ผู้โดยสารและลูกเรือเครื่องบินสายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ ลำที่เกิดเหตุระทึกกลางเวหา รวม 143 ราย เดินทางกลับถึงสิงคโปร์อย่างปลอดภัย หลังเครื่องบินบรรเทาทุกข์มารับที่สนามบินสุวรรณภูมิ ครอบครัวเข้าสวมกอดด้วยความดีใจ ขณะที่สายการบินเผยนาทีระทึกขวัญว่า เครื่องบินเผชิญความปั่นป่วนรุนแรงฉับพลันของหลุมอากาศเหนือแม่น้ำอิรวดี เขตน่านฟ้าสหภาพเมียนมา ที่ระดับความสูง 37,000 ฟุต และดิ่งตัวลง กะทันหันถึง 6,000 ฟุต หรือ 1.8 กิโลเมตร ในเวลา 5 นาที สร้างความโกลาหลหนักบนเครื่องบิน ด้าน รพ.สมิติเวช ศรีนครินทร์ แถลงมีผู้บาดเจ็บเข้ารักษารวมกับ รพ.อื่นๆ 85 ราย อาการหนักอยู่ ICU รวม 20 ราย ยืนยันไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม ความคืบหน้าเหตุสุดระทึกขวัญที่เกิดขึ้นกลางฟ้า ของเครื่องบินโบอิ้ง 777-300ER สายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ เที่ยวบิน SQ 321 ที่ประสบกับสภาพอากาศเลวร้ายรุนแรง ทำให้เครื่องบินตกหลุมอากาศลึกถึง 1,800 เมตร หรือ 6 พันฟุต ที่บริเวณเหนือแม่น้ำอิระวดี เขตสหภาพเมียนมา ระหว่างทำการบินจากสนามบินฮีทโธรว์ กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร มุ่งหน้าสนามบินชางงี ประเทศสิงคโปร์ โดยเหลือเวลาจะถึงจุดหมายปลายทางเพียง 2 ชั่วโมงเท่านั้น และกัปตันเครื่องบินใช้ความสามารถนำเครื่องทะยานขึ้นจากหลุมอากาศและส่งรหัสขอความช่วยเหลือมายังสนามบินสุวรรณภูมิ กระทั่งนำเครื่องลงจอดฉุกเฉินได้อย่างปลอดภัย เจ้าหน้าที่สนามบินที่เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ฉุกเฉินทั้งที่มีเวลาเพียง 1 ชั่วโมง ระดมกำลังนำผู้โดยสารที่บาดเจ็บรวม 30 ราย และผู้เสียชีวิต 1 ราย ส่ง รพ.สมิติเวช ศรีนครินทร์ ส่วนผู้โดยสารที่ไม่ได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่นำไปดูแลพักผ่อนยังห้องพักคอยต่อมาช่วงเช้าวันที่ 22 พ.ค. มีผู้สื่อข่าวทั้งไทยและต่างประเทศ มาติดตามความคืบหน้าการรักษาผู้บาดเจ็บทั้งหมด ที่ รพ.สมิติเวช ศรีนครินทร์ หลังจากเมื่อคืนวันที่ 21 พ.ค. รพ.สมิติเวช ศรีนครินทร์ แจ้งว่า มีผู้บาดเจ็บถูกส่งตัวมารักษาทั้งหมด 71 ราย ได้รับการดูแลจากทีมแพทย์สหสาขาของ รพ.อย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกันไม่มีผู้บาดเจ็บมาเสียชีวิตที่ รพ.แต่อย่างใดพ.ต.ท.วีระศักดิ์ เมืองสุวรรณ รอง ผกก.คฝ.สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เปิดเผยว่า ในส่วนหน้าที่รับผิดชอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจคือดำเนินการหาสาเหตุการเสียชีวิตของผู้โดยสารชายชาวอังกฤษ วัย 73 ปี โดยส่งศพไปตรวจพิสูจน์ ที่แผนกนิติเวช สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ จ.สมุทรปราการ ขณะนี้ยังไม่มีผู้ใดมาติดต่อรับศพ เนื่องจากภรรยาของผู้เสียชีวิตก็ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ครั้งนี้และอยู่ระหว่างรักษาตัว แต่เชื่อว่าการติดต่อขอรับศพ เจ้าหน้าที่สายการบินของสิงคโปร์แอร์ไลน์น่าจะเป็นผู้อำนวยความสะดวกให้กับญาติผู้เสียชีวิต ส่วนเรื่องการสอบสวนการบินเป็นหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการสอบสวนอุบัติเหตุและอุบัติการณ์ของอากาศยาน สำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม ตรวจสอบ หาสาเหตุที่มาที่ไปของการเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ หากตรวจพบว่ามีความผิดสำนักงานมีอำนาจในการดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.การเดินอากาศ ปี 2479 ต่อมา เวลา 16.00 น. รพ.สมิติเวช ศรีนครินทร์ แถลงถึงการรักษาผู้บาดเจ็บจากเครื่องบินสายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ตกหลุมอากาศ ว่า มีผู้ถูกส่งตัวมารักษาที่ รพ.สมิติเวช ศรีนครินทร์ และ รพ.อื่นๆ รวม 85 ราย รักษาที่คลินิกสมิติเวช สุวรรณภูมิ อีก 19 ราย รวมทั้งสิ้น 104 ราย ช่วงบ่ายวันที่ 22 พ.ค. มีผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาแล้วกลับบ้าน 27 ราย เหลือผู้บาดเจ็บที่ยังรักษาที่ รพ.สมิติเวช ศรีนครินทร์ 41 ราย รพ.สมิติเวช สุขุมวิท 15 ราย รพ.กรุงเทพ 2 ราย เป็นผู้ป่วยที่รักษาในแผนกผู้ป่วยหนัก (ICU) 20 ราย ที่ รพ.สมิติเวช ศรีนครินทร์ 13 ราย เป็นผู้มีสัญชาติออสเตรเลีย 3 ราย สหราชอาณาจักร 2 ราย จีน (ฮ่องกง) 1 ราย มาเลเซีย 5 ราย นิวซีแลนด์ 1 ราย สิงคโปร์ 1 ราย ส่วนที่ รพ.สมิติเวช สุขุมวิท 7 ราย มีสัญชาติสหราชอาณาจักร 4 ราย ฟิลิปปินส์ 1 ราย มาเลเซีย 1 ราย สิงคโปร์ 1 ราย ผู้ป่วยที่รักษาและพักฟื้นใน รพ.ทั้งหมด 38 ราย อยู่ที่ รพ.สมิติเวช ศรีนครินทร์ 28 ราย มีสัญชาติอเมริกา 1 ราย ออสเตรเลีย 6 ราย สหราชอาณาจักร 8 ราย ฟิสิปปินส์ 5 ราย ไอร์แลนด์ 2 ราย เกาหลีใต้ 1 ราย มาเลเซีย 1 ราย นิวซีแลนด์ 2 ราย เมียนมา 1 ราย สเปน 1 ราย ที่ รพ.สมิติเวช สุขุมวิท 8 ราย มีสัญชาติสิงคโปร์ 1 ราย ออสเตรเลีย 3 ราย อินเดีย 1 ราย มาเลเซีย 2 ราย สหราชอาณาจักร 1 ราย ที่ รพ.กรุงเทพ 2 ราย สัญชาติสิงคโปร์ทั้ง 2 ราย ผู้ป่วยที่รับการผ่าตัดที่ รพ.สมิติเวช ศรีนครินทร์ เมื่อวันที่ 21 พ.ค. รวม 9 ราย และผ่าตัดในวันที่ 22 พ.ค. อีก 5 รายก่อนหน้านี้เวลา 03.30 น. วันเดียวกัน สายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์จัดเที่ยวบินพิเศษมารับผู้โดยสาร 131 คน ลูกเรือ 12 คน เดินทางกลับสิงคโปร์เหลือเพียงผู้โดยสารอีก 79 คน และลูกเรือ 6 คน ยังคงอยู่ที่กรุงเทพฯ จำนวนนี้รวมถึงผู้ที่เข้ารับการรักษาพยาบาลใน รพ. ขณะที่เจ้าหน้าที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเผยว่า ได้ดำเนินการตามแผนฉุกเฉินให้ความช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกผู้โดยสารที่เหลือ จนเดินทางกลับสิงคโปร์เรียบร้อยถือว่าเสร็จสิ้นภารกิจ หลังจากนี้เป็นเรื่องของสายการบิน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสอบสวนรายละเอียดเหตุการณ์ วันเดียวกันสายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ แถลงความคืบหน้าเหตุระทึกกลางเวหาของเที่ยวบิน SQ321 ระบุว่า ผู้โดยสาร 131 คน และลูกเรือ 12 คน รวม 143 คน เดินทางด้วยเที่ยวบินบรรเทาทุกข์ถึงสนามบินชางงี สิงคโปร์ เวลา 05.05 น. ตามเวลาท้องถิ่นสิงคโปร์ มีสมาชิกในครอบครัวผู้ประสบเหตุมารอรับและตรงเข้าสวมกอดหลังพบหน้ากัน สิงคโปร์แอร์ไลน์ยังเปิดเผยด้วยว่า เที่ยวบินดังกล่าวเผชิญความปั่นป่วนรุนแรงฉับพลันของหลุมอากาศเหนือแม่น้ำอิระวดีในสหภาพเมียนมา ที่ระดับความสูง 37,000 ฟุต หรือประมาณ 11.3 กิโลเมตร หลังออกเดินทางจากกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร ประมาณ 10 ชั่วโมง ก่อนดิ่งลง 6,000 ฟุต หรือ 1.8 กิโลเมตร อย่างกะทันหันในเวลาเพียง 5 นาที สร้างความโกลาหลอย่างหนักบนเครื่องบิน เนื่องจากนักบินมีเวลาเพียงเล็กน้อยในการตอบสนองเหตุฉุกเฉินที่เกิดขึ้นตรงหน้า กระทั่งต้องลงจอดฉุกเฉินที่สนามบินสุวรรณภูมิขณะเดียวกันสำนักข่าวรอยเตอร์ยังอ้างคำพูดของนักบินผู้ไม่ประสงค์เปิดเผยชื่อรายหนึ่งที่บินไปยังสิงคโปร์และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นประจำ ระบุว่า พายุฝนฟ้าคะนองรุนแรงในอ่าวเบงกอล ทางตะวันออกเฉียงเหนือของมหาสมุทร เป็นเหตุการณ์ที่พบได้ไม่ยาก มีโอกาสพบเจออยู่เสมออ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่