ในที่สุด “ลมหนาว 2566” ก็มาเยือนประเทศไทยของเราจนได้ หลังจากที่ผิดนัดไปประมาณ 1–2 สัปดาห์...และแล้วเมื่อวันศุกร์ที่ 17 พฤศจิกายนที่ผ่านมา กรมอุตุนิยมฯก็แถลงว่า หลังจากมีฝนตกบ้างเล็กน้อยในตอนบนของประเทศ “อุณหภูมิ” ก็เริ่มลดลงภาคเหนือลดไป 2-3 องศาเซลเซียส ทำให้อุณหภูมิตํ่าสุดลงไปอยู่ที่ 18-22 องศาเซลเซียส และบนยอดดอยประมาณ 9-17 องศาเซลเซียสภาคอีสานก็ลด 2-3 องศาฯเช่นกัน อุณหภูมิทั่วไปตํ่ากว่าภาคเหนือ ด้วยซํ้า เพราะตํ่าสุดอยู่ที่ 16-20 องศาเซลเซียส แพ้เฉพาะบนยอดภูที่ลดไปอยู่ที่ 13-16 องศาฯท่านั้นเองกรุงเทพมหานครของเราก็ลดครับ กรมอุตุนิยมฯประกาศว่า ตํ่าสุด 23-25 องศาฯ แต่ที่บ้านผมแถวๆบางกะปิมีลมโกรกมาแต่เช้า แม้อุณหภูมิที่ผมดูจากมือถือจะอยู่ที่ 24 องศาฯ แต่ก็เย็นสบายมาก...นอกจากข่าวดีเรื่องลมหนาวแล้ว...วันศุกร์ยังมีข่าวดีอีกหลายๆข่าวฝุ่นจิ๋ว PM 2.5 ใน กทม.ไม่มีเลย กรมควบคุมมลพิษบอกว่า ทั้ง กทม.และปริมณฑลมีแต่ “สีฟ้า” (ดีมาก) กับ “สีเขียว” (ดี) เท่านั้นขณะเดียวกันดัชนีชี้วัดอากาศเสียทั่วโลกของเว็บไซต์ IQAIR รายงานว่า Bangkok แย่อันดับ 78 ซึ่งแปลว่า ดีอันดับ 28 ของโลก เขียวขจีไปทั่ว...แต่ที่ต้องแอบไชโยดังๆก็คือ Chiang Mai หรือเชียงใหม่ ครับ เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว แย่อันดับ 106 ของโลก ซึ่งแปลว่าดีเป็นอันดับ 4 ของโลก! ขอแสดงความยินดีด้วยครับพี่น้องเชียงใหม่ทุกๆท่านยังไม่หมดนะครับ...เช้าวันศุกร์ที่แล้ว ยังมีข่าวดีอีกเยอะมาก ไล่ตั้งแต่ข่าวราคา นํ้ามันดิบ ในตลาดโลกโดยเฉพาะที่นิวยอร์กกับลอนดอน ลดไปเท่าๆกันถึง 3 เหรียญ 70 เซนต์ต่อ 1 บาร์เรล คนไทยเราน่าจะได้ใช้นํ้ามันในราคาที่ลดลงไปอีก ไม่วันนี้ก็พรุ่งนี้แหละรวมทั้งข่าวนี้ด้วยกระหึ่มมาตั้งแต่วันพฤหัสฯโน่นแล้ว บริษัทด้านการเดินทางท่องเที่ยวรายใหญ่รายหนึ่งของโลกชื่อ eDreams Odigeo แถลงทางเว็บไซต์ Traveloffpath ว่า Bangkok หรือ กทม.ของเรา ได้รับการจัดอันดับให้อยู่อันดับ 4 ของโลก ในฐานะเมืองท่องเที่ยวที่ถูกค้นหามากที่สุดแห่งปี 2566นี่คือ 10 อันดับแรกของโลกของเมืองที่คนค้นหามากที่สุด ได้แก่ 1.ลอนดอน, 2.ปารีส 3.นิวยอร์ก 4.กรุงเทพฯ 5.บาร์เซโลนา 6.อิสตันบูล, 7.โตเกียว, 8.โรม, 9.มิลาน และ 10.มาดริด เมืองกระทิงดุ สเปน กรุงเทพฯเป็นรองแค่ ลอนดอน, ปารีส, นิวยอร์ก เท่านั้นเองแม้ผมจะไม่ค่อยคุ้นกับเว็บไซต์นี้ แต่ก็เอาเถอะ เมื่อเขามีแก่ใจประกาศยกย่องให้เช่นนี้ ก็ต้องขอขอบคุณ และยอมรับคำยกย่องด้วยความภาคภูมิใจนอกจากข่าวดีทั้งหมดที่ว่านี้แล้ว อีกไม่นานเทศกาลสำคัญของบ้านเรากำลังจะตามมา โดยเฉพาะเทศกาล “ลอยกระทง” วันที่ 27 พ.ย.นี้ จะมีการจัดอย่างยิ่งใหญ่และโฆษณาประชาสัมพันธ์ขนานใหญ่ทั่วประเทศจากนั้นเมื่อถึงเดือนธันวาคม ซึ่งจะมีทั้งงาน “วันพ่อแห่งชาติ” และงานต่างๆอีกมากมาย จนถึงช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ซึ่งผมเองยังท่องได้ไม่หมดว่ามีงานอะไรบ้าง เพราะเยอะไปหมดนอกจากนักท่องเที่ยวต่างประเทศจะมาใช้เงินแล้ว ผมก็ขอเชิญพี่น้องชาวไทยที่พอจะเก็บหอมรอมริบได้อีกจำนวนมาก ออกมาใช้จ่ายเงินโดยเดินทางไป “ลอยกระทง” ทั่วไทย ซึ่งมีการจัดยิ่งใหญ่ทุกๆภาค เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้เต็มที่ผมไม่เชื่อใน “ทฤษฎีกู้เงินมาแจก” เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจครับ เพราะมันมีต้นทุน ถ้ากระตุ้นไม่ขึ้น จะใช้หนี้หัวโตในอนาคตแต่ผมเชื่อในสิ่งที่พวกเราชาวไทยทุกภาคส่วน รวมทั้งรัฐบาลด้วย กำลังร่วมกันทำอยู่ขณะนี้คือ ช่วยกันจัดงานเทศกาลดึงดูดใจนักท่องเที่ยวต่างประเทศให้มาเที่ยวเมืองไทย และคนไทยเราเองให้ออกตระเวนทั่วประเทศตามฐานะตามกำลังที่มีอยู่ใช้เงินไม่มาก กระตุ้นได้แค่ไหนก็พอใจแค่นั้น ค่อยๆกระตุ้นกันไปตามความจำเป็น ประเดี๋ยวก็ดีเองแหละครับรัฐบาลนี้เองก็มีโครงการดีๆที่จะทำอีกเยอะ ขอให้ทำให้เต็มที่ อย่ามีรั่วไหล ผมมั่นใจครับ...ว่าที่แถลงมาทั้งหมดจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างน่าพอใจแน่นอน โดยไม่ต้องแจกเงิน.“ซูม”คลิกอ่านคอลัมน์ "เหะหะพาที" เพิ่มเติม