ในบทสัมภาษณ์ของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร และ นพ.สุรพงษ์ สืบวงษ์ลี แก่ทีมงานข่าวของ “ไทยรัฐกรุ๊ป” ว่าด้วยนโยบายแผนงานและโครงการ “ซอฟต์พาวเวอร์” ที่ตีพิมพ์ใน นสพ.ไทยรัฐฉบับวันพุธที่ 15 พฤศจิกายน สรุปเนื้องานทั้งหมดได้ 11 ประการดังต่อไปนี้1.ครัวไทยสู่ครัวโลก 2.ผลักดันมวยไทยไปไกลระดับโลก 3.The World’s Festival Country หรือทำให้ประเทศไทยของเราเป็นประเทศแห่งงานเทศกาล 4.การท่องเที่ยวคุณภาพสูงและยั่งยืน 5.คนคุณภาพดนตรีคุณภาพ และมีผลงานที่ทั่วโลกยอมรับ6.หนังสือสร้างคนและสร้างชาติ 7.ผลักดันภาพยนตร์และซีรีส์ไทยสู่ตลาดโลก 8.ศูนย์กลางอุตสาหกรรมเกมในภูมิภาค 9.ASEAN Art Capital (เมืองหลวงด้านศิลปะแห่งอาเซียน) 10.Thailand as Brand และ 11.ยกระดับแฟชั่นสู่ไลฟ์สไตล์ใหม่ที่เน้นคุณค่า คุณภาพ และความคิดสร้างสรรค์ครับ ทั้งหมดนี้ก็คือ 11 เรื่อง 11 พาวเวอร์ ที่ คณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ ภายใต้การเป็นประธานของนายกฯเศรษฐา และรองประธานคุณอุ๊งอิ๊งเตรียมไว้ในเบื้องต้นหลายๆเรื่องเคยมีการดำเนินการมาก่อนแล้ว แต่หลายๆเรื่องก็เป็นแนวความคิดใหม่ และความพยายามใหม่ที่อยากทำและอยากผลักดันให้ประเทศของเราเป็นผู้นำ...อย่างน้อยก็ระดับอาเซียนเรื่องที่ถูกใจผมมากคือเรื่องที่ 6 หนังสือสร้างคนและสร้างชาติ ซึ่งโดยส่วนตัวผมก็ยังเชื่อในปรัชญา หรือแนวความคิด นี้อยู่ ขอเอาใจช่วยเต็มที่ในเรื่องนี้อีกเรื่องคือเรื่องที่ 8 ศูนย์กลางอุตสาหกรรมเกมในภูมิภาค ซึ่งในทางหนึ่ง อาจน่ากังวลอยู่บ้างหากโครงการนี้จะทำให้เยาวชนไทยของเราติดเกมอย่างหัวปักหัวปำ แต่ถ้าสามารถทำให้คนของเราติดแต่พองามและทำให้ชาติอื่นๆติดแบบหัวปักหัวปำได้ละก็...ผมก็เชื่อว่าอุตสาหกรรมนี้จะทำเงินได้มหาศาลผมเพิ่งกลับจากญี่ปุ่นตามหลานไปดู ก็อดซิลล่า อย่างที่เขียนไว้ในคอลัมน์ซอกแซกแล้วก็ตามไปดูห้าง “ขายเกม” ใหญ่ ที่ชิบูย่า ซึ่งเป็นร้านของค่ายวิดีโอเกม นินเทนโด อยู่บนยอดตึกแห่งหนึ่งเห็นผู้คนโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวผมทองนักท่องเที่ยวผิวสีเข้าไปแออัดยัดเยียดซื้อเกมต่างๆ และซื้อของที่ระลึกเกี่ยวกับเกมดังๆ เช่นตัวมาริโอ้, ตัวโปเกมอน แล้วก็อิจฉาญี่ปุ่นขึ้นมาทันทีถ้าเราทำได้สักครึ่งหนึ่งของ ร้าน นินเทนโด ที่ผมพลัดหลงเข้าไปที่ญี่ปุ่นก็เชื่อได้เลยว่าจะทำเงินให้ประเทศได้มหาศาลแน่นอนในส่วนของการที่จะผลักดันเป้าหมายทั้งหมดให้เกิดขึ้นนั้น คุณอุ๊งอิ๊งบอก ไทยรัฐกรุ๊ป ว่าจะตั้งองค์กรขึ้นมาองค์กรหนึ่งชื่อ Thailand Creative Content Agency หรือเรียกย่อๆว่า THACCAจำลองจากของเกาหลีที่เขามีองค์กร ชื่อย่อว่า KOCCA หรือ Korea Creative Content Agency ว่าอย่างนั้นเถิดทั้ง 2 ท่านเล่าว่าจะเสนอเป็น พ.ร.บ. ตั้งอย่างเป็นเรื่องเป็นราว ให้เป็นหน่วยงานสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อให้เป็นศูนย์ประสานงานสำหรับซอฟต์พาวเวอร์เป้าหมายทั้ง 11 ประการดังกล่าว โดยอาจมีงบประมาณปีละประมาณ 10,000 ล้านบาทเพื่อการนี้เรื่องตั้งองค์กรผมไม่ขัดข้อง เพราะงานใหญ่และสำคัญอย่างนี้ควรมี “เจ้ามือ” เป็นเรื่องเป็นราวแต่เนื่องจากการตั้งสำนักงานเป็นเรื่องยาวและเรื่องใหญ่ ยิ่งจะเสนอเป็น พ.ร.บ. ผ่านสภา อาจกินเวลาเป็นปีผมขอเสนอให้กรรมการชุดนี้โดย ฝ่ายเลขานุการ “หมอเลี้ยบ” นี่แหละ เดินหน้าทำงานไปพลางๆก่อนหาก “ฝ่ายเลขานุการ” ผลักดันงานอย่างได้ผล และผู้คนเริ่มเห็นคุณค่าต่อไปเมื่อมี พ.ร.บ.เข้าสู่สภาก็จะผ่านได้โดยง่ายซึ่งจากที่ทั้ง 2 ท่านผลัดกันเล่าแสดงให้เห็นว่า โครงการนี้เริ่มแล้วมีการปฏิบัติแล้ว เจาะลึกไปถึงระดับหมู่บ้าน และเปิดรับสมัครลูกหลานชาวบ้านมาเข้าโครงการแล้วด้วยซ้ำสรุปผมขอชมว่านโยบายนี้ “ไหว้ครู” ได้สวยมากแต่เมื่อขึ้นเวทีชกจริงๆจะเป็นอย่างไร โป้งเดียวคู่ต่อสู้ จอด หรือโป้งเดียวคนไหว้ครู จอด ผมจะตามดูตามเอาใจช่วยอยู่ตรงนี้นะครับ.“ซูม”คลิกอ่านคอลัมน์ "เหะหะพาที" เพิ่มเติม