ขอแสดงความยินดีกับรัฐบาลไต้หวัน ที่จัดการเลือกตั้งได้ผู้นำคนใหม่มารับตำแหน่งแทนประธานาธิบดี “ไช่ อิง เหวิน” อยู่จนครบวาระ 4 ปี 2 สมัยพร้อมขอส่งกำลังใจไปให้ล่วงหน้า เพราะแน่นอนว่าหนึ่งในภารกิจหลักหลังจากนี้ คือการบริหารจัดการความสัมพันธ์กับรัฐบาล “จีนแผ่นดินใหญ่” ที่มีจุดยืนชัดเจนว่า ไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีน จะแยกจากกันไม่ได้ตามหลักการ “จีนเดียว” อี่ เก้อ จ้ง กั๋วตลอดระยะเวลาเกือบทศวรรษที่ผ่านมา ภายใต้การบริหารราชการโดยพรรครัฐบาลประชาธิปไตยก้าวหน้า (DPP) ของผู้นำไช่ อิง เหวิน ได้แสดงจุดยืน “สถานะ” ของไต้หวัน อย่างชัดเจนว่า หวังยกระดับเป็นดินแดน “เอกราช” ไม่อยู่ภายใต้อาณัติของใครแนวทางของพรรคดีพีพีถือเป็นแนวทางที่ต่างกับรัฐบาลไต้หวันชุดก่อนๆ ที่อำนาจบริหารเป็นของพรรค “ก๊กมินตั๋ง” มาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นยุคของประธานาธิบดีหม่า อิงจิ่ว หรือเฉิน สุย เปี่ยน หรือลี เตง ฮุยในสมัยของพรรคก๊กมินตั๋ง รัฐบาลไต้หวันมีจุดยืนว่า ไต้หวันคือรัฐบาลจีน “ของจริง” และมีความชอบธรรมในการกลับไปปกครอง “จีนแผ่นดินใหญ่” หลังต้องระเห็จมาอยู่เกาะฟอร์โมซา เนื่องจากฝ่ายก๊กมินตั๋งของผู้นำเจียง ไค เช็ก รบแพ้ฝ่ายจีนคอมมิวนิสต์ของผู้นำเหมา เจ๋อ ตง ในสงครามกลางเมืองช่วงปี 2488-2492อย่างไรก็ตาม คอนเซปต์ว่าไต้หวันคือรัฐบาลจีนโดยชอบธรรมได้ทำให้ฝ่ายรัฐบาลจีนแผ่นดินใหญ่พอที่จะยอมรับได้ เพราะสุดท้ายย่อมหมายความว่า ไต้หวันก็มองตัวเองเป็นจีน ซึ่งตรงกับหลักการจีนเดียว คนเดียวกันไม่แยกจากกันช่วงหลายปีที่ผ่านมาต้องยอมรับว่า ความสัมพันธ์ไต้หวัน-จีนได้ถดถอยลงไปมาก ด้วยปัจจัยทางจุดยืนของรัฐบาลและแรงกระตุ้นจากต่างชาติโดยเฉพาะชาติตะวันตกที่กำลังแข่งขันแย่งชิงอิทธิพลกับจีน และทำให้รัฐบาลไต้หวันถูกกดดันอย่างหนัก ไม่ว่าจะเป็นด้านความมั่นคง การทูต หรือเศรษฐกิจจึงเป็นที่น่าสนใจว่ารัฐบาลใหม่ของไต้หวันจะเดินเกมเช่นไรเพื่อฝ่ามรสุมที่รออยู่เบื้องหน้า เพราะเพียงแค่เริ่มลงคะแนนเลือกตั้ง 13 ม.ค. กองทัพจีนได้ประกาศกร้าวออกมาทันทีว่าจะ “บดขยี้” แผนการแบ่งแยกดินแดนใดๆให้ราบคาบ.ตุ๊ ปากเกร็ดคลิกอ่านคอลัมน์ "หน้าต่างโลก" เพิ่มเติม