“เศรษฐา” ลุยแก้น้ำท่วมอุบลฯ สั่งหน่วยงานทบทวน ทำเต็มที่หรือยัง ดุใส่ที่ประชุมคนไม่ฟังข้อมูล ย้ำมาขันนอตให้มั่นใจไร้น้ำท่วมและรับประกันไม่ท่วมหนักเหมือนทุกปี ด้านเครือข่ายลุ่มน้ำชียโสธรอ่านแถลงการณ์กลางน้ำ ขอนายกฯแก้ปัญหาน้ำท่วมจริงจัง หลังผ่านมา 4 รัฐบาลที่ละเลยการช่วยเหลือมากว่า 15 ปีแล้ว ร้อยเอ็ดทหารเข้าช่วยเหลือชาวบ้านถูกลำน้ำชีที่ล้นตลิ่งเซาะดินร่วงจนบ้านใกล้พังลงแม่น้ำ ชัยภูมิยังหนักน้ำทะลักท่วมหลายพื้นที่ยืดเยื้อกว่า 5 วันจนเน่าเหม็น แม่ฮ่องสอนน้ำป่าซัดสะพานพังและน้ำยังไหลเข้าท่วมโรงเรียนเสียหาย กาญจนบุรีพายุฝนกระหน่ำหนักข้ามวันข้ามคืนจนน้ำท่วมขังหลายพื้นที่ ที่ อ.ทองผาภูมิ หวั่นภูเขาถล่มดินสไลด์ ถนนเลียบไหล่เขา โดยเฉพาะเส้นสังขละบุรี-ทองผาภูมิ และทองผาภูมิ-บ้านอีต่อง จนท. 2 อุทยานออกลาดตระเวนตรวจพื้นที่เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ภารกิจของนายกรัฐมนตรีในการตรวจพื้นที่น้ำท่วมและเยี่ยมประชาชนที่ประสบอุทกภัยในภาคอีสาน เริ่มขึ้นเมื่อเที่ยงวันที่ 6 ต.ค. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง พร้อมคณะเดินทางจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง ถึงท่าอากาศยานทหารกองบิน 21 จ.อุบลราชธานี เวลา 14.00 น. และใช้รถโตโยต้าอัลพาร์ด ทะเบียน กฉ 5454 อุบลราชธานี เป็นพาหนะเดินทางไปยังสำนักงานชลประทานที่ 7 เป็นจุดแรก มีนายศุภศิษย์ กอเจริญยศ ผวจ.อุบลฯ และ น.ส.พิศทยา ไชยสงคราม นายกเทศมนตรีเทศบาลนครอุบลราชธานี คอยต้อนรับนายกฯ กล่าวว่า อุบลราชธานีและพื้นที่ข้างเคียง มีปัญหาน้ำท่วม ต้องหาทางแก้ไขบูรณาการระยะยาวให้ได้ ตัดสินใจมาที่อุบลราชธานีที่น้ำเพิ่งเริ่มท่วมยังไม่วิกฤติ หากไม่ทำอะไรไว้ก่อนอาจเกิดวิกฤติกระทบภาคอุตสาหกรรมมหาศาลและโรคระบาดตามมา รัฐบาลนี้ตระหนักดีว่าจะเกิดขึ้นต่อไปเรื่อยๆ ไม่ได้ เราเพิ่งเข้ามาบริหารจัดการได้ไม่ถึงเดือน ฉะนั้น แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าก่อน เชื่อว่าการแก้ไขปัญหาระยะสั้นยังทำได้อีก ทำได้มากกว่าที่เคยทำและต้องทำได้มากกว่าที่เป็นอยู่ อยากให้วางแผนระยะสั้น ทำอย่างไรถึงจะไม่ให้เยอะกว่าปีที่แล้วและต้องน้อยลงเรื่อยๆด้วย จริงๆมีข้อสั่งการอยู่หลายข้อ เชื่อว่าทุกฝ่ายทำกันอย่างเต็มที่ เชื่อว่าทุกคนพยายามแต่อยากให้ลองตั้งคำถามเราทำกันเต็มที่แล้วหรือยัง ขอให้คิดนอกกรอบนิดนึง อย่ากลัวว่าจะแล้ง หากเราคิดและสามารถทำไม่ให้ท่วมหรือท่วมน้อยที่สุด ท่วมแล้วระบายเร็วที่สุด บางทีเราต้องตัดสินใจที่จะทำอะไรเพื่อไม่ให้เกิดอุทกภัยขึ้นผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างนายกฯรับฟังบรรยายสรุปจากนายเกรียง กัลป์ตินันท์ รมช.มหาดไทย ปรากฏว่ามีเสียงบางอย่างรบกวนและในห้องประชุมมีการพูดคุยกันเสียงดัง ทำให้นายกฯถึงกับต้องพูดออกไมโครโฟนว่า ขอให้เงียบและฟังรัฐมนตรีบรรยายสรุปด้วย เพราะเป็นข้อมูลที่สำคัญจากนั้นนายเศรษฐาเดินทางมาที่สถานีตรวจวัดระดับน้ำ (M7) เชิงสะพานเสรีประชาธิปไตย หลังรับฟังบรรยายสรุป ได้ไปพบปะประชาชนที่มาต้อนรับจำนวนมาก ต่างพากันนำผ้าขาวม้ามาผูกเอว คล้องคอให้นายกฯจนล้นคอ ช่วงหนึ่งมีคนตะโกนบอก “ฝากอุบลฯด้วย” นายกฯตอบกลับว่า “ไม่ต้องห่วง” ก่อนไปนั่งพูดคุยกับผู้ที่ประสบภัยน้ำท่วมและถวายถุงยังชีพให้พระเทพมงคลวัชราจารย์ เจ้าคณะจังหวัดอุบลราชธานี ผู้แทนเจ้าประคุณ สมเด็จพระมหาธีราจารย์ กรรมการมหาเถรสมาคม ประธานฝ่ายสาธารณสงเคราะห์ มหาเถรสมาคม นำไปมอบให้ประชาชน นายกฯกล่าวว่า รัฐบาลตั้งใจมาพูดคุยกับหน่วยงานรัฐให้ปฏิบัติหลายวิธีเพื่อให้มั่นใจว่าน้ำจะไม่ท่วม มาบอกให้ทุกฝ่ายเตรียมเผชิญกับน้ำที่จะมา ชาวอุบลราชธานีต้อนรับเป็นอย่างดี จะเป็นแรงบันดาลใจให้ทุ่มเทดูแลให้ทุกปัญหา เรื่องน่าเป็นห่วงคือปีที่ผ่านมาจุดที่เรายืนอยู่ตรงนี้น้ำสูง 2 ฟุตนานเป็นเดือน วันนี้ทั้ง รมช. สส.ในพื้นที่กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมากันเยอะ มั่นใจว่าปีนี้น้ำจะไม่ท่วมหนักเท่าปีก่อน เพราะจะใช้มาตรการผันน้ำและวิธีการต่างๆที่ต่างไปจากปีก่อน เมื่อถามอีกว่าการพูดคุยวันนี้มีการพูดถึงโครงการขนาดใหญ่หรือไม่ นายกฯตอบว่า มี แต่ต้องไปดูว่าอะไรลงทุนไปแล้วคุ้มค่าที่สุด สิ่งที่พูดกันในวันนี้ คือ การเพิ่มช่องทางระบายน้ำใหม่ เพื่อบรรเทาน้ำที่ผ่านตัวเมืองและจะดำเนินการให้ทันในรัฐบาลชุดนี้หลังจากนั้นนายกรัฐมนตรีเดินทางไปที่แก่งสะพือ อ.พิบูลมังสาหาร แหล่งท่องเที่ยวช่วงสงกรานต์ ติดตามเส้นทางน้ำแม่น้ำมูลก่อนไหลลงสู่แม่น้ำโขง เพื่อวางแผนในการทำบายพาสน้ำหรือทำเป็นอุโมงค์พร่องน้ำออกจากลำน้ำมูลให้เร็วยิ่งขึ้น แต่ไม่ให้มีผลกระทบต่อระบบนิเวศก่อนหน้านายกฯจะลงพื้นที่ จ.อุบลฯนั้น ตอนสายวันเดียวกัน ที่ถนนบ้านบุ่งหวาย-บ้านดอนขะยอม ต.สงเปือย อ.คำเขื่อนแก้ว จ.ยโสธร เป็นพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วม นายนิมิตร หาระพันธุ์ น.ส.สุภัสสรา เที่ยงผดุง น.ส.รสริน หาระพันธุ์ พร้อมเครือข่ายชาวบ้านลุ่มน้ำชี จ.ยโสธร กับ จ.ร้อยเอ็ด ประมาณ 60 คน มารวมตัวชูป้ายสะท้อนความเดือดร้อนของชาวบ้านในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากแม่น้ำชีที่ทะลักท่วมนาข้าวกับพื้นที่การเกษตรและถนนเข้าออกหมู่บ้านจนสัญจรไม่ได้ เป็นปัญหาเรื้อรังมา 15 ปี ผ่านมา 4 รัฐบาลแล้ว แต่ไม่เคยได้รับการแก้ไขจากภาครัฐพร้อมอ่านจดหมายเปิดผนึกที่มีถึงนายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ ที่จะลงพื้นที่ดูปัญหาน้ำท่วมที่ จ.ยโสธร วันที่ 7 ต.ค.ว่า ชลประทานบริหารจัดการน้ำผิดพลาด ทำให้น้ำท่วมพื้นที่การเกษตรซ้ำซากและกินระยะเวลายาวนาน ยืนอ่านในนาข้าวที่ถูกน้ำท่วมที่ จ.ร้อยเอ็ด ทหาร มทบ.27 โดย ช.พัน.6 พล.ร.6 ระดมกำลังนำกระสอบทรายก่อเป็นพนังกั้นน้ำช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยที่บ้านคุ้งสะอาด ต.นาเลิง อ.เสลภูมิ ที่ถูกลำน้ำชีที่ระบายจากจังหวัดกาฬสินธุ์ ไหลเข้าท่วมพื้นที่และกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวเซาะตลิ่งพัง ทำให้บ้านของนางบางรัตน์ บัวระบัด เลขที่ 51 หมู่ 5 บ้านคุ้งสะอาด มีความสุ่มเสี่ยงที่จะพังลงในลำน้ำชีทั้งหลัง รวมทั้งช่วยเหลือบ้านหลังอื่นที่อยู่ใกล้เคียงกันรวมเวลากว่า 6 ชั่วโมงสามารถแก้ไขปัญหาได้ท่ามกลางความดีใจของชาวบ้านที่พากันยกมือท่วมหัวกล่าวขอบคุณทหารทั้งน้ำตาที่ จ.ชัยภูมิ น้ำในแม่น้ำที่ไหลมาจาก อ.หนองบัวแดง ผ่าน อ.หนองบัวระเหว อ.บ้านเขว้า อ.จัตุรัส เข้าสู่ อ.เมืองชัยภูมิ ยังคงมีปริมาณมากขึ้นและไหลล้นตลิ่งแม่น้ำชี รวมถึงน้ำที่บึงละหาน ต.ละหาน อ.จัตุรัส ที่เป็นบึงขนาดใหญ่พื้นที่กว่า 18,000 ไร่ ที่ล้นบึง เพราะฝนตกต่อเนื่องตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้ไหลท่วมบ้านเรือนทั้งใน ต.ละหานและ พื้นที่ใกล้เคียง มีผู้เดือดร้อนกว่า 600 หลังคาเรือนและได้ท่วมมานานกว่า 5 วัน จนน้ำเริ่มเน่าส่งกลิ่นเหม็น ชาวบ้านต้องขนย้ายข้าวของออกมาไว้บนที่สูง ขณะที่ยังมีมวลน้ำอีกมากหลากเข้าท่วมขยายวงกว้างอีกหลายหมู่บ้าน นอกจากนี้ยังมีน้ำท่วมที่บ้านเสี้ยว ต.บ้านค่าย อ.เมืองชัยภูมิและวัดบ้านเสี้ยวน้อย เกือบ 200 หลังคาเรือน ชาวบ้านต้องอพยพมาอยู่บนถนนสูงและช่วยกันหุงข้าวทำอาหารใส่บาตรพระที่หนีน้ำมาอยู่บนที่สูงเช่นกันที่ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน เกิดฝนตกหนักในพื้นที่ ต.บ้านกาศ ปริมาณฝนสะสมทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมหมู่บ้าน แรงน้ำพัดสะพานไม้ขาดและน้ำได้ไหลเข้าท่วมโรงเรียนบ้านแม่เกาะ หมู่ 10 ได้รับความเสียหายหนัก นายสุรเชษฐ์ พุ้ยน้อย นอภ.แม่สะเรียง พร้อมคณะเดินทางไปเยี่ยมปลอบขวัญและให้กำลังใจครู-นักเรียนของโรงเรียนที่ อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี มีฝนตกหนักตั้งแต่เย็นวันที่ 5 ต.ค. ต่อเนื่องจนถึงเช้าวันที่ 6 ต.ค. ทำให้มีน้ำท่วมบ้านเรือนและพื้นที่การเกษตร ที่ ม.4 บ้านลิ่นถิ่น ม.5 บ้านหนองบาง ม.6 หนองเจริญ ม.7 บ้านนามกุย ต.ลิ่นถิ่น และน้ำป่ายังได้ไหลท่วมผิวจราจร ถนนทางหลวงหมายเลข 323 ทองผาภูมิ-กาญจนบุรี บ้านลิ่นถิ่น บ้านท่าขนุน บริเวณหน้าปั๊มน้ำมัน ปตท.ทองผาภูมิ กับมีน้ำท่วมที่หน้าหน่วยทหารพัฒนาที่ 11 (นพค.11) นอกจากนี้น้ำในลำห้วยกุยมั่งได้ไหลท่วมบริเวณน้ำพุร้อนหินดาด โดยมีกระแสน้ำป่าที่รุนแรง ระดับน้ำในลำห้วยสูงขึ้นจนเกือบท่วมสะพาน เจ้าหน้าที่จึงประกาศงดเข้าพื้นที่ในช่วงนี้ ขณะที่บรรยากาศในพื้นที่ยังคงมีเมฆฝนและฝนยังตกอย่างต่อเนื่องขณะเดียวกัน ฝนที่ตกติดต่อกันในพื้นที่ 4 อำเภอ คือสังขละบุรี ทองผาภูมิ ศรีสวัสดิ์ ไทรโยค ทำให้มีปริมาณน้ำฝนสะสมเพิ่มความชุ่มน้ำในทุกพื้นที่ โดยเฉพาะในส่วนของพื้นที่ภูเขา ที่อาจส่งผลให้เกิดภูเขาถล่มดินสไลด์ในเส้นทางถนนเลียบไหล่เขา โดยเฉพาะถนนเส้นสังขละบุรี-ทองผาภูมิ และทองผาภูมิ-บ้านอีต่อง ต.ปิล๊อค อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ อุทยานแห่งชาติเขาแหลม ได้ส่งเจ้าหน้าที่ออกลาดตระเวน เพื่อเตรียมความพร้อมในทุกสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่