เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการสืบสวน ที่มาพร้อมกับความสนุก เข้มข้น ครอบจักรวาล กับละคร “สืบลับหมอระบาด” ของผู้จัดฯ อ้อม–พิยดา อัครเศรณี ค่าย เมจิค อีฟ วัน บอกเล่าเรื่องราวของอาชีพหมอระบาด ที่มีเหตุให้ต้องมาผูกพันชีวิตเข้ากับนักข่าวสาวสวยจากเพจดังผู้คลั่งไคล้ยอดไลค์ยอดวิวเป็นที่สุดโดยเป็นการโคจรมาจับคู่กันอีกครั้งในรอบ 10 ปีของ ณเดชน์ คูกิมิยะ กับ คิมเบอร์ลี่ แอน โวลเทมัส พร้อมด้วยทัพนักแสดงที่ยกขบวนมาโชว์ฝีไม้ลายมือกันอีกคับคั่ง อาทิ แหม่ม–คัทลียา, อเล็กซ์ เรนเดลล์, น้ำหวาน–ภูริตา, กบ–ทรงสิทธิ์, ดู๋–สัญญา, บิ๊ก–ศรุต, ซานิ–นิภาภรณ์, ไผ่–วิศรุต, ภูผา–นพวิชญ์, ป๋อมแป๋ม–นิติ, ต้อม–พลวัฒน์, ขวัญ–ขวัญฤดี, กระดุม–ธนายง ฯลฯ ผลงานกำกับของ นิติวัฒน์ ชลวณิชสิริ เรื่องราวเริ่มจากการระเบิดของศูนย์วิจัย GMP ทำให้ชีวิตของเด็กทั้ง 4 คน ขุนเขา ฉัตรนรี ธีธัช และ มินตรา ต้องเปลี่ยนไป 20 ปีต่อมา ขุนเขา (ณเดชน์) ได้เป็นหมอระบาดที่สามารถป้องกันโรคระบาดก่อนที่จะแพร่กระจายไปในวงกว้าง โดยมี มินตรา (หวาน–ภูริตา) เพื่อนสนิทที่อยู่เคียงข้างมาตลอด โดยที่ ขุนเขา ไม่เคยรู้ว่า มินตรา แอบชอบเขา จนกระทั่ง เจนจิรา (คิมเบอร์ลี่) นักข่าวสาวสวยถูก บก.ส่งให้มาตามสัมภาษณ์ ขุนเขาโดยมี แม็กกี้ (ภูผา–นพวิชญ์) เพื่อนสนิทที่เป็นตากล้องตามไปด้วย แต่ ขุนเขา ไม่ชอบให้สัมภาษณ์ เจนจิรา จึงตามตื๊อไม่เลิก ไม่ว่า ขุนเขา และคนในทีมอย่าง เบญ (ซานิ–นิภาภรณ์) และ เอก (ไผ่–วิศรุต) ไปทำงานที่ไหนก็ต้องเจอกับ เจนจิรา ทุกครั้ง จน ขุนเขา และ เจนจิรา มีปากเสียงกันตลอด จนมีเคสการตายของชาวบ้านที่ระบุว่ามีผีแม่หม้าย ขุนเขา ลงพื้นที่ไปสอบสวนโรคขณะที่ เจนจิรา ก็เดินทางไปสืบความจริง ทำให้พบว่าการตายของชาวบ้านน่าจะมาจากสารพิษปนเปื้อนในแหล่งน้ำ ขุนเขา ได้รู้ว่า หมอราม (ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี) ได้รับทุนวิจัยที่บริษัท RDK ซึ่งน่าสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับสารพิษ จึงขอให้ เจนจิรา ซึ่งเป็นลูกสาวของ หมอราม ช่วยติดต่อ หมอราม จนกระทั่งได้เข้ามาเป็นผู้ช่วย หมอราม ทำให้ ขุนเขา ได้เจอกับ ธีธัช (อเล็กซ์) ซึ่งเป็นลูกบุญธรรมของ รดากร (แหม่ม– คัทลียา) ประธานใหญ่ของ RDKการสืบของ ขุนเขา ไม่ราบรื่น เพราะ ธีธัช ไม่ชอบหน้า ขุนเขา เพราะฝังใจว่าต้นเหตุการระเบิดของ GMP ในอดีตมาจาก หมอครองขวัญ (ขวัญฤดี กลมกล่อม) แม่ของ ขุนเขา จนทำให้พ่อแม่ของ ธีธัช ต้องเสียชีวิต ทำให้การสืบสวนของ ขุนเขา นั้นไม่ง่ายเลย มาฟัง ณเดชน์ และ คิมเบอร์ลี่ พูดถึงละครเรื่องนี้ไปพร้อมๆกัน ณเดชน์ เริ่มก่อน “กลับมาในรอบ 10 ปีจากเรื่องแรงปรารถนา เราเองก็อยากดูเหมือนกันเพราะว่าทำงานค่อนหนักในการถ่ายทำเรื่องนี้”คิมเบอร์ลี่ ก็เสริมต่อว่า “เรื่องนี้บอกได้เลยว่าหนักหน่วง และครบรสมาก มีทั้งบู๊ มีดราม่า มีเลิฟซีนที่เยอะ แต่ภาพสวยงามนะคะ แฟนๆน่าจะชอบกันค่ะ”กลับมาเจอกันในรอบ 10 ปีเนี่ย ทั้งสองต้องเคาะสนิมเคมีกันบ้างมั้ย? ณเดชน์ บอกว่า “ตอนเรื่องแรงปรารถนามันอยู่ในช่วงวัยตอนนั้นของเราก็เลยจะเป็นแนวพ่อแง่แม่งอน แต่พอมาเรื่องนี้มันมีควาามจริงจัง มีเรื่องราวและอุปสรรคที่เราสองคนต้องฝ่าฟัน เรื่องราวมันจะเข้มข้นมากกว่าเดิม ดราม่าที่มันหนักกว่าเดิม แล้วเรื่องราวมันจะเดินเร็วมาก งั้นยิ่งดูสดก็จะยิ่งสนุก” แล้วเราสองคนสนิทอยู่แล้ว พอเล่นเลิฟซีนแล้วเป็นไงกันบ้าง? ณเดชน์ ตอบ “ก็เขินอยู่ดี”คิมเบอร์ลี่ ก็เสริม “ยังเขินกัน พี่อ้อมจะคอยบิลต์ อีกๆๆ เอาอีกๆๆ แบบเนี้ย จากที่บทอาจจะจูบกันแล้วก็แยกย้าย แป๊บเดียว แต่นี่ต้องนานมาก วิ่งไปดูมอนิเตอร์แล้วต้องวิ่งมาถ่ายใหม่”ณเดชน์ พูดต่อ “แต่ว่ามันก็เป็นเลิฟซีนที่แสดงถึงความอบอุ่น อาจไม่ได้เร่าร้อนดุเด็ดเผ็ดมัน แต่ดูแล้วยจะ ยิ้มหวาน จิกหมอน ตอนเราสองคนดูมอนิเตอร์ยังเขินเลย แต่ในส่วนของการทำงานด้วยความที่เราสนิทกัน ถ้าไม่สบายใจก็พูดกันตรงๆอยู่แล้ว ถามว่าเลิฟซีนทั้งสองเรื่องต่างกันมั้ย ก็ต่างกัน เรื่องนั้นอาจจะจุ๊บๆ แต่เรื่องนี้ก็จะจ๊วบๆ(หัวเราะ)”จากการสืบสวนโรคร้ายกลายเป็นการสืบสวนพิษร้ายที่อยู่เบื้องหลังโศกนาฏกรรม มาร่วมตามสืบหาความจริงไปกับพวกเขาและเธอได้ใน “สืบลับหมอระบาด” ทุกวันจันทร์–อังคาร 20.30 น. เริ่มตอนแรกวันจันทร์ที่ 21 ส.ค. ทางช่อง 3 ดูทีวีกด 33 ดูมือถือกด 3Plus.เม้าท์ชัด จัดทุกตอน ติดตามได้ที่ www.thairath.co.th/novel และ Facebook Fanpage : นิยายไทยรัฐ