เคล็ดลับไร้เทียมทานของถางไท่จงฮ่องเต้...ไม่ใช่มีคันฉ่องวิเศษสามบาน คันฉ่องทองเหลือง ส่องหน้าและอาภรณ์ คันฉ่องประวัติศาสตร์ ส่องความรุ่งเรืองตกต่ำ และคันฉ่องคน (ที่ปรึกษา) ส่องความสำเร็จและล้มเหลว...แค่นั้นท่านปูพื้นฐานยุคทองให้ราชวงศ์ทางยั่งยืนต่อเนื่องสามร้อยปี ยังแอบมีคันฉ่องบานที่สี่เจินกวนเจิ้งเย่า ยอดกุศโลบายจีน (อู่จิง เขียน อธิคม สวัสดิญาณ แปล เต๋าประยุกต์พิมพ์ครั้งที่ 4 พ.ศ.2552) หน้า 102 หัวข้อราษฎรรู้ข่าวต้องชิงชังเหนือหัว เริ่มต้นว่าถางไท่จงฮ่องเต้มีอาชาสง่าตัวหนึ่ง ซึ่งทรงโปรดอย่างยิ่งรับสั่งให้เลี้ยงไว้เฉพาะในพระตำหนัก มาวันหนึ่งอาชาตัวนี้ตายกะทันหัน โดยไม่มีใครทราบสาเหตุ ทรงพิโรธมาก รับสั่งให้ประหารคนเลี้ยงนี่เป็นปัญหาเล็กๆลับเฉพาะเกิดขึ้นในฝ่ายใน ไม่ข้องเกี่ยวถึงขุนนางอำมาตย์ในท้องพระโรง แต่ไม่ล่วงพ้นความรับรู้ พระมเหสีจ่างซุนพระมเหสีพระองค์นี้ ทรงเคารพยึดมั่นในขนบจารีต ทรงโปรดหนังสือมาตั้งแต่เด็ก จึงรอบรู้เรื่องราวในประวัติศาสตร์โบราณ ทรงเป็นหนอนหนังสือคู่พระทัยองค์ฮ่องเต้ตัวอย่างเรื่องคล้ายกัน มีบันทึกไว้ในคัมภีร์เยี่ยนจื่อชุนชิว...ม้าตายคนเลี้ยงม้าจะถูกประหาร ก็เคยเกิดขึ้นในสมัยฉีจิ่งกง เจ้าแคว้นฉีสมัยชุนชิว (ครองราชย์ระหว่าง ค.ศ.549-490)เยี่ยนจื่อมหาอำมาตย์แคว้นฉี ขออนุญาตท่านอ๋อง พิจารณาความผิดของคนเลี้ยงม้า ไว้สามข้อ หน้าที่ของเจ้าคือเลี้ยงม้า แต่ม้าตายเสียแล้ว นี่คือความผิด ข้อแรกเจ้าทำให้เจ้าแคว้นต้องฆ่าคน เพราะม้าตาย ราษฎรที่ทราบข่าวนี้ ก็จะชิงชังเจ้าแคว้น นี่คือความผิดข้อที่ 2และเมื่อเหล่าสามนตราช (เจ้านครใกล้เคียง) รู้ข่าวนี้ ย่อมจะดูแคลนเจ้าแคว้นของเรา นี่คือความผิดข้อที่ 3ฉีจิ่งกง สดับแล้วก็เข้าใจ ให้อภัยโทษคนเลี้ยงม้าทันทีเรื่องในคัมภีร์เยี่ยนจื่อชุนชิว ทั้งถางไท่จงฮ่องเต้ และพระมเหสีจ่างซุน ก็เคยนำมาสนทนากันจนบ่อยๆ พระมเหสี แค่เพียงทูล “ฝ่าบาท ก็เคยอ่าน หรือว่าทรงลืมแล้ว?” ฮ่องเต้ ไม่เพียงคลายโทสะ ยกโทษประหารทรงเพิ่มความรักความศรัทธาพระมเหสี แต่พระมเหสีองค์นี้ พระชนมายุนั้น เจินกวนศก 10 ก็สิ้นพระชนม์ฮ่องเต้ทรงปวดร้าวพระทัยมาก ตรัสกับมหาเสนาอำมาตย์ว่า “ข้าเสียผู้ช่วยฝ่ายในที่เข้มแข็งไปแล้ว”นึกถึงตอน เว่ยเจิง เสนาบดีฝ่ายค้าน ตาย...นะครับทรงรำพัน ข้าเสียคันฉ่องบานที่สาม คันฉ่องส่องความสำเร็จล้มเหลวไปแล้ว ความสูญเสียพระมเหสีจ่างซุน นี่คือคันฉ่องคนบานที่สี่ ที่ทรงใช้ใกล้ตัวเรื่อยมาผมเปิดหนังสือเอาเรื่องนี้มาเขียน หลังจากดูข่าวนายกฯประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านร่ำลานักข่าวในทำเนียบครับ...สุ้มเสียง สีหน้า แววตา คุณประยุทธ์สดใสเป็นมิตรไมตรีชัดเจนกว่า ตอนตอบต่อกับนักข่าวตลอดมาเก้าปีผมเดาเอา...ก่อนจะตัดสินใจวางมือ...จากภาระหน้าที่ คงมีคนใกล้ตัว แบบกระจกบานที่สี่ ช่วยส่องหน้าเครียดๆหมองๆให้เห็น...เป็นอย่างที่อาจารย์พุทธทาสสอน...อะไรๆ ที่ว่าหนักหนา...แค่รู้เวลาวาง...ก็ว่าง ก็เบาสบายพูดจริงๆ ไม่ใช่ประชดนะครับ...ความรักชาติบ้านเมืองนั้น...คนอาสา...แทนตัวท่านมี อยู่แยะไป...คุณประยุทธ์ก็รู้อยู่กับใจ ความรักด้วยหัวใจจริงๆ กับความรักชาติแบบน้ำลายไหล แตกต่างกันแค่ไหนผมภาวนา ขอให้ท่านผู้อาสามารักชาติหน้าใหม่ รู้จักใช้กระจกบานที่สี่ไม่ต้องไปหาไกลถึงไหนๆ อยู่ในห้องนอน อยู่ใกล้ๆแค่ข้างหมอนนี่เอง.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ "ชักธงรบ" เพิ่มเติม