การเมืองจีน ยุคตำนาน กว่าสี่พันปีที่แล้ว คนมีสติปัญญา แก้ปัญหาปากท้อง แก้ปัญหาภัยพิบัติให้ราษฎรได้เท่านั้น จึงจะถูกเลือกให้เป็นผู้นำเวลานั้น ยังไม่มีเค้าลาง การสืบทอดอำนาจ จากพ่อถึงลูก หรือจากพี่ถึงน้อง และก็ยังไม่มีวี่แววที่มนุษย์จะคิดถึงวิธีเลือกผู้นำที่มาจากการเลือกตั้งซึ่งต่อมา โลกได้พิสูจน์ว่า ยุ่งเหยิง ยุ่งยาก แต่ก็ยอมรับกันว่า มีข้อเลวน้อยกว่าวิธีอื่นวันเวลา ภาระอันเหน็ดเหนื่อยหนักหนาของพระเจ้าหยาว (เหยา) ก็มาถึง ทรงสอดส่ายสายพระเนตรหาคนเก่ง คนดี ที่สุดของแผ่นดิน มารับช่วงนั่งบัลลังก์ผู้นำเรื่องราวของสี่อิ้ว ปราชญ์ผู้รอบรู้ดินฟ้า เล่าขานต่อๆกันมาหลายสำนวน แต่สำนวนที่เขียนไว้ ในหนังสือวังจิ่งหยวนกง พระราชวังโบราณกรุงปักกิ่ง ดูจะยอกย้อนซับซ้อน มีเสน่ห์ น่าอ่านกว่าเรื่องเล่าสำนวนอื่นหนังสือเล่มนี้ แม้ไม่มีวันเดือนปีที่เขียน..แต่ก็มีชื่อ หงอิ้งหมิง ขุนนางเก่าสมัยราชวงศ์หมิง เขียน (สายธารแห่งศรัทธา บุญศักดิ์ แสงระวี แปล สำนักพิมพ์ ก.ไก่ พ.ศ.2535)เรื่องเริ่มต้นว่า พระเจ้าหยาว เชิญสี่่อิ้ว มานั่งบัลลังก์แทน แต่สี่อิ้ว ปฏิเสธเด็ดเดี่ยวพระเจ้าหยาว ทอดเวลารอระยะหนึ่ง แล้วก็เชิญเขามา ออกปากขอร้องอีกครั้ง ครั้งนี้สี่อิ้ว ก็ยังยืนกรานปฏิเสธเรื่องเล่าต่อมีว่า สี่อิ้วรำคาญต่อคำขอมาก เขาออกเดินทางออกนอกเมือง คาดว่าระยะทางห่างไกลมากพอ (แต่ก็ยังไกลไม่พอ) ก็แวะนั่งพักริมลำธารคิดถึงถ้อยคำของพระเจ้าหยาว สี่อิ้วก็ก้มหน้า วักน้ำใสสะอาดล้างหูบังเอิญเวลานั้น ชายชราคนหนึ่ง จูงควายมาดื่มน้ำอยู่ใต้น้ำใกล้ๆ เหลือบมาเห็นอาการของสี่อิ้ว ก็สงสัย“เหตุใด ท่านจึงต้องล้างหู” ชายชราถาม“พระเจ้าหยาว เรียกข้าพเจ้าไป ขอให้นั่งบัลลังก์แทน สองครั้งแล้ว” สี่อิ้วตอบ“เสียงขอซ้ำๆซากๆ ของพระเจ้าหยาว ทำให้รูหูข้าพเจ้าสกปรก ข้าพเจ้าจึงต้องล้างให้สะอาด”แท้จริง ชายชราเจ้าของควาย เป็นปัญญาชนที่รู้ทางลมการเมืองดี แทนการสรรเสริญเยินยอสี่อิ้ว คนสามัญผู้ไม่ฝักใฝ่อำนาจ เขากลับต่อว่าซึ่งหน้า“ท่านอุตส่าห์หนีมาล้างหูถึงที่นี่ ข้าพเจ้าคิดว่า ยังเป็นสถานที่ที่ห่างไกลไม่พอ ทำไมท่านไม่ไปถึงป่าลึก ภูเขาสูง ให้มันไกลแสนไกล จนไม่มีใครรู้จักท่าน ไม่มีใครตามไปขอร้องท่านได้”สี่อิ้ว กำลังมีสีหน้าฉงน ชายชรา จึงเฉลยว่า “การที่ท่าน ทำทีนั่งล้างหูอยู่ริมธาร ใกล้หูใกล้ตา แสดงว่าท่านจงใจจะแสดงให้ผู้คนกล่าวขานถึงท่าน” ถ้าใช้สำนวนคนสมัยนี้ก็ต้องว่า “หิวแสง”“เชอะ! เมื่อเป็นเช่นนั้น ข้าพเจ้าเกรงว่า น้ำที่ท่านล้างหู จะทำให้ปากควายของข้าพเจ้าสกปรก”ว่าแล้ว ชายชราก็จูงควายเดินขึ้นไปกินน้ำยังต้นน้ำ สถานที่ที่ชายชรามั่นใจว่า ปากควายจะสะอาดกว่า”จบเรื่องเล่าเรื่องนี้ มีคำสอนต่อท้าย...ไม่โอ้อวดความสวยงาม ความบริสุทธิ์ ก็ไม่ขายหน้าในความอัปลักษณ์สกปรกผมขอย้ำนะครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงๆ เรื่องเดียว ที่เกิดขึ้น มาสี่พันกว่าปีที่แล้ว และแน่ใจได้เลยครับ สมัยนี้ ไม่มีเรื่องอย่างนี้อีกแล้ว.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ "ชักธงรบ" เพิ่มเติม