“บิ๊กโจ๊ก” ลุยจี้คดีแก๊ง 5 โจ๋ทมิฬลูกตำรวจร่วมกันสังหาร “ป้ากบ” โยนทิ้งบ่อน้ำหลังญาติร้องหวั่นไม่ได้รับความเป็นธรรม ขณะที่ “ลุงเปี๊ยก” ผัวผู้ตายที่ถูกชุดสืบสวนนำตัวมาดำเนินคดีตอนแรกก่อนถูกปล่อยตัวออกมาเรือนจำไปไว้บ้านญาติ ล่าสุดตำรวจนำตัวกลับมาสอบเครียดอีกครั้ง ยังยืนยันคำเดิมสาเหตุที่ยอมสารภาพเพราะถูกชาวบ้านกล่าวหาใส่ร้ายว่าฆ่าเมีย เลยจำยอมรับสารภาพ ด้าน ผบช.ภ.2 ยันไม่มีการจับแพะ ด้าน ผกก.ตม.สระแก้ว เด้ง ด.ต. พ่อ 1 ในเยาวชนโหดเข้ากรุกรณีตำรวจดำเนินคดีนายปัญญา หรือเปี๊ยก คงแสนคำ อายุ 56 ปี ผู้ต้องหาฆ่าทุบหัว น.ส.บัวผัน หรือกบ ตันสุ อายุ 47 ปี เมียสติไม่ดีโยนศพทิ้งบ่อน้ำ หลังปั๊มน้ำมัน ปตท.เก่า ข้าง ร.ร.อนุบาลศรีอรัญโญทัย อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เมื่อวันที่ 12 ม.ค.ที่ผ่านมา ต่อมาพบหลักฐานจากกล้องวงจรปิดชี้ชัดว่า นายปัญญาไม่ใช่คนร้ายแต่เป็นแพะในคดี พนักงานสอบสวนรีบทำเรื่องปล่อยตัวออกจากเรือนจำทันที ส่วนผู้ก่อเหตุ ตัวจริงกลายเป็นกลุ่มเยาวชนรวม 5 คนที่มี 2 หัวโจกเป็นลูกตำรวจในพื้นที่และมีหน้าที่ในการสืบสวนทำคดี แม้ว่า 1 ในพ่อเด็กยศ ร.ต.ต.จะถูกย้ายออกไปแล้ว แต่ญาติผู้ตายยังไม่มั่นใจในความยุติธรรม ยืนยันไม่เผาศพจนกว่าคดีจะถึงที่สุด ที่สโมสรตำรวจ ถนนวิภาวดีรังสิต เวลา 10.30 น. วันที่ 16 ม.ค. นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือกัน จอมพลัง พานางปาง มลใสกุล อายุ 55 ปี พี่สาว น.ส.บัวผัว ผู้ตาย เข้าพบ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. เพื่อให้ช่วยติดตามคดี นางปาง กล่าวว่า รู้สึกกังวลเกรงจะไม่ได้รับความยุติธรรม เพราะตำรวจไม่เคยเข้ามาดูแลและไม่สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลทางคดีจาก สภ.อรัญประเทศ ได้ ญาติสงสัยว่าเหตุใดลุงเปี๊ยกไปรับสารภาพ มีใครบังคับสั่งการหรือไม่ ส่วนตัวไม่เชื่อว่าลุงเปี๊ยกจะก่อเหตุ รุนแรงขนาดนี้ เพราะทั้งสองต่างสติไม่สมประกอบ และตั้งแต่ลุงเปี๊ยกได้รับการปล่อยตัวก็ไม่มีใครประสานให้ไปรอที่เรือนจำ ไม่ทราบว่าถูกปล่อยตัวไปตั้งแต่เมื่อไหร่และอยู่ไปกับใครตอนนี้นายกัณฐัศว์ กล่าวว่า พี่สาวนางบัวผันมาร้องขอความช่วยเหลือ กลัวจะไม่ได้รับความเป็นธรรม ตนเชื่อมั่นว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์จะทำคดีได้ อีกทั้งคดีนี้อาจมีตำรวจบังคับให้ลุงเปี๊ยกยอมรับผิดในคดีว่าตัวเองใช้เก้าอี้ฟาดภรรยาจนเสียชีวิต ทั้งที่ความจริงลุงไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์เลยจะไปทราบพฤติการณ์การก่อเหตุของคนร้ายจริงๆได้อย่างไร ตั้งข้อสังเกตว่ามีใครสั่งให้พูดข้อมูลดังกล่าว และหลังจากได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำแล้ว เจ้าตัวก็หายไปเลย ญาติตามหาตัวไม่ได้ แม้แต่ทีมงานตนก็ไม่สามารถติดต่อ ผกก.สภ.อรัญประเทศ ได้เช่นกัน อย่างไรก็ตาม ตนได้ข้อมูลมาว่าลุงเปี๊ยกอยู่ที่เซฟเฮาส์กับญาติคนหนึ่งที่โรงแรมใน จ.สระแก้ว และจะให้ย้ายไปที่ จ.สุรินทร์ สงสัยว่า เหตุใดต้องให้ไปพักที่เซฟเฮาส์ เกรงว่าลุงจะไปพูดอะไรหรือไม่พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า คดีนี้เป็นคดีอุกอาจ ในรูปของคดีตำรวจจับกุมผู้ก่อเหตุชัดเจนแล้วเป็นเด็ก 5 คน ในจำนวนนี้มีลูกตำรวจด้วย ก่อนหน้านี้มีความเคลือบแคลงสงสัยที่นำตัวลุงเปี๊ยกมาดำเนินคดีถึงขั้นแจ้งข้อกล่าวหาและทำแผนประกอบคำรับสารภาพก่อนปล่อยตัว แต่หลังจากลุงเปี๊ยกได้รับอิสรภาพต้องอยู่ในการดูแลของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพราะต้องได้รับการคุ้มครองสิทธิ์ ตำรวจไม่มีสิทธิ์ไปควบคุมตัวเอาไว้ ตนตำหนิ ผกก.สภ.อรัญประเทศไปแล้วที่ปล่อยกลุ่มผู้ต้องหาที่ก่อเหตุ ทั้งที่ชาวบ้านร้องเรียนหลายครั้ง ขณะนี้ลุงเปี๊ยกปลอดภัยดี แต่หากสอบสวนพบว่าลุงเปี๊ยกให้การเท็จต้องถูกดำเนินคดีฐานแจ้งความเท็จ แต่หากมีหลักฐานตำรวจแนะนำให้รับสารภาพหรือข่มขู่บังคับเพื่อช่วยคนผิดก็ต้องถูกดำเนินการทั้งทางวินัยและอาญาเด็ดขาด เพราะถือเป็นการบิดเบือนและทำลายกระบวนการยุติธรรมขณะเดียวกันนายกัณฐัศว์โทรศัพท์สอบถามความคืบหน้าด้านคดีจาก พ.ต.อ.พิเชษฐ์ ศรีจันทร์ตรา ผกก.สภ.อรัญประเทศ ทราบว่า ขณะนี้ลุงเปี๊ยกอยู่ในความดูแลของญาติที่คลองน้ำใส ไม่มีตำรวจอยู่ดูแล แต่มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงว่าเหตุใดจึงแจ้งข้อกล่าวหาและทำให้ลุงเปี๊ยกรับสารภาพ ไทม์ไลน์การเกิดเหตุตำรวจรับแจ้งเหตุช่วงบ่ายวันที่ 12 ม.ค.ที่ผ่านมา ลุงเปี๊ยกเป็นผู้พาตำรวจไปชี้จุดเกิดเหตุด้วยตัวเอง อีกทั้งยังพบคราบเลือดบนขากางเกงของลุงเปี๊ยก แต่ยังไม่ทราบว่าเป็นเลือดของใคร กองพิสูจน์ต้องส่งตรวจดีเอ็นเอ เมื่อแพทย์ตรวจสภาพศพพบเสียชีวิตมา 8-12 ชั่วโมงก็เท่ากับว่าเสียชีวิตราววันที่ 11 ม.ค. เมื่อไล่ตรวจสอบภาพวงจรปิดไม่พบว่าลุงเปี๊ยกอยู่ในเหตุการณ์ ย้อนภาพไปในวันที่ 10 ม.ค. พบว่าเป็นคนละเรื่อง กลุ่มเยาวชนเป็นผู้ลงมือก่อเหตุเอง ขณะนั้นตำรวจขออำนาจศาลฝากขังลุงเปี๊ยกไปแล้ว ต้องรีบทำเรื่องปล่อยตัวและเร่งนำเยาวชน 5 คนมาสอบปากคำ พร้อมยึดรถ จยย.ที่ใช้ก่อเหตุ หลังปล่อยตัวลุงเปี๊ยกได้สอบปากคำเด็กร่วมกับสหวิชาชีพ ก่อนนำไปขอหมายขังศาลเด็กและเยาวชนและสั่งค้านประกันตัว “ยืนยันว่าตำรวจได้ภาพกล้องวงจรปิดและตัวผู้ต้องหาก่อนจะเป็นข่าว แต่พอมีสื่อช่องหนึ่งปั่นกระแสว่าเป็นการปกป้องลูกตำรวจ ผมเองยังไม่ทราบเลยว่าผู้ต้องหาเป็นลูกตำรวจด้วย ส่วนตัวไม่สงสัยว่ามีใครวางบทให้ลุงเปี๊ยกพูดหรือไม่ เพราะคนในพื้นที่ต่างพูดเหมือนกันว่าลุงเปี๊ยกมักเมาสุราและเคยทำร้ายเมียตัวเองจริง พอตำรวจซักถามเจ้าตัวอาจรู้สึกกดดันและให้การวกไปวนมาจนยอมรับสารภาพเองในขณะนั้น ไม่มีใครไปชี้นำให้พูด และไม่เกี่ยวข้องว่าพ่อของผู้ก่อเหตุเป็นตำรวจ” ผกก.สภ.อรัญประเทศกล่าวที่ บช.ภ.2 จ.ชลบุรี สายวันเดียวกัน พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผบช.ภ.2 เปิดเผยถึงคดีดังกล่าวว่า คดีนี้ตำรวจสืบถามจากคนใกล้ชิดก่อน เมื่อนำลุงเปี๊ยกสามีผู้ตายที่มีอาการสุราเรื้อรัง พบว่าทั้งคู่มักมีปากเสียงกันตลอด เมื่อสอบถาม ลุงเปี๊ยกรับว่าฆ่า น.ส.บัวผันเอง ที่ขากางเกงพบว่าเปื้อนเลือดด้วย เลยให้อธิบายว่าฆ่าอย่างไร ลุงเปี๊ยกเล่าให้ฟังหมด ที่บอกว่าเป็นแพะรับบาปไม่จริง เพราะว่าการสอบสวนเป็นคดีสำคัญทางกฎหมาย สอบต่อหน้าทนายความ พาไปชี้ที่เกิดเหตุ ลุงเปี๊ยกชี้ได้ถูกต้องหมด และมีทนายอยู่ด้วย ตำรวจไม่ได้เชื่อคำให้การเพราะว่าลุงเปี๊ยกเมาเหล้าแบบนี้แล้วมารับสารภาพ นำกางเกงที่เปื้อนเลือดไปตรวจ ผลยังไม่ออกว่าเป็นเลือดของใคร จึงตรวจสอบกล้องวงจรปิดจนมาพบว่าคนร้ายที่ฆ่า น.ส.บัวผันไม่ใช่ลุงเปี๊ยก กลายเป็นเยาวชน 5 คน“เรื่องการจ้างลุงเปี๊ยกให้รับสารภาพไม่มี สอบถามทางทนายได้ ประเด็นอยู่ที่ผู้ก่อเหตุมีลูกของตำรวจอยู่ด้วย อาจช่วยเหลือกัน เรื่องนี้ผู้กำกับโรงพัก และพ่อของเยาวชนผู้ก่อเหตุไม่ได้รู้เรื่องด้วย จับลุงเปี๊ยกเพราะมารับสารภาพว่าได้กระทำผิด ผมก็ไม่ได้ละเลย สั่งการทางจังหวัดตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงว่าเกิดอะไรขึ้น หากพบว่าเป็นไปตามที่สื่อมวลชนพบ พูดว่ามีการจ้างวาน ใครเกี่ยวข้องให้ดำเนินคดีเด็ดขาดไม่เอาไว้” ผบช.ภ.2 กล่าวย้ำส่วนความคืบหน้าด้านคดี ที่ สภ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว พ.ต.อ.เอกอนันท์ หูแก้ว รอง ผบก.ภ.จ.สระแก้ว เดินทางไปตรวจสำนวนการสอบสวน รวมถึงสอบสวนเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด ภายหลัง พล.ต.ต.ออมสิน บุญญานุสนธิ์ ผบก.ภ.จ.สระแก้ว สั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนเจ้าหน้าที่ที่ร่วมกันจับกุมลุงเปี๊ยก ก่อนเรียกชุดจับกุมทั้งหมดเข้าให้รายละเอียดข้อเท็จจริง ขณะที่ช่วงสายวันเดียวกัน พนักงานสอบสวนไปรับตัวเยาวชนทั้ง 5 คน ที่ร่วมกันก่อเหตุฆ่า น.ส.บัวผันจากสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดสระแก้ว ไปตรวจดีเอ็นเอเป็นหลักฐานประกอบสำนวนคดีด้าน พ.ต.อ.ณภัทรพงศ สุภาพร ผกก.ตม.จ.สระแก้ว เปิดเผยกรณีมีข่าวว่าพ่อ 1 ในเยาวชนที่ร่วมก่อเหตุเป็นตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสระแก้ว ตั้งอยู่ในพื้นที่อรัญประเทศ ทำให้ญาติผู้ตายไม่มั่นใจในความยุติธรรม ทั้งนี้หลังเกิดเหตุ ตม.จ.สระแก้ว ตรวจสอบเหตุการณ์ตั้งแต่ทราบข่าว และพบลูกตำรวจ ตม.จ.สระแก้ว เป็น 1 ใน 5 เยาวชนที่ก่อเหตุ ยศดาบตำรวจปฏิบัติหน้าที่ประทับตราหนังสือเดินทางประจำอยู่ที่ด่าน ตม.อรัญประเทศ ขณะนี้มีคำสั่งปรับย้ายการปฏิบัติหน้าที่ให้มาทำงานธุรการที่สำนักงานตั้งแต่วันที่ 15 ม.ค.ที่ผ่านมา พร้อมกำชับห้ามไปยุ่งเกี่ยวกับคดีอย่างเด็ดขาดเย็นวันเดียวกัน พล.ต.ต.ออมสิน บุญญานุสนธิ์ ผบก.ภ.จ.สระแก้ว สั่งให้พนักงานสอบสวนนำตัวนายปัญญา หรือลุงเปี๊ยก สามี น.ส.บัวผัน ผู้ตายที่ได้รับการปล่อยตัวออกจากเรือนจำและนำไปพักอยู่ที่บ้านพี่ชายในพื้นที่ ต.คลองน้ำใส อ.อรัญประเทศ กลับมาที่ บก.ภ.จ.สระแก้ว เพื่อรอ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ที่เดินทางมาติดตามความคืบหน้าในการดำเนินคดีกับเยาวชน 5 คนแก๊งลูกตำรวจที่เป็นฆาตกรตัวจริง รวมถึงสอบปากคำลุงเปี๊ยกด้วยตัวเอง หลังจากช่วงเช้าญาติ น.ส.บัวผัน เข้าร้องขอความเป็นธรรม เนื่องจากเกรงจะไม่ได้รับความเป็นธรรมเมื่อมาถึงพบลุงเปี๊ยกที่เดินทางมาพร้อมพี่สะใภ้มีสีหน้าเคร่งเครียดและไม่ยอมให้สัมภาษณ์ใดๆกับผู้สื่อข่าวที่ไปดักรออยู่จำนวนมาก จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจรีบพาเข้าไปห้องรับรองทันทีและกันไม่ให้สื่อมวลชนเข้าไปด้านใน ทั้งนี้นายปัญญาให้ปากคำกับตำรวจยืนยันเหมือนเดิมว่าสาเหตุที่รับสารภาพเพราะตอนไปเจอศพ น.ส.บัวผันถูกชาวบ้านกล่าวหาว่าตนเป็นคนฆ่าผู้ตาย เนื่องจากก่อนหน้านี้ชาวบ้านเคยเห็นตนทำร้าย น.ส.บัวผันหลายครั้ง ตัดสินใจยอมรับสารภาพไปเลย และที่นำเก้าอี้ไปทำแผนเพราะตนเคยใช้ทำร้ายเมียมาก่อนที่บ้านระเวียง หมู่ 12 ต.ระเวียง อ.โนนนารายณ์ จ.สุรินทร์ บ้านเกิดนายปัญญา หรือลุงเปี๊ยก นางชัยญาภา ปัดชา อายุ 63 ปี อยู่บ้านเลขที่ 141 หมู่ 12 ต.ระเวียง อ.โนนนารายณ์ พี่สาวของนายปัญญา เปิดเผยถึงคดีดังกล่าวว่ารู้สึกเป็นห่วงน้องชายมากๆ เมื่อวานหลังตำรวจปล่อยตัวได้โทรศัพท์พูดคุยกัน เปี๊ยกบอกไม่ได้ทำ แต่เมื่อถามแล้วทำไมถึงรับสารภาพ น้องชายตอบว่าเขาต้องปกป้องตนเอง โดยไม่บอกรายละเอียดว่าทำไม ส่วนตัวคิดว่ายังไงน้องชายไม่ใช่คนฆ่า แต่เป็นแพะรับบาป ดีที่มีวงจรปิด ถ้าไม่มีหลักฐาน ยืนยันสงสัยน้องต้องติดคุกฟรี อยากบอกเปี๊ยกว่าขอให้พูดความจริงกับเจ้าหน้าที่ ไม่ต้องกลัวเรื่องจะได้จบๆอ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่