ไปต่อไม่รอแล้วนะ!! “เดอะหมู-พลพัฒน์ อัศวะประภา” ผู้ก่อตั้ง ASAVA ลุยโปรเจกต์พิเศษฉลองครบรอบ 15 ปี เปิดนิทรรศการ “Machines of Loving Grace” ถ่ายทอดจิตวิญญาณและตัวตนในแบบฉบับของ “อาซาว่า” ณ Q Stadium ชั้น M ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ เปิดให้ชมฟรีวันนี้ ถึง 3 ม.ค.2567 ในฐานะหัวเรือใหญ่ “เดอะหมู-พลพัฒน์” บอกเล่าว่า ผมอยากจะสร้างบทสนทนา เพื่อสื่อสารและพูดคุยกับคนในวงกว้างขึ้น เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ และเป็นส่วนหนึ่งในการเชื่อมต่อวงการศิลปะเข้ากับสังคม ให้เข้าใจถึงกระบวน การทำงานว่า จริงๆแล้วเบื้องหลังการทำเสื้อผ้า ไม่ใช่แค่การทำชิ้นงานออกมาขายแล้วจบ แต่มันคือกระบวนการวิธีคิดที่ซับซ้อน คือการสร้างแบรนด์จากแนวคิดจากตัวตนของผู้สร้าง และสำหรับผมแล้ว “อาซาว่า” ก็เหมือน Monster ตัวหนึ่งในวัย 15 ปี ที่มีชีวิตและดีเอ็นเอ ผมจึงอยากเล่าเรื่องของ Monster ตัวนี้ ทั้งนี้ นิทรรศการ “Machines of Loving Grace” เปิดให้ผู้ชมสัมผัสถึงเรื่องราวและจุดยืนของแบรนด์ ผ่านประสบการณ์สุดพิเศษที่ผสานงานศิลปะหลากแขนงเข้าไว้ด้วยกัน ทั้งหนังสั้น Installation และแฟชั่น เพื่อสะท้อนถึงวิธีคิด และกระบวนการทำงาน พร้อมนำเสนอคอลเลกชันพิเศษฉลองครบรอบ 15 ปี ที่จัดแสดงอย่างเป็นทางการครั้งแรก ภายในงานยังเปิดเวทีเสวนา “Art Talk” โดยสปีคเกอร์และศิลปินชื่อดังจะมาแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความคิดสร้างสรรค์อย่างออกรส ภายในนิทรรศการแบ่งเป็น 4 ห้องหลัก ซึ่งบอกเล่าจุดกำเนิดของแบรนด์ ตั้งแต่จิตวิญญาณอันเป็นนามธรรม ผลงาน 2 มิติ และ 3 มิติ ไปจนถึงชิ้นงานที่สำเร็จเป็นรูปธรรม ห้องที่ 1 จะพาไปพบกับ Monster ที่ชื่อว่า ASAVA ซึ่งเกิดขึ้นจากกิเลส ความรู้สึกแปลกแยก ความไม่ฟิตอินในสังคม และมุมมองของผู้ก่อตั้งแบรนด์ ซึ่งหล่อหลอมและเป็นรากฐานตัวตนของแบรนด์จนถึงปัจจุบัน ห้องที่ 2 บอกเล่ากระบวนการทำงานผ่านการนำกระดาษแพตเทิร์นมาจัดแสดงในลักษณะเขาวงกต พร้อมฉายหนังสั้นที่เกี่ยวข้องกับแรงบันดาลใจในรูปแบบต่างๆของแบรนด์ลงบนผนัง ที่เทียบเคียงการขึ้นแบบ 2 มิติในกระบวนการทำเสื้อ ภายใต้กระบวนการก่อร่างแรงบันดาลใจ และความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งเปรียบเสมือนการเริ่มต้นเชื่อมโยงนามธรรมกับความคิดและจินตนาการ ห้องที่ 3 พบกับผลงานศิลปะในรูปทรงที่มีลักษณะคล้ายเสื้อผ้า หากแต่อยู่ในฟอร์มแปลกตา ที่เริ่มมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมและผู้คนรอบข้าง คล้ายเซลล์ของสิ่งมีชีวิตที่กำลังเริ่มก่อตัวขึ้นจากแบบร่างมาเป็นร่าง 3 มิติ ที่มีชีวิตขึ้น หากแต่ยังไม่สมบูรณ์แบบและเปิดรับความเป็นอื่นเข้ามาในกระบวนการ สื่อถึงการทำงานที่กว่าจะสำเร็จเป็นผลงานหนึ่งชิ้น ต้องผ่านการรื้อสร้าง ลดทอน และปรับเปลี่ยนอย่างไม่รู้จบ ห้องที่ 4 ถือเป็นไฮไลต์สำคัญกับการจัดแสดงผลงานชิ้นพิเศษ ไอคอนิกของแบรนด์ตลอดเวลา 15 ปี อันเป็นผลลัพธ์ที่มีชีวิตเป็นรูปเป็นร่าง พร้อมความหมายที่ซ่อนอยู่ ผ่านการประกอบเข้าด้วยกันอย่างเสร็จสมบูรณ์จากจิตวิญญาณ แนวคิด 2 มิติ และผลงาน 3 มิติ จนกลายเป็นรูปเป็นร่าง โดยความพิเศษของห้องนี้คือสามารถมองย้อนไปยังห้องแรก ชวนให้ผู้ชมตระหนักถึงจุดเริ่มต้น กระบวนการ คุณค่า เรื่องราวเบื้องหลังการทำเสื้อผ้า และจิตวิญญาณที่ซ่อนอยู่ภายใต้ผลงานสุดล้ำ.อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่