ฉากละครการเมืองสำคัญ สุมาอี้ เล่นตบตาโจซอง ยุคท้ายๆ ของสามก๊ก ในหนังสือ “งำประกาย กโลบายไร้ผู้ต่อต้าน” (เห่ง อู๋อั๊ง เขียน อธิคม สวัสดิญาณ แปล เต้าประยุกต์พิมพ์ พ.ศ.2553) ผมอ่านจบแล้ว ก็คิดว่า นอกจากสิงห์เฒ่า คู่ประมือขงเบ้ง คนนี้แล้วใคร หน้าไหน จะเล่นได้ดีอย่างนี้อีกปูพื้นฐานเรื่องเดิม ให้รู้กันก่อน พระเจ้าโจยอยสวรรคต สุมาอี้ กับโจซอง พระญาติก็ช่วยกันบริหารบ้านเมือง ให้ โจฮอง รัชทายาท พระชันษา 8 ปี โจซองใช้วิธี ในทางเปิดเผยแสร้งยกย่อง ในทางเป็นจริง ปิดล้อมลิดรอนยืมมือฮ่องเต้ ยกสุมาอี้ เป็นราชครู แต่ยึดอำนาจการทหารแม้สุมาอี้ชราร่วงโรยเต็มที แต่โจซองก็ยังระแวง วันหนึ่งก็ใช้ลูกน้องหลี่เซินไปหยั่งเชิงสุมาอี้ที่บ้านฉากละครที่หลี่เซิน เห็น สุมาอี้นอนบนเตียง ใบหน้าซูบซีดอิดโรย สาวใช้คนหนึ่งประคอง อีกคนป้อนข้าวต้มใส่ปาก สภาพสุมาอี้ราวคนตายแข็งทื่อคล้ายท่อนไม้ ริมฝีปากแทบไม่ขยับข้าวต้มที่ถูกป้อน ไหลออกทางมุมปากเลอะเสื้อนุ่งและผ้าห่ม สองสาวใช้ ช่วยเช็ดมือไม้วุ่นวายหลี่เซินเข้าคารวะ “นานมาแล้วไม่ได้มาเยี่ยมท่านราชครู คิดไม่ถึงท่านจะป่วยขนาดนี้” สุมาอี้ทำเป็นไม่ได้ยิน ค่อยๆลืมตา ถามเสียงอ่อนระโหย “ท่านคือใคร”“ฝ่าบาทตั้งข้าให้ไปเป็นเจ้าเมืองเซียงจิ๋ว จึงแวะคารวะอำลาท่าน” สุมาอี้แสร้งหอบถาม “เป็งจิ๋ว หรือท่านจะไปอยู่เมืองเหนือต้อง ป้องกันให้ดี”หลี่เซินรีบบอก “ข้าจะไปเป็นเจ้าเมืองเซียงจิ๋ว” สุมาอี้ทำเป็นฟังผิด “อ๋อ” ท่านเพิ่งมาจากเป็งจิ๋วหลี่เซิน บอกคนรอบข้าง “ท่านราชครู ป่วยหนักจนสติเลอะแล้ว” สาวใช้บอกว่า “ท่านป่วยมานาน จนหูตึงหนัก”หลี่เซิน ขอกระดาษพู่กัน เขียนความตั้งใจยื่นให้ สุมาอี้อ่านแล้ว พูดเป็นช่วงๆ “ข้าป่วยหนัก หูก็ตึง ตาก็ลาย โอกาสหายคงยาก ท่านไปเซียงจิ๋วครั้งนี้ จงตั้งใจทำราชการ อย่าได้ประมาท”พูดแล้ว สุมาอี้เหลียวมองสาวใช้ ชี้นิ้วที่ปาก สาวใช้ก็เอาน้ำข้าวต้มป้อน สุมาอี้แสร้งสำลัก ปล่อยน้ำข้าวต้มไหลออกทางมุมปาก จนเลอะเสื้อผ้าอีกจากนั้น ก็ไอไม่หยุด แสดงอาการเหนื่อยหอบทุรนทุรายหลี่เซิน เห็นอาการเช่นนั้น ก็ไม่คิดจะนั่งนาน รีบขอลากลับไป รายงานโจซองโจซองฟังแล้ว ก็กระโดดโลดเต้นดีใจ “ไอ้เฒ่าคนนี้ กำลังจะตาย ข้าก็ไม่ต้องวิตกกังวลอะไรอีก” จากนั้นก็ยิ่งกำเริบเสิบสานใช้อำนาจ บาตรใหญ่ไปทั่วฝ่ายสุมาอี้ เมื่อหลี่เซินไปแล้ว ก็เปลี่ยนบทแสดงเป็นคนปกติสั่งลูกชายทั้งสอง“ต่อจากนี้โจซองคงระวังป้องกันพวกเราน้อยลง”ต่อมาไม่นาน ระหว่างโจซอง คุมกำลังส่วนใหญ่ออกไปนอกเมือง สุมาอี้ก็ได้โอกาสใช้นักรบเก่าที่แอบซ่องสุมไว้ จับโจซองสังหาร และยึดอำนาจได้สำเร็จบัลลังก์ราชวงศ์โจที่โจผี บุตรของเสด็จเจ้าโจโฉ...ยึดมาจากฮ่องเต้ราชวงศ์ฮั่นก็เปลี่ยนมาเป็นราชวงศ์สุมาอี้การเมืองไม่ว่ายุคสามก๊ก หรือยุคไหน...ไม่พัฒนาไปสักเท่าไร... กลยุทธ์ที่ใช้ๆกัน ก็ยังคงอยู่่ในอีหรอบเดิมๆ การเล่นละครการเมืองนั้น โดยเฉพาะฉาก “ป่วยการเมือง” บ้านไหนเมืองไหน ก็ยังเล่นกันอยู่นั่นแหละข้อสังเกตของคอการเมือง ยุคใหม่ นักแสดงชราคนนั้น...เล่นบทป่วยได้ไม่แนบเนียนผมได้ยินเสียงนินทาหลุดออกมาดังๆ ป่วยหนักนอนโรงพยาบาลนานครึ่งปี แต่ทำไม หน้าตายังสะสวยผ่องใส ภาษาสาวๆ เขาว่า ยังกะไปทำหน้าใหม่มาจากเกาหลี.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ "ชักธงรบ" เพิ่มเติม