“เอ็ม” อ่วม พนักงานสอบสวนเตรียมเข้าไปแจ้งข้อหาเพิ่มอีก 5 ข้อหา คดีฆ่าลูกชายวัยแบเบาะ 2 คนในพื้นที่ สน.บางซื่อ ส่วนอีก 2 ศพในซอยพหลโยธิน 56 ยังหาร่างไม่พบ ชุดสืบสวนนำโดย “นพศิลป์ พูลสวัสดิ์” ยังไม่ถอดใจ ใช้ทุกวิถีทางถึงจะเป็นเวลายาวนาน 10 ปีแล้ววอนพลเมืองดีเห็นเหตุการณ์ช่วยแจ้งเบาะแสด้วย “กัน จอมพลัง” นิมนต์พระเชิญดวงวิญญาณเหยื่อทั้ง 5 คนไปทำพิธีทางศาสนาที่วัดพระศรีมหาธาตุ เพื่อส่งน้องขึ้นสวรรค์ ญาติพี่น้องร่วมงานเพียบ โยนความผิดให้ “เอ็ม” ตัวการ เชื่อฝ่ายภรรยาตกกระไดพลอยโจนเป็นเหยื่อเพราะถูกทำร้ายด้วย แฉตำรวจสอบพ่อแท้ๆของไอ้โหดมาแล้ว พฤติกรรมสุดขั้วบังคับน้องสาวกินสารพิษ ไม่ทำจะถูกทำร้าย พ่อไปต่อว่ากลับเอามีดไล่แทง เลยตัดพ่อตัดลูกตั้งแต่นั้น ส่วนเมีย 2 ยอมเปิดปาก พบรักตอนเอ็มบวชเป็นพระ พอสึกมาอยู่ด้วยชอบทำร้าย คลั่งรักหนักถึงขนาดมีดจี้ไปจดทะเบียนสมรส จู่ๆก็หายหัวไป 14 ปี วอนมาจดทะเบียนหย่าให้ด้วยเพราะมีครอบครัวใหม่แล้วกรณีเหตุสะเทือนขวัญ นายส่องศักดิ์ หรือเอ็ม ส่งแสง อายุ 46 ปี และนางสุนัน นาหัวนิล อายุ 40 ปี พ่อแม่โหด ร่วมกันฆ่า ด.ญ.เนตรขวัญสุดา หรือน้องโมเดล ส่งแสง ลูกสาววัย 2 ขวบ จากพื้นที่ สน.บางเขน นำร่างไปฝังโบกปูนกลบเกลื่อนความผิดในพื้นที่ จ.กำแพงเพชร หลังความแตกชุดสืบสวนขยายผลพบเรื่องราวน่าตกใจ ผู้ต้องหารายนี้มีพฤติกรรม อำมหิต มีภรรยาถึง 5 คน และลูกรวม 10 คน ระหว่างปี 2556-2561 ก่อเหตุฆ่าลูกชายวัยแบเบาะที่เกิดกับ น.ส.เจษฎา มีเพียร อายุ 33 ปีภรรยาคนที่ 3 ถึง 4 คน ร่วมกันนำศพไปทิ้งในพื้นที่ สน.บางซื่อ 2 ศพ ตำรวจพบรับเป็นคดีไว้แต่เพิ่งรู้ตัวผู้กระทำความผิด ส่วนอีก 2 ศพผู้ต้องหาให้การว่า ใส่ถุง พลาสติกไปทิ้งในซอยพหลโยธิน 56 นำกำลังเข้าค้นหาหลายครั้งแต่ไม่พบ เพราะสภาพพื้นที่จากป่ารกชัฏเปลี่ยนเป็นมีสิ่งปลูกสร้างจำนวนมาก เบื้องต้นพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาดำเนินคดีนายส่องศักดิ์กับนางสุนันส่งฝากขังศาลอาญานำตัวเข้าเรือนจำไปแล้ว ส่วน น.ส.เจษฎาเพิ่งแจ้ง 5 ข้อหาดำเนินคดีอยู่ระหว่างสอบปากคำตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น คุม “เจษฎา” พิมพ์มือแจ้ง 5 ข้อหาความคืบหน้าจาก สน.บางเขน เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 23 ก.ย. ฝ่ายสืบสวน สน.บางเขน คุมตัว น.ส.เจษฎา มีเพียร อายุ 33 ปี ออกจากห้องควบคุมผู้ต้องหาไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่ห้องสืบสวนใช้เวลาประมาณ 30 นาที ก่อนพาไปพิมพ์ลายนิ้วมือ ท่าทางของ น.ส.เจษฎา ดูผ่อนคลายมากขึ้น มีการยกมือไหว้ขอบคุณชุดสืบสวนที่เดินไปส่งกลับเข้าห้องควบคุมผู้ต้องหานำตัวฝากขังวอนอย่าซ้ำเติมต่อมาเวลา 09.40 น. พนักงานสอบสวน สน.บางเขน คุมตัว น.ส.เจษฎา ออกจากห้องควบคุม สน.บางเขน ขึ้นรถคุมผู้ต้องขังนำตัวไปฝากขังศาลอาญา สื่อมวลชนพยายามสอบถาม น.ส.เจษฎา ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า อยากพูดอะไรหรือไม่ หรือขอโทษสังคมอย่างไร แต่ น.ส.เจษฎา เอาแต่ก้มหน้านิ่งเงียบไม่พูดยกมือไหว้ แล้วบอกว่า “อย่ามาซ้ำเติมกันเลย” จากนั้นเจ้าหน้าที่คุมตัว น.ส.เจษฎาไปฝากขังที่ศาลอาญาทันทีสารภาพหมดยกเว้นคดีฆ่าที่ศาลอาญา พนักงานสอบสวน สน.บางเขน นำตัว น.ส.เจษฎา มีเพียร อายุ 33 ปี ผู้ต้องหาคดีฆ่าลูกชายวัยแบเบาะ 4 คนมายื่นขอฝากขังครั้งแรก คำร้องบรรยายว่า ตำรวจรับตัวผู้ต้องหาไว้เมื่อวันที่ 22 ก.ย.กล่าวหาว่าร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นถึงแก่ความตายร่วมกันทำร้ายจนเป็นอันตรายสาหัส ร่วมกันลอบฝังซ่อนเร้นทำลายศพ ร่วมกันทำลายพยานหลักฐานและร่วมกันเคลื่อนย้ายศพปิดบังเหตุแห่งการตาย ผู้ต้องหารับสารภาพทุกข้อ ยกเว้นข้อหาทำร้ายจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตายฆ่าโหดลูกชายวัยแบเบาะ 4 ศพพฤติการณ์คือนายส่องศักดิ์ ส่งแสง กับนางสุนัน นาหัวนิล ทำร้ายร่างกายน้องโมเดลถึงแก่ความตายแล้วนำศพไปฝังที่ อ.ขาณุวรลักษบุรี จ.กำแพงเพชร ตำรวจจับกุมสอบสวนพบว่า ผู้ต้องหาเป็นภรรยานายส่องศักดิ์อีกคน มีลูกด้วยกันอีก 5 คนกระทำผิดด้วย ครั้งที่ 1 ช่วง พ.ย.56 นายส่องศักดิ์ร่วมกับ น.ส.เจษฎา ผู้ต้องหาทำร้ายลูกชายวัยแบเบาะถึงแก่ความตายนำศพทิ้งที่ย่านจตุจักร ครั้งที่ 2 เดือน พ.ย.57 ทำร้ายลูกชายวัยแบเบาะถึงแก่ความตาย นำไปฝังที่ย่านจตุจักร ครั้งที่ 3 เดือน เม.ย.59 ทำร้ายลูกชายวัยแบเบาะจนตายนำศพทิ้งริมถนนพหลโยธิน กม.25 ครั้งที่ 4 เดือน ก.พ.61 ทำร้ายลูกชายวัยแบเบาะถึงแก่ความตายนำศพไปทิ้งย่านสายไหม และครั้งที่ 5 ทำร้ายน้องมายด์มิ้นท์วัย 4 ขวบ ลูกสาวของนางสุนันบาดเจ็บสาหัส การสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้นต้องสอบพยานอีก 10 ปาก รอผลพิสูจน์ต่างๆ ขอฝากขัง 12 วันถึงวันที่ 4 ต.ค.และขอคัดค้านการประกันตัว ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ฝากขังได้ จนเวลา 16.30 น.ไม่มีญาติมายื่นประกันตัวส่งเข้าเรือนจำทัณฑสถานหญิงกลางต่อไปส่อถอนใจหาร่างเด็กอีก 2ผู้สื่อข่าวโทรศัพท์สัมภาษณ์ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. เผยว่า จากที่เมื่อคืนนำตัว น.ส.เจษฎาไปชี้จุดที่ทิ้งศพเด็กทารกเมื่อปี 2559 และ 2561 ปรากฏว่า น.ส.เจษฎาชี้บริเวณที่ก่อสร้างปั๊มน้ำมันไปแล้ว หลังจากนี้ต้องรอคณะกรรมการประชุมร่วมกันก่อนว่า จะดำเนินการอย่างไรต่อไป เพราะเหตุการณ์เกิดขึ้นมานานแล้ว สภาพแวดล้อมจุดดังกล่าวเปลี่ยนแปลงไปมาก การชี้จุดของ น.ส.เจษฎาอาจคลาดเคลื่อนได้ ดังนั้น หากมีการทุบเพื่อขุดหาพยานหลักฐานแล้วปรากฏว่าไม่ใช่จุดทิ้งศพที่ถูกต้อง จะทำให้เกิดความเสียหาย ยืนยันว่าพยานหลักฐานที่พบศพเด็กทั้ง 2 ศพ ในพื้นที่ สน.บางซื่อ มีดีเอ็นเอตรงกับ น.ส.เจษฎา เพียงพอต่อการดำเนินคดีแล้ว แต่ตำรวจต้องการทำคดีให้รัดกุมครบถ้วนมากที่สุด นิมนต์พระเชิญ 5 ดวงวิญญาณเวลา 10.20 น. นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือกัน จอมพลัง นิมนต์พระมหาหัน ปิยวัณโณ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดลาดปลาเค้ามาทำพิธีอัญเชิญดวงวิญญาณ บริเวณริมถนนพหลโยธินข้างปั๊ม ปตท. ซอยพหลโยธิน 56 ถนนพหลโยธิน แขวงและเขตสายไหม กทม. เป็นจุดที่ น.ส.เจษฎา มีเพียร นำศพลูกชาย 2 คนมาทิ้งไว้ข้างศาลพระภูมิเมื่อปี 2559 และปี 2561 จากนั้น อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูนำโลงศพเด็ก 5 โลง พร้อมเขียนชื่อนามสกุลเด็กที่เสียชีวิตลงบนฝาโลงมาวางหน้าศาลพระภูมิริมถนนพหลโยธิน ก่อนทำพิธีอัญเชิญดวงวิญญาณทั้งหมดเพื่อนำไปบำเพ็ญกุศลช่วงเวลา 14.00 น.จัดพิธีศพส่งน้องขึ้นสวรรค์กัน จอมพลัง กล่าวว่า วันนี้มาเชิญดวงวิญญาณของน้องทั้ง 2 คนและที่อื่นๆที่ยังไม่ได้ประกอบพิธีถูกต้อง ได้รับความเมตตาจากเจ้าอาวาสวัดลาดปลาเค้า มอบหมายให้ผู้ช่วยเจ้าอาวาสผู้มีความรู้ในการเชิญดวงวิญญาณน้องไปบำเพ็ญกุศลที่วัดพระศรีมหาธาตุวรวิหาร มีการเผาจริง ทำพิธีอย่างถูกต้องเพื่อส่งน้องไปสวรรค์ บางคนอยู่ข้างถนนมาเป็น 10 ปี การเป็นมนุษย์คนหนึ่งไม่ใช่ถูกทิ้งขว้างแบบนี้ วันนี้ผู้กระทำผิดถูกแจ้งข้อกล่าวหาครบทุกคนแล้ว มอบความเป็นธรรมให้น้องแล้ว ส่วนศพเด็กอีก 3 คน หากตำรวจบอกว่า รับร่างของน้องที่ถูกเก็บไว้ที่สถาบันนิติเวชได้ และไม่มีญาติทำพิธีให้ ตนจะจัดการออกค่าใช้จ่ายให้ทุกอย่างและส่งน้องให้ถึงที่สุด ส่วนน้องผู้หญิงวัย 4 ขวบ ที่มีอาการปากแหว่ง ตาบอด จมูกขาด ที่ตนเข้าไปช่วยเหลือออกมาก่อนหน้านี้ ประสานแพทย์เพื่อเตรียมรักษาอาการดังกล่าวแล้ว ตนจะเป็นผู้ออกค่ารักษาพยาบาลให้ทั้งหมดเช่นกัน“นพศิลป์” ประชุมคืบหน้าคดีที่ สน.บางเขน เวลา 13.00 น. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.อรรถพล อนุสิทธิ์ ผบก.น.2 พ.ต.อ.ธิติพงศ์ ภิวัฒน์วุฒิกุล รอง ผบก.น.2 พ.ต.อ.อนันต์ วรสาตร์ ผกก.สน.บางเขน และ พ.ต.อ.รังสรรค์ สอนสิงห์ ผกก.สน.สายไหม พร้อมพนักงานสอบสวน ชุดสืบสวน สน.บางเขน และ กก.สส.บก.น.2 ร่วมประชุมติดตามความคืบหน้าคดีการเสียชีวิตของลูกทั้ง 5 ศพ ที่นายส่องศักดิ์ ส่งแสง น.ส.สุนัน นาหัวนิล และน.ส.เจษฎา มีเพียร เป็นผู้ต้องหา ภายหลังการประชุมนาน 1 ชม. พล.ต.ต.นพศิลป์กล่าวว่า เมื่อวานหลังรับแจ้งจากนิติเวชว่า กระดูกที่ขุดพบในท้องที่ สน.สายไหม ไม่ใช่กระดูกมนุษย์ ต้องมาวางแนวทางการสืบสวนกันใหม่ ให้ฝ่ายสืบสวนซักถาม น.ส.เจษฎาว่าจำจุดทิ้งศพทั้ง 4 คนได้หรือไม่ 2 จุดแรกทิ้งในท้องที่ สน.บางซื่อ น.ส.เจษฎาสามารถชี้ได้ตรงจุด ต่อมาจุดที่ 3 และ 4 ตรวจสอบพบกระดูกแต่ตรวจแล้วไม่ใช่กระดูกมนุษย์ ต้องให้ผู้ต้องหายืนยันจุดที่ทิ้งให้แน่ชัด เนื่องจากสภาพเปลี่ยนไปหมดแล้ว จากเดิมผู้ต้องหาให้การจำได้ว่า มีศาลพระภูมิและเป็นป่ากก เมื่อเทียบกับแผนที่ของกูเกิล (Google) พบว่าสถานที่ดังกล่าวเป็นปั๊มน้ำมัน ปตท. ยังลุยค้นหาร่าง 2 เหยื่อโหดพล.ต.ต.นพศิลป์กล่าวต่อว่า ส่วนแรกต้องตรวจสอบไปยังโรงพยาบาลในพื้นที่รับผิดชอบ สน.สายไหม คือ โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช และสถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ ว่ามีผู้พบศพนิรนามหรือไม่ แต่เบื้องต้นจากการตั้งฐานข้อมูลดีเอ็นเอนายส่องศักดิ์และ น.ส.เจษฎา เพื่อหาความสัมพันธ์พ่อแม่ลูกพบว่า ตรงกันเพียง 2 ศพ จากนั้นตรวจสอบไปยังฐานข้อมูลสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรมแต่ไม่พบข้อมูลความสัมพันธ์พ่อแม่ลูกของนายส่องศักดิ์และ น.ส.เจษฎาประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือไปยังภาคประชาชนที่พบเห็นเหตุช่วงปี 2559 กับ 2561 มีประชาชนพบเจอและนำไปทิ้งถังขยะบ้างหรือไม่ เนื่องจากการสืบสวนทราบว่า รถขยะที่มาเก็บตรงพื้นที่นั้นต้องไปส่งคัดแยกที่ท่าแร้งพื้นที่ สน.คันนายาว แล้วคัดแยกขยะไปที่ อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม 2 จุดนี้ฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่แล้วลูกสาวคนโตให้การไม่ตรงกันรอง ผบช.น.กล่าวว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) สอบถามลูกสาววัย 12 ปีของ น.ส.เจษฎาให้การว่า เดินทางไปกับนายส่องศักดิ์และ น.ส.เจษฎา ตอนทิ้งศพด้วยทุกครั้ง ลักษณะนำใส่กล่องพลาสติกสีดำไปวางไว้ ไม่ได้ฝัง แต่ลูกสาว น.ส.เจษฎาให้การจุดที่ทิ้งไม่ตรงกัน บอกว่าอยู่ใกล้กับโรงพยาบาลประชาธิปัตย์ ชุดสืบสวนจะไปตรวจสอบเพิ่มเติมด้วย ทั้งนี้ยืนยันว่าจะตามหาศพเด็กทั้ง 2 คนอย่างเต็มที่พ่อแฉ “เอ็ม” ถูกไล่แทงตัดพ่อลูกพล.ต.ต.นพศิลป์กล่าวด้วยว่า ชุดสืบสวนสอบสวนยังลงพื้นที่ไปสอบถามประวัติของนายส่องศักดิ์กับบุคคลที่เกี่ยวข้อง บิดานายส่องศักดิ์ให้การยืนยันว่า ในช่วงปี 2540-2546 ลูกชายมีพฤติกรรมบังคับน้องสาวให้กินสารพิษ ถ้าไม่กินจะถูกทำร้ายร่างกาย เมื่อตนผู้เป็นพ่อทราบเข้าไปตักเตือนว่ากล่าว กลับถูกลูกชายใช้มีดไล่แทง ไปแจ้งความ และตัดพ่อตัดลูกกันตั้งแต่ตอนนั้นกระทืบเมียคนที่ 2 ต้องแกล้งตาย“การสอบสวนภรรยาคนที่ 1 ให้การว่า ช่วงคบหากันปี 2545-2549 ไม่มีเหตุการณ์อะไรผิดปกติ ภรรยาคนที่ 2 คบหากันปี 2552 แต่ไม่มีลูกด้วยกันให้การว่า ถูกนายส่องศักดิ์ใช้มีดจี้บังคับให้ไปจด ทะเบียนสมรส และยังมีพฤติกรรมเตะ ต่อย ตี จนเจ้าตัวต้องแกล้งสลบเพื่อไม่ให้ถึงแก่ชีวิต ปัจจุบันยังไม่ได้จดทะเบียนหย่ากัน ส่วนภรรยาคนที่ 3 ให้การว่า ไม่มีเหตุการณ์อะไรผิดปกติ” พล.ต.ต.นพศิลป์กล่าวพยานยันเกลียดเด็กผู้ชายพล.ต.ต.นพศิลป์กล่าวว่า กระทั่งนายส่องศักดิ์มาคบกับภรรยาคนที่ 4 คือ น.ส.เจษฎา มีลูก 5 คน เสียชีวิต 4 คน และภรรยาคนที่ 5 คือ น.ส.สุนัน มีลูก 3 คน จากการสอบถามมารดา น.ส.สุนัน ให้การว่า นายส่องศักดิ์และ น.ส.สุนัน นำน้องโตโต้ลูกชายคนสุดท้องมาฝากเลี้ยงไว้ ตอนพามามีร่องรอยบาดแผลทราบว่า ถูกนายส่องศักดิ์ทำร้ายเพราะโมโหง่าย และนายส่องศักดิ์ยังเคยพูดกับ น.ส.สุนันว่า “กูไม่ชอบ ไม่สนเด็กผู้ชาย” นายส่องศักดิ์ไม่เคยมาเยี่ยมหรือส่งเสียค่าเลี้ยงดูเลย คำให้การนี้สอดคล้องกับมูลเหตุว่า ทำไมเด็กชายถึงเสียชีวิตขอเวลาหาหลักฐานคดีค้ามนุษย์“ประเด็นเรื่องการค้ามนุษย์ พนักงานสอบสวนประสานกระทรวง พม.แล้ว เด็กยังอยู่ในความดูแลของกระทรวง ยังไม่พร้อมให้ปากคำ พนักงานสอบสวนจะรวบรวมพยานหลักฐานว่า ตั้งแต่แรกเกิดเด็กมีลักษณะเป็นอย่างไร จากการสอบปากคำ น.ส.เจษฎา ยืนยันว่า ช่วงปี 2564-2565 ที่นายส่องศักดิ์นำเด็กมาให้เลี้ยงดูเด็กยังปกติ แต่มีเชื้อราที่ปาก น.ส.เจษฎายังสงสัยว่าทำไมอาการเยอะ และหายาม่วงมารักษา ขณะที่นายส่องศักดิ์และ น.ส.สุนัน ยังไม่เปิดปากตอบเรื่องนี้ พนักงานสอบสวนจะเข้าสอบปากคำในเรือนจำเพิ่มเติม หลังได้ผลตรวจจากแพทย์นิติเวชว่า สาเหตุเกิดจากอะไร หากพบว่าทำร้ายเด็กจนปากแหว่งและอาศัยความพิการแสวงหาผลประโยชน์ จะประสานเจ้าหน้าที่กระทรวง พม.คัดแยกเหยื่อ หากเข้าองค์ ประกอบความผิดค้ามนุษย์จะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด น.ส.เจษฎาจะมีความผิดด้วย เพราะเป็นผู้เปิดเฟซบุ๊กโพสต์ขอรับบริจาค” รอง ผบช.น.กล่าว“เอ็ม” อ่วมโดนอีก 5 ข้อหาพล.ต.ต.นพศิลป์กล่าวด้วยว่า วันจันทร์ที่ 25 ก.ย. พนักงานสอบสวน สน.บางเขน จะเดินทางไปพบนายส่องศักดิ์ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เพื่อแจ้งข้อหาเพิ่มเติมในส่วนคดีการเสียชีวิตของลูกชาย 2 คนในท้องที่ สน.บางซื่อ เมื่อปี 2559 และปี 2561 ประกอบด้วยข้อหาร่วมกันทำร้ายผู้อื่นให้รับอันตรายสาหัส ข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย ข้อหาซ่อนเร้น ทำลายศพ ข้อหาช่วยเหลือผู้อื่นให้มิต้องรับโทษ และข้อหาทำลายศพที่ต้องชันสูตรพลิกศพ ส่วนพฤติการณ์ของนายส่องศักดิ์เข้าข่ายฆาตกรรมต่อเนื่องหรือไม่ ตำรวจอยู่ระหว่างพิจารณาตรวจสอบหลักฐานทางคดี เพื่อแจ้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นต่อไป ญาติแห่ร่วมงานศพ 5 เหยื่อที่ศาลา 4 วัดพระศรีมหาธาตุวรวิหาร เวลา 14.45 น. มีการจัดพิธีศพให้ดวงวิญญาณของเด็กทั้ง 5 คน ที่เสียชีวิตจากการถูกนายส่องศักดิ์ ส่งแสง พ่อแท้ๆทำร้าย นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ กัน จอมพลัง เชิญนายสังวร หลึ่งเทพ อายุ 61 ปี พี่เขย น.ส.สุนัน นาหัวนิล มารดาของน้องโมเดลวัย 2 ขวบ ที่ถูกฆ่าโบกปูนที่ จ.กำแพงเพชร มาร่วมพิธีศพด้วย พร้อมกับ น.ส.เพ็ญนภา นาหัวนิล อายุ 19 ปี หลานสาว น.ส.สุนัน มีศักดิ์เป็นน้าของน้องโมเดล และน้องมายด์มิ้นท์ อายุ 4 ขวบ ที่ถูกนายส่องศักดิ์ทำร้ายจนปากแหว่ง ตาบอด และจมูกขาด นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด นายนริสสร แสงแก้ว สก.บางเขน และกลุ่มญาติจาก จ.กำแพงเพชร มาร่วมพิธีน้าสาวเผยนิติเวชยังไม่ให้ศพน.ส.เพ็ญนภากล่าวว่า วันนี้เดินทางไปติดต่อขอรับศพน้องโมเดลที่สถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ แต่เจ้าหน้าที่แจ้งว่า ยังรับศพกลับไม่ได้ เนื่องจากต้องรอผลการตรวจดีเอ็นเอต้องใช้เวลาอีกหลายวัน ก่อนที่กัน จอมพลังจะติดต่อให้มาร่วมงานศพส่งวิญญาณเด็กๆทั้ง 5 คนในวันนี้ ที่ผ่านมาตนเคยมีโอกาสเลี้ยงเด็กๆทั้งน้องโมเดลและน้องมายด์มิ้นท์ ทำให้รู้สึกเสียใจที่น้องถูกทำร้ายร่างกายแบบนี้ หลังเกิดเหตุที่บ้านทำพิธีถอนวิญญาณน้องโมเดลออกจากหลุมแล้วขาดเพียงทำศพให้หลานหมอรักษา “มายด์มิ้นท์” ให้ฟรีกัน จอมพลัง กล่าวว่า เมื่อเช้าไปอัญเชิญดวงวิญญาณน้องทั้ง 5 คน ประสานกับทนายนริสสร แสงแก้ว สก.บางเขน และเจ้าอาวาสวัดพระศรีมหาธาตุฯ นิมนต์พระสงฆ์มาทำพิธีส่งน้องขึ้นสวรรค์ ทำพิธีสวดศพและเผาศพ โดยมี พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น.มาร่วมด้วย ตอนนี้ได้รับการติดต่อจากคุณหมอว่า จะทำให้น้องกลับมาอยู่ในสภาพที่เป็นปกติมากที่สุดและให้การรักษาฟรี ขณะนี้น้องมายด์มิ้นท์วัย 4 ขวบ ยังอยู่ในการดูแลสุขภาพให้แข็งแรง เมื่อแข็งแรงแล้วจะเข้าผ่าตัดทันที น้องจะมีชีวิตดีขึ้น ทั้งการรักษาความสะอาด การกินง่ายขึ้น การพูดใกล้เคียงกับปกติ หากไม่รักษาจะทำให้ออกเสียงไม่รู้เรื่อง แต่ต้องผ่าตัดอีกหลายครั้งกว่าจะเรียบร้อย ส่วนการรักษาดวงตาที่มีอาการขุ่นทั้ง 2 ข้าง ตอนนี้ต้องฟื้นฟูร่างกายน้องให้กลับมาเป็นปกติก่อน เมื่อแข็งแรงดีแล้วจะเริ่มรักษาทันที ส่วนน้องอายุ 12 ปี ตอนนี้ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ (พม.) คอยสภาสังคมสงเคราะห์และสหวิชาชีพ เข้าดูแลพูดคุยกับน้อง ตอนนี้สภาพจิตใจน้องดีเยี่ยมลูก “สุนัน” เชื่อแม่ถูกบังคับส่วนน้องฟิล์ม-จันทร์เพ็ญ (สงวนนามสกุล) อายุ 22 ปี ลูกติดนางสุนันกล่าวว่า เชื่อว่าแม่ไม่ได้ทำ แม่ไม่ใช่คนอารมณ์ร้อน ใจเย็น อารมณ์ดี ยิ้มแย้มแจ่มใส ตั้งแต่มาคบกับนายส่องศักดิ์แม่ใส่เสื้อแขนยาวตลอด เชื่อว่าปกปิดบาดแผล ไม่พูดจากับผู้คน เชื่อว่านายส่องศักดิ์บังคับให้แม่ทำ ตนไม่สุงสิงกับนายส่องศักดิ์ตั้งแต่แรกจึงไม่เคยถูกทำร้าย สิ่งที่เขาทำมันเกินคำว่า เป็นคน เป็นมนุษย์ ไม่เคยคิดว่าแม่จะต้องตกเป็นผู้ต้องหา และคิดว่าคงไม่ได้ประกันตัวแต่จะเข้าไปเยี่ยมแม่ต่อไป หลังนิติเวชดำเนินการเสร็จจะติดต่อรับศพน้องโมเดลกลับไปบำเพ็ญกุศลรอง ผบช.น.ประธานพิธีศพเวลา 15.20 น. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. และตำรวจชุดคลี่คลายคดีเดินทางมาร่วมงานพิธีสวดส่งวิญญาณ พล.ต.ต.นพศิลป์เป็นประธานในพิธี จากนั้นพระสงฆ์ 9 รูป ทำพิธีสวด มาติกาบังสุกุล ทำพิธีสวดส่งวิญญาณทั้ง 5 ดวงไปสู่สุคติในสัมปรายภพ จากนั้นประธานในพิธีถวายสังฆทาน และถวายผ้าบังสุกุล ญาติและผู้ร่วมงานวางดอกไม้จันทน์หน้าโลงศพทั้ง 5 เป็นอันเสร็จพิธี เมีย 2 แฉมีดจี้ไปจดทะเบียนที่บ้านหลังหนึ่งในพื้นที่หมู่ 2 ต.ไชยราช อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ ผู้สื่อข่าวพร้อมด้วยนายจารินทร์ จุ้ยแจ้ง กำนันตำบลไชยราช และนายสมศักดิ์ ชนะแรง ผู้ใหญ่บ้านบ้านคอกอ้ายเผือก เดินทางไปพบภรรยาคนที่ 2 อายุ 38 ปี ของนายส่องศักดิ์ หรือเอ็ม ส่งแสง อาชีพทำสวนยางพาราเผยว่า ปัจจุบันมีสามีใหม่แล้วมีลูกด้วยกัน 1 คน พบรักกับเอ็มตอนไปทำบุญที่วัดในพื้นที่ จ.กระบี่ ขณะนั้นเอ็มบวชเป็นพระ ตั้งแต่เลิกกันไม่เคยพบเลย 14 ปีแล้ว ขณะใช้ชีวิตคู่กันเอ็มจะมีนิสัยขี้หึง โมโหร้าย ถึงกับเคยใช้มือบีบคอ มีอยู่ครั้งหนึ่งเอ็มใช้มีดจี้ให้ตนไปจดทะเบียนสมรสด้วย ก่อนเลิกรากันนายเอ็มบอกว่าจะไปเป็นเพื่อนน้องสาว จากนั้นน้องสาวนายเอ็มมารับแล้วหายไปไม่สามารถติดต่อได้เลย จนกระทั่งมาทราบอีกทีจากสื่อตอนที่นายเอ็มถูกจับกุม ตอนนี้ต้องการเพียงอย่างเดียวคือ ขอจดทะเบียนหย่า เพราะที่ผ่านมาตนไม่สามารถทำธุรกรรมอะไรได้เลย แม้แต่บัตรสวัสดิการของรัฐก็ไม่สามารถทำได้ เพราะติดเรื่องทะเบียนสมรสมาถึง 14 ปี