แม้รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน 2560 จะถูกนักประชาธิปไตยรุมยำจนเละตุ้มเป๊ะ นักวิชาการบางคนระบุว่า เป็นฉบับวิปริต ผิดทำนองคลองธรรมประชาธิปไตย แต่ก็มีบทบัญญัติดีๆอยู่ไม่น้อย นายปดิพัทธ์ สันติ ภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร แถลงว่า ขณะนี้มีร่าง พ.ร.บ.ที่ สส.และผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เสนอเข้าสภา 45 ร่างร่างกฎหมายฉบับหนึ่งชื่อ ร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมและคุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์และเผ่าพื้นเมือง เสนอโดยนายเล่าฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล สส.พรรคก้าวไกล จะเปิดรับฟังความคิดเห็นผู้ที่เกี่ยวข้องเข้ามาหารือที่รัฐสภา และมีการถ่ายทอดสดผ่านวิดีโอ คอนเฟอเรนซ์ ในวันที่ 24 ต.ค. ถือเป็นประวัติศาสตร์เนื่องจากเป็นครั้งแรกที่มีการถ่ายทอดวิดีโอคอนเฟอเรนซ์การรับฟังความคิดเห็น เป็นการลบล้างคำวิพากษ์รัฐธรรมนูญ 2560 ที่นักประชาธิปไตยกล่าวหาว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่ขัดหลักธรรมประชาธิปไตย แต่รัฐธรรมนูญมาตรา 77 ระบุว่า ก่อนที่จะ ตรากฎหมายทุกฉบับ รัฐต้องจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้อง แต่คราวนี้ ก้าวหน้าไปอีกขั้น คือถ่ายทอดให้ประชาชนทั่วไปได้รับฟังด้วยรวมทั้งเปิดเผยผลการรับฟังความคิดเห็น และวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น นำมาประกอบการพัฒนากฎหมายให้เหมาะสม และสอดคล้องกับบริบทต่างๆที่เปลี่ยนแปลงไป ต้องถือว่าเป็นบทบัญญัติที่เป็นประชาธิปไตยที่สุดของรัฐธรรมนูญปัจจุบัน เพราะนอกจากให้ประชาชนเสนอร่างกฎหมายแล้วยังให้ประชาชนทั่วไปได้เข้าร่วมด้วย เป็นการให้การศึกษาประชาธิปไตย ภาคปฏิบัติเชื่อว่าในบรรดาร่าง พ.ร.บ.ที่เคย เสนอกว่า 40 ร่าง น่าจะมีของพรรคก้าวไกลอยู่ด้วยมิใช่น้อย เพราะก่อนหน้านี้ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคก้าวไกล กับคณะ เคยแถลงว่า พรรคได้เสนอแนวคิดการเปลี่ยนแปลงประกาศ 4 ชุด จำนวน 10 ฉบับ ได้แก่ ชุดปฏิรูประบบภาษี ชุดปฏิรูปที่ดิน กฎหมายคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ และร่างกฎหมายคืนชีวิตให้ชาวประมง เป็นไปตามแนวทางการเมืองของพรรคก้าวไกลหลังจากที่มีการเปลี่ยนแปลงหัวหน้าพรรค จากนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายชัยธวัช ตุลาธน เพื่อให้ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ผู้นำพรรคคนใหม่ประกาศว่าจะไม่เป็น “ฝ่ายค้าน” มุ่งล้มรัฐบาล ตรวจสอบถ่วงดุลอย่างเดียว แต่จะเป็นฝ่ายค้านเชิงรุกและสร้างสรรค์ สนับสนุนนโยบายที่ดีของรัฐบาล และพรรคก้าวไกลจะเสนอร่างกฎหมาย และแนวนโยบายดีๆถึงรัฐสภาและประชาชนด้วยถ้าทำได้ตามคำสัญญา พรรคก้าวไกลอาจจะก้าวต่อไปได้อีกไกลบนเส้นทางการเมืองแบบไทยๆ ซึ่งเต็มไปด้วยขวากหนาม ถ้าฝ่ายค้านประสบความสำเร็จในการปลูกฝังประชาธิปไตย ทำให้ประชาธิปไตยเป็นการเมืองที่สะอาด โปร่งใส ประชาธิปไตยจะได้รับความเลื่อมใสศรัทธาจากประชาชนมากขึ้น และเป็นปราการปกป้องประชาธิปไตยที่ประชาชนมีส่วนร่วม.คลิกอ่านคอลัมน์ “บทบรรณาธิการ” เพิ่มเติม