สุริยา พิมพ์ทอง หัวหน้าแผนกเครื่องกลอุตสาหกรรม วิทยาลัยเทคนิคสระแก้ว ผู้หันมาเป็นเกษตรกรเลี้ยงควายเพื่อการอนุรักษ์ควายไทย เผยว่า ส่วนตัวผูกพันกับควายมาร่วม 40 ปี เกิดมาเห็นพ่อเลี้ยงควาย แม้ปัจจุบันจะมีการใช้เครื่องมือเครื่องจักรทำนากันหมดแล้ว แต่ไม่สามารถทิ้งได้ เลยสืบทอดการเลี้ยงควายแบบดั้งเดิม จนปัจจุบันมีควายทั้งสิ้น 32 ตัว เลี้ยงแบบปล่อยไร่ทุ่งให้หากินหญ้าในไร่ในสวน โดยให้อาหารเป็นฟางกับหญ้าเป็นหลัก โดยเฉพาะหญ้าควายจะชอบที่สุด“ข้อดีของการเลี้ยงควาย นอกจากเป็นการอนุรักษ์แนวทางการเลี้ยงแบบโบราณที่ปัจจุบันหาได้ยากแล้ว ยังเกิดความสุขใจที่ได้เห็นควายเดินเล่นหากินตามธรรมชาติ ที่สำคัญเลี้ยงควายดียิ่งกว่าเก็บเงินฝากธนาคารเสียอีก เพราะควายขายได้ทั้งลูก แม่ รวมถึงเนื้อควาย ที่แทบจะ 100% เป็นการส่งออก คนไทยแทบไม่ได้ชิม แต่เหนือสิ่งอื่นใดต้องมีใจรักก่อนเป็นประการแรก ถึงจะทำทุกอย่างได้อย่างมีประสิทธิภาพ” ส่วนราคาขายในท้องตลาด (แม่+ลูก) สูงกว่า 100,000 บาท ขณะที่ลูกควายที่ได้จากการผสมเทียม จะได้ราคาดีกว่าลูกควายที่เกิดตามธรรมชาติกว่าเท่าตัว เพราะเชื่อกันว่าเกิดจากน้ำเชื้อของตัวที่แข็งแรง ผ่านการคัดเลือกสายพันธุ์แล้ว ยิ่งได้น้ำเชื้อของตัวผู้ดีกรีแชมป์ ยิ่งได้ราคาสูงขึ้นไปอีก“เลี้ยงควายไม่ต้องดูแลมากเหมือนวัว ไม่ต้องฉีดวัคซีนมากนัก อาหารก็ไม่ต้องมีอาหารเหลว กินแต่หญ้ากับฟาง กินง่าย อยู่ง่าย บริหารจัดการก็ไม่ยุ่งยาก ขอแค่มีโรงเรือนช่วยกันแดดกันฝน มีปักหนองให้ควายนอนแช่ โรคก็น้อย ไม่ต้องดูแลประคบประหงมตลอด ทำให้ใช้เวลาหลังเลิกงานมาดูแลได้ ใช้เวลา 2 ปีครึ่งก็สามารถผสมพันธุ์ได้แล้ว อยากได้ตังค์เพิ่มก็หาน้ำเชื้อดีกรีแชมป์มาผสมเทียมเอา กำหนดราคาขายเองได้ หากได้ลูกลักษณะดี เรียกได้ว่าแทบไม่มีอุปสรรคในการเลี้ยงเท่าไรเลย นอกจากนี้ การดูแลควายในเวลาหลังเลิกงานและวันหยุด ยังสามารถทำเกษตรไปพร้อมกันได้อีกหลายอย่าง ทั้งปลูกพืชผัก เลี้ยงปลา เลี้ยงเป็ด เลี้ยงไก่ไข่อารมณ์ดี ส่วนใหญ่ทำไว้กินเอง มีเหลือก็ขาย ถือเป็นการทำแบบฝึกหัดไว้ก่อนเกษียณ เพราะถ้ารอเกษียณแล้วมาทำ อาจจะมีแค่เงินบำเหน็จบำนาญ แต่ไม่มีแรง” สุริยา ให้ข้อคิด. คลิกอ่าน "ข่าวเกษตร" เพิ่มเติม