รมว.อุตสาหกรรม ลงพื้นที่ติดตามเหตุระเบิดไฟไหม้แท็งก์ เก็บสารไพโรไลซิส แก๊สโซลีน บริษัทย่อยเครือเอสซีจี ในท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง จี้เยียวยาผู้เสียชีวิต 1 ศพ และได้รับบาดเจ็บรวม 5 ราย มีทั้งพนักงานบริษัทและทีมดับเพลิง ขอโทษประชาชน สั่งเร่งตรวจหาสาเหตุ พร้อมวางมาตรการล้อมคอกคุมเข้ม ป้องกันเหตุซ้ำซาก ยันคุณภาพน้ำ และอากาศอยู่ในเกณฑ์ปกติ ซีอีโอเอสซีจีเผย ก่อนเกิดเหตุพนักงาน 4 คนขึ้นไปตรวจวัดปริมาณสาร ในแท็งก์ มีกลุ่มควันก่อนระเบิดตูมสนั่นจนร่วงตกลงมาตาย-เจ็บ นายกฯ สั่งดูแลประชาชนใกล้ชิด เน้นย้ำ โรงงานต่างๆปฏิบัติตามกฎระเบียบเคร่งครัด เพิ่มมาตรฐานการดับเพลิงลดความสูญเสียจากเหตุระทึก เกิดระเบิดไฟไหม้แท็งก์จัดเก็บสารไพโรไลซิส แก๊สโซลีน ภายในบริษัท มาบตาพุด แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด เป็นบริษัทย่อยเครือเอสซีจี อยู่ในท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ต.มาบตาพุด อ.เมืองระยอง เมื่อช่วงสายวันที่ 9 พ.ค. มีพนักงานเสียชีวิต 1 ศพและได้รับบาดเจ็บ 3 คน เจ้าหน้าที่ดับเพลิงด้วยความยากลำบาก เนื่องจากภายในแท็งก์เต็มไปด้วยสารที่เป็นเชื้อเพลิงอย่างดี มีกลุ่มควันดำทะมึนพวยพุ่งขึ้นท้องฟ้า ถูกกระแสลมพัดพาเข้าหาชุมชนจนต้องอพยพพนักงานในนิคมฯ มาบตาพุด และชาวบ้านในพื้นที่กว่า 400 คนไปอยู่ศูนย์พักพิงชั่วคราว ใช้เวลานานกว่า 6 ชม.ในที่สุดก็สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ในช่วงเย็นวันเดียวกัน ที่ศูนย์บัญชาการตอบโต้สถานการณ์ฉุกเฉินฯ เทศบาลเมืองมาบตาพุด อ.เมืองระยอง เมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 9 ม.ค. นายกัฬชัย เทพวรชัย รอง ผวจ.ระยอง นายคณพศ ขุนทอง รองผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) นายอัธยา นวลอุทัย หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จังหวัดระยอง นายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือเอสซีจี พร้อมผู้บริหารบริษัท มาบตาพุด แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงข่าวเหตุระเบิดและเพลิงไหม้ที่เกิดขึ้นนายธรรมศักดิ์ กล่าวว่า ถังที่เกิดเพลิงไหม้อยู่ระหว่างการปิดซ่อมบำรุง เหตุเกิดเมื่อเวลา 10.45 น. มีพนักงาน 4 คนขึ้นไปตรวจวัดปริมาณสารซีไนพลัส เป็นตัวทำละลายมีความจุของสารในถังเก็บ 8,000 คิว ปรากฏว่าเกิดกลุ่มควันลอยขึ้นมาแล้วเกิดระเบิดขึ้น ยังไม่ทราบว่าเกิดจากสาเหตุใด รู้แต่ว่าเกิดเพลิงลุกไหม้ แรงระเบิดทำให้พนักงานทั้ง 4 คนตกจากที่สูงและถูกไฟลวกทำให้เสียชีวิต 1 ราย และได้รับบาดเจ็บ 3 ราย นอกจากนี้ยังมีพนักงานดับเพลิงได้รับบาดเจ็บขณะเข้าระงับเหตุ 2 ราย ขณะเกิดเพลิงไหม้บริษัทดำเนินการระงับเหตุตามขั้นตอนคือตัดวาล์วทั้งหมดก่อนใช้ทั้งน้ำและโฟมระงับเพลิง จนสามารถดับไฟได้ในเวลา 12.30 น. แต่ถังที่ถูกไฟไหม้ยังมีความร้อนสะสมอยู่ทำให้ไฟปะทุขึ้นมาอีกรอบเวลาประมาณ 13.00 น. จนกระทั่งเวลา 18.00 น.จึงสามารถควบคุมเพลิงให้สงบลงได้ ไฟไหม้เสียหายเพียง 1 ถัง มีการตรวจวัดอุณหภูมิที่ถังทุกชั่วโมงป้องกันไฟปะทุอีก อุณหภูมิอยู่ที่ 47-50 องศาเซลเซียส ถือว่ากลับมาอยู่ระยะที่เกือบปกติ จะมีการเฝ้าระวังจนมั่นใจว่าปลอดภัยจึงจะดึงสารในถังออกมาให้หมดซีอีโอบริษัทเอสซีจีเผยต่อไปว่า ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต บริษัทจะดูแลเยียวยาเต็มที่ โดยเฉพาะจะส่งเสียบุตรผู้เสียชีวิตให้เรียนจนจบปริญญา ส่วนผู้บาดเจ็บทั้งพนักงานและเจ้าหน้าที่ดับเพลิงจะรับผิดชอบทั้งหมด ทางบริษัทรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จะดำเนินการตรวจสอบหาสาเหตุให้แน่ชัด ส่วนประชาชนที่อพยพไปอยู่ศูนย์พักพิงโรงเรียนมาบตาพุดพันพิทยาคาร ได้ตรวจคัดกรองว่ามีผู้ได้รับผลกระทบหรือไม่ หลังไฟดับก็กลับบ้านกันหมด และปิดศูนย์อพยพแล้ว หลังจากนี้เตรียมส่งหน่วยแพทย์ลงพื้นที่เพื่อตรวจสุขภาพชาวบ้านในชุมชนข้างเคียงที่สำนักงานการนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด อ.เมืองระยอง เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 10 พ.ค. น.ส.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รมว.อุตสาหกรรม เดินทางไปรับฟังการชี้แจงเหตุเพลิงไหม้ที่เกิดขึ้น มีนายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผวจ.ระยอง นายกำธร เวหน รอง ผวจ.ระยอง นายอนุสรณ์ แสงกล้า นอภ.เมืองระยอง นายวีริศ อัมระปาล ผู้ว่าการ กนอ. นายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กก.ผจก.ใหญ่บริษัทเอสซีจี ให้การต้อนรับระหว่างนั้นมีนายสุรินทร์ ศิลป์รัตน์ ประธานอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้านจังหวัดระยอง พร้อมสมาชิกเข้ายื่นหนังสือให้มีการตรวจสอบสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้อย่างตรงไปตรงมา เพราะที่ผ่านมาเคยเกิดเหตุมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อปี พ.ศ.2564 จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตถึง 3 ศพ ต้องการให้ทุกภาคส่วนวางมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุขึ้นอีก รวมถึงเรื่องการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบโดยเร็ว หลังรับเรื่อง น.ส.พิมพ์ภัทรา เข้าร่วมประชุมกับผู้เกี่ยวข้องภายในห้องประชุม นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผวจ.ระยอง กล่าวว่า หลังตรวจสอบจนแน่ชัดว่าเพลิงดับสนิทแล้ว จังหวัดประกาศยกเลิกพื้นที่ประสบเหตุสาธารณภัยในชุมชนหนองแฟบ ตากวน-อ่าวประดู่ แต่ยังมีเจ้าหน้าที่ติดตามตรวจสอบอย่างใกล้ชิดเพื่อคอยช่วยเหลือน.ส.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รมว.อุตสาหกรรม ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมว่า ก่อนอื่นต้องขอโทษประชาชนรายรอบพื้นที่และชาวระยอง และขอบคุณทุกภาคส่วนที่เข้ามาช่วยเหลือจนสามารถทำได้ตามมาตรการที่วางไว้ คือการคืนพื้นที่ได้เร็วที่สุดเรื่อง สำคัญที่สุดคือเรื่องของประชาชนที่ประสบภัย รวมถึงผู้เสียชีวิต และผู้ได้รับบาดเจ็บ ทางบริษัทพร้อมเยียวยาและช่วยเหลืออย่างเต็มที่ จะมี กนอ.และจังหวัดพร้อมช่วยเหลือ ส่วนเรื่องวิธีการจัดการคงต้องใช้เวลาตรวจสอบว่าเกิดจากสาเหตุใด ต้องให้เวลาในการทำงานเพื่อให้ผลที่ชัดเจน การป้องกันการเกิดเหตุซ้ำซากต้องมีความเข้มงวดกับมาตรการต่อไป จากการตรวจสอบพื้นที่หลังเพลิงสงบ ไฟไหม้ถังเก็บสารโซลีนไปเพียง 1 ถังเท่านั้น ทีมงาน NPC ยังคงมีเจ้าหน้าที่สแตนด์ บายอยู่ ทั้งการใช้โดรนตรวจจับความร้อน และฉีดน้ำหล่อเย็นไว้ตลอดนายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กก.ผจก.ใหญ่บริษัทเอสซีจี กล่าวว่า ขณะเกิดเหตุมีพนักงาน 4 คนขึ้นไปตรวจระดับของสารภายในถัง ไม่ใช่การขึ้นไปปิดวาล์วถังตามที่มีกระแสข่าว แต่อย่างไรก็ตามบริษัทรู้สึกเสียใจและขอรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้น ส่วนสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้คงจะต้องใช้เวลาในการตรวจสอบจากนั้น รมว.อุตสาหกรรม พร้อมคณะเดินทางลงพื้นที่ไปดูจุดเกิดเหตุเพลิงไหม้แท็งก์จัดเก็บสารไพโรไลซิส แก๊สโซลีน ภายในบริษัท มาบตาพุด แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด ท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ถึงแม้ไฟจะดับหมดแล้วแต่ยังมีกลิ่นฉุนของสารที่ถูกเผาไหม้คละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ยังมีเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเฝ้าระวังอยู่ ก่อนจะไปเยี่ยมเยียนชาวบ้านที่ศาลาอเนกประสงค์ชุมชนตากวน-อ่าวประดู่ มีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขมาตรวจร่างกายชาวบ้านในชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากควันพิษน.ส.พิมพ์ภัทรากล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติแล้ว กนอ.และบริษัทฯควบคุมเพลิงไว้ได้อย่างเด็ดขาด แต่ยังฉีดโฟมหล่อเย็นไว้เพื่อควบคุมอุณหภูมิจากสภาวะอากาศร้อน การดูแลประชาชนในพื้นที่โดยรอบ ได้ประสานสำนักงานหลัก ประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และคณะสหเวช ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ส่งทีมแพทย์มาดูแลสุขภาพและตรวจรักษาประชาชนที่ศาลาอเนกประสงค์ชุมชนตากวน-อ่าวประดู่ สำหรับการตรวจวัดคุณภาพน้ำในชุมชนรอบพื้นที่ โดยรถโมบายของสำนักงานนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด (สนพ.) จำนวน 2 จุด ได้แก่ คลองชากหมาก และบริเวณบริษัท ไทยพลาสติกเคมีภัณฑ์ พบว่าคุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ส่วนผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศ 3 จุด ได้แก่ จุดตรวจสถานีอนามัยตากวน จุดตรวจสถานีหนองเสือเกือก และจุดตรวจสถานีเทศบาลเมืองมาบตาพุด อยู่ในเกณฑ์ปกติรมว.อุตสาหกรรมเผยถึงกรณีผู้ได้รับบาดเจ็บ 5 ราย และเสียชีวิต 1 ราย บริษัทฯยืนยันว่าจะดูแลและเยียวยาอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะผู้เสียชีวิตทราบว่าบ้านเกิดอยู่ จ.เชียงราย ภรรยาทำงานห้างสรรพสินค้า มีบุตร 1 คน ได้มอบเงินช่วยเหลือส่วนตัวให้ครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าวด้วย นอกจากนี้ได้กำชับ กนอ.ให้กำกับดูแลการประกอบกิจการในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม และท่าเรืออุตสาหกรรมอย่างเข้มงวดและรัดกุมขึ้น อีกทั้งต้องกำกับให้ปฏิบัติตามกฎข้อบังคับตาม พ.ร.บ.โรงงานฯที่แก้ไขเพิ่มเติมอย่างจริงจังด้วยนายวีริศ อัมระปาล ผู้ว่าการ กนอ. กล่าวว่า กนอ.จะตรวจวิเคราะห์หาสาเหตุของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยเร่งด่วน จัดทำมาตรการด้านความปลอดภัยเพื่อป้องกันการเกิดซ้ำ ต้องได้รับการรับรองจากหน่วยงานภายนอกที่ให้การรับรองด้านความปลอดภัย (Third Party) พร้อมทั้งชี้แจงแนวทางและมาตรการช่วยเหลือเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบด้วย อย่างไรก็ตาม ได้กำชับทุกนิคมอุตสาหกรรมให้เพิ่มความเข้มงวดของมาตรการรักษาความปลอดภัยภายในพื้นที่ ตามมาตรฐานการจัดการความปลอดภัยกระบวนการผลิต (PSM) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ประกอบกิจการ และประชาชนโดยรอบนิคมอุตสาหกรรมเพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมอยู่ร่วมกับชุมชนได้อย่างยั่งยืน ที่ รพ.ระยอง เมื่อเวลา 15.00 น. ภรรยาและครอบครัวมาติดต่อรับศพนายนพพร เรือนมา อายุ 34 ปี พนักงานบริษัทที่เสียชีวิตจากเหตุระเบิดและเพลิงไหม้ที่เกิดขึ้น บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า ญาติๆปฏิเสธให้สัมภาษณ์ ก่อนจะนำศพขึ้นรถตู้ของมูลนิธิสว่างพรกุศลระยอง กลับไปบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิดในพื้นที่ อ.พาน จ.เชียงรายที่ทำเนียบรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เผยว่า ถึงแม้ไฟจะดับแล้วได้สั่งการถึงการ เยียวยาประชาชนให้ น.ส.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รมว.อุตสาหกรรม ดูแลประชาชนอย่างใกล้ชิด โดยภาค เอกชนคือ บริษัท สยามซีเมนต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) รับผิดชอบดูแลเยียวยาผู้ประสบเหตุทั้งหมด ส่วนเรื่อง ภัยพิบัติที่ประกาศภาวะฉุกเฉินก็ยกเลิกไปแล้ว เพราะไฟดับแล้ว เมื่อถามว่า จะมีการป้องกันอย่างไรเนื่องจากเป็นช่วงอากาศร้อนส่งผลให้เกิดเหตุไฟไหม้ ถี่ขึ้น นายเศรษฐากล่าวว่า ได้เน้นย้ำทุกภาคส่วนให้มี การป้องกันป้องปรามให้โรงงานต่างๆปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ การเข้าควบคุมเพลิงต้องมีมาตรฐานจัดการดับไฟ เช่น มีการซ้อม ดับไฟไว้ก่อน ให้มีความเข้มข้นขึ้นในการเตรียมการ เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับโรงงานต่างๆและประชาชนที่อาศัยในบริเวณรอบข้างนายไพโรจน์ โชติกเสถียร ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า กรณีดังกล่าวเป็นการประสบอันตรายจากการทำงาน ลูกจ้างที่เสียชีวิตทายาทมีสิทธิได้รับสิทธิ ประโยชน์จากกองทุนเงินทดแทน เป็นค่าทำศพ จ่ายแก่ผู้จัดการศพ รายละ 50,000 บาท ค่าทดแทนกรณีตายเป็นระยะเวลา 120 เดือน จ่ายเป็นรายเดือน เดือนละ 14,000 บาท รวมเป็นเงิน 1,680,000 บาท เงินบำนาญ ชราภาพ 110,039.50 บาท (ยังไม่รวมดอกผล) รวมได้รับ ทั้งสิ้น 1,840,039.50 บาท ส่วนลูกจ้างที่ได้รับบาดเจ็บ มีสิทธิได้รับเงินจากกองทุนเงินทดแทน เป็นค่ารักษาพยาบาลเท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็น แต่ไม่เกินอัตราที่กฎหมายกำหนด ค่าทดแทนกรณีหยุดงาน 70% ของค่าจ้างรายเดือน ไม่เกินระยะเวลา 1 ปีน.ส.เอมอร เสียงใหญ่ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิ และเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า สำนักงานยุติธรรมจังหวัดระยองลงพื้นที่และแจ้งสิทธิในการรับการเยียวยาตาม พ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ.2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติมฯ กรณีเสียชีวิตมีสิทธิ ได้รับการเยียวยา 110,000 บาท ได้แก่ ค่าตอบแทนกรณีถึงแก่ความตาย 50,000 บาท ค่าจัดการศพ 20,000 บาท ค่าขาดอุปการะเลี้ยงดู 40,000 บาท และค่าเสียหายอื่น 40,000 บาท ส่วนผู้เสียหายที่บาดเจ็บ มีสิทธิได้รับการเยียวยา ได้แก่ ค่ารักษาพยาบาลไม่เกิน 40,000 บาท ค่าฟื้นฟูสมรรถภาพฯไม่เกิน 20,000 บาท ค่าขาดประโยชน์ทำมาหาได้ ตามค่าแรงขั้นต่ำ ในพื้นที่จังหวัดที่ประกอบการงานไม่เกิน 1 ปี และ ค่าตอบแทนความเสียหายอื่นๆไม่เกิน 50,000 บาทด้านนายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ประธานคณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรม สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ช่วงนี้เกิดไฟไหม้โรงงานขึ้นบ่อย มีข้อสังเกต คือ ประสิทธิภาพ หรือความพร้อมของหน่วยงานดับเพลิงต้องมีการทบทวน หรือปรับปรุง จากหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเห็นว่าหน่วยงานดับเพลิงยังมีความไม่พร้อม ทำให้มีปัญหาอุปสรรคทั้งเรื่องอุปกรณ์ น้ำยาเคมี บุคลากร งบประมาณ แผนเผชิญเหตุ ส่งผล ให้การควบคุมเพลิงใช้เวลายาวนานกว่าที่ควรจะเป็น ส่งผลกระทบต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม เป็นเรื่องที่ผู้บริหารต้องรับมาปรับปรุงเร่งด่วน วันที่ 15 พ.ค.นี้ กมธ.อุตฯ ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการดับเพลิง โรงงานอุตสาหกรรมมาหารือในประเด็นนี้อ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่