ทำให้ “ก้าวไกล” เตรียมตัวไม่ทันจนไม่สามารถส่งผู้สมัครได้บางจังหวัดอีกทั้งผลการเลือกตั้งสมาชิก อบจ.บางจังหวัด อย่างที่ชลบุรี “ก้าวไกล” ก็แพ้แบบไม่เห็นฝุ่นอันบ่งบอกได้อย่างหนึ่งเลือกตั้งท้องถิ่นนั้นไม่ง่ายอย่างที่ “ก้าวไกล” ชนะเลือกตั้งระดับชาติ เนื่องจากมีความต่างกันอย่างชัดเจนก็ทำให้เสียหลักไปเหมือนกัน...แม้ผลโพลจะออกมาดี ทั้งพรรคและตัวบุคคลก็ตามประเด็นก็คือ “ก้าวไกล” จะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้พรรคสามารถเดินไปข้างหน้าได้ โดยแกนนำรุ่นใหม่ที่เกาะกลุ่มกันอย่างเหนียวแน่นจากนั้นก็ต้องตอกย้ำอุดมการณ์ทางการเมืองเพื่อให้มวลชนยอมรับต่อไปความจริงแล้วในทางการเมืองคู่แข่งของ “ก้าวไกล” อย่าง “เพื่อไทย” ณ วันนี้ก็มีปัญหาหลายอย่างสะสมอยู่ พูดง่ายๆไม่มีอะไรดีขึ้น อีกทั้งยังเกิดปัญหาทั้งเศรษฐกิจ ความขัดแย้งที่จะเป็นชนวนใหญ่ทุกอย่างจึงต้องดูกันต่อไปยาวๆ เพราะยังไม่มีอะไรแน่ทั้งนั้น!“สายล่อฟ้า”คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม