มุ่งมั่นสนับสนุนให้คนใช้ “ผ้าไทย” เพื่อสนองพระราชปณิธาน “สมเด็จพระพันปีหลวง” ม.ล.ปุญยนุช เกษมสันต์ ดุลยจินดา ประธานชมรมเพลินไทยสมัยนิยม และกรรมการ ซึ่งทำงานด้วยใจ เสียสละทั้งเวลาและทุนทรัพย์ส่วนตัว อยากให้ อาคารวชิรานุสรณ์ ที่เคยเป็นบ้าน พระสรรพการหิรัญกิจ (เชย อิศรภักดี) ซึ่งโก้หรูที่สุดในยุครัชกาลที่ 5 ซึ่งต่อมา รัชกาลที่ 6 ทรงซื้อพระราชทานให้เป็นโรงพยาบาลวชิระ กลับคืนสู่ความสวยงามเหมือนร้อยกว่าปีก่อน จึงจัดกิจกรรมการกุศล เพลินพัสตรา ภูษาแห่งสยาม ครั้งที่ 4 ในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 6 รอบ--เพราะมีเวลากระชั้น หม่อมดาว-ปุญยนุช และกรรมการชมรมฯ อาทิ นิติรัตน์ เปลี่ยนขำ ณญาดา อมตวณิชย์ นันท์นลิน ไพบูลย์ปรีดี ศิวาภรณ์ รัตนพันธุ์ วนิดา สุโกศล ทิวากร ไพเราะ ฯลฯ จึงเตรียมงานหามรุ่งหามค่ำ ติดต่อเซเลบริตี้ ดารา เตรียมเสื้อผ้า หาเครื่องประดับ สถานที่ ขายบัตร ฯลฯ เพลินพัสตรา ภูษาแห่งสยาม ครั้งนี้ เป็นการแสดงเสื้อผ้าไทย แบบมิวสิเคิล จากนวนิยาย ละคร ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับประเพณี และวัฒนธรรมการแต่งกายด้วยผ้าไทย 4 ภาค พร้อมเพลงประกอบที่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ การแสดงมี 6 องก์ องก์แรก ชื่อ พระเมตตาพระราชทาน อาภรณ์งามสมชุดประจำชาติไทย เพื่อสำนึกพระมหากรุณาธิคุณ “สมเด็จพระพันปีหลวง” แสดงโดย นางเอก แพนเค้ก และ ปวริศา เพ็ญชาติ องก์ 2 จินตนิมิตอยุธยา พัสตราภรณ์ จำลองฉากพระราชพิธีจองเปรียง จากละครดัง พรหมลิขิต อีกองก์ ชื่อ ย้อนสยาม งามภูษา แสดงชุดไทยในราชสำนักรัตนโกสินทร์ตอนกลาง มี 2 หญิงต่างวัย ซึ่งปกติไม่รับงาน แต่ยอม หม่อมดาว คือ ดร.รัศมี กลีบบัว ซึ่งอายุใกล้เลข 8 สั่งตัดชุดใหญ่แบบราชสำนักในรัชกาลที่ 5 เพื่องานนี้ และ พญ.สุนิดา ยุทธโยธิน ใส่แก๊สบี้แบบไทยยุค ร.7 ของ ไข่ บูติค โดยได้เครื่องประดับยุควิคตอเรียน จากกรุ พุทธพงษ์ เพียรเจริญ องก์ โยนกยาตรา พัตราภรณ์ มีนางเอก ณิชา พูลโภคะ เป็นเจ้านางสวยตรึงใจ และอดีตมิสทิฟฟานี่ น้องปีใหม่ ศรุดา ปัญญาคำ น้องหญิง นันท์ธนัษฐ์ กัลยาวงษา แต่งชุดไทเขิน ส่วน องก์ อ่อนซ้อนงามองค์ อนงค์ล้านนา มี เดอะหนึ่ง–สุริยน ศรีอรทัยกุล เป็นสปอนเซอร์หลักได้นางงาม แอนโทเนีย โพซิ้ว แต่งชุดไทยประยุกต์ ที่ตัดจากผ้ายกทองชุดใหญ่ ลำพูน พร้อมสังวาลย์ มรกต 72 กะรัต ที่ Beauty Gems สั่งทำใหม่ เพื่องานนี้ ตามด้วย องก์ บาบ๋า ย่าหยา วิวาห์อาภรณ์ ได้ 2 เจ้าแม่วัฒนธรรมท้องถิ่น จรินทร์ นีรนาทวโรดม ประธานชมรมบาบ๋า ฝั่งทะเลอันดามัน กับ จรูญรัตน์ ตัณฑวณิช พิพิธภัณฑ์บ้านชินประชาภูเก็ต ดูแลบทและเครื่องแต่งกาย โดยนำเครื่องเพชรร้อยปีของตระกูล มาให้นางแบบใส่ และองก์ที่ 5 ถักทอสายใยผ้า ถวายศรัทธาพญานาคี แบบอีสานใต้ซึ่ง มหาทิว ศุภวัฒน์ หงษา สั่งทำพญานาคยักษ์ประกอบฉาก โดยมีนางเอก ญาณิศา ธีราธร และ ศศิวิมล ดารารัตนโรจน์ รำบูชานาคี องก์สุดท้าย จากเส้นสายลายภารตะ สู่ผ้ายกทองแดนสยาม งามตระการสงกรานต์ไทย ซึ่ง หม่อมดาว กำชับให้บรรจุผ้ายกอินเดียไว้ในการแสดง เพราะสมัยก่อนผ้ายกทองอินเดียเป็น ที่นิยมอย่างสูงในราชสำนักไทย โดยมี ดร.ไพโรจน์ ทองคำสุก ราชบัณฑิตสาขานาฏศิลป์และการละคร ดูแลบทประพันธ์และการขับเสภา ตำนานนางสงกรานต์ ซึ่งมี สุดจิตร์ สุดจิตต์ แห่งฟินาเล่ สตูดิโอ และ อาจารย์สรพล ถีระวงษ์ ทายาทช่างศิลปกรรมหัตถกรรมดูแลเครื่องแต่งกายนางสงกรานต์ พลอย เฌอมาลย์ และนางสงกรานต์อื่นๆ อาทิ กันยาวีร์ ใจบุญ ซึ่งเดินด้วยลีลาล้อตัวโขนสัตว์พาหนะได้พลิ้วอย่าง องค์ลง เรียกเสียงฮือฮาสนั่นโรงละครอักษรารายได้จากงาน ซึ่ง หม่อมดาว สมทบอีก ให้ได้เลขกลมๆสวยๆ 2,000,000 บาท มอบให้คณะแพทยศาสตร์ ม.นวมินทราธิราช เพื่อโครงการพิพิธภัณฑ์ทางการแพทย์ และบ้านหิมพานต์ แห่ง ปาร์ค สามเสน ที่เคยรุ่งเรืองในอดีต ให้สมบูรณ์งามสง่าอีกครั้ง.โสมชบาคลิกอ่านคอลัมน์ “ของว่างวันอาทิตย์” เพิ่มเติม