ได้คืบจะเอาศอก สมาชิกวุฒิสภา สามารถระงับยับยั้งไม่ให้ สส.แก้ไข ม.112 เรียบร้อยโรงเรียน สว.แล้ว ขณะนี้ไม่มีพรรคการเมืองใดกล้าแตะอีกต่อไป แต่ สว.ยังไม่พอยังคำรามต่อไป ห้ามแก้ไขรัฐธรรมนูญ หมวดที่ 1 บททั่วไป และหมวดที่ 2 ว่าด้วยพระมหากษัตริย์ หลังจากจัดตั้งรัฐบาลใหม่4 ปีเศษ ภายใต้การปกครองของรัฐบาล ที่สืบทอดอำนาจจากรัฐประหาร ไม่มีพรรคใดแก้ไขรัฐธรรมนูญสำเร็จ ยกเว้นบัตรเลือกตั้ง สส.อย่างเดียว บทบัญญัติที่หวงแหนที่สุดคือ ม.272 ที่ให้ สว.ที่มาจากการแต่งตั้งของคณะรัฐประหาร คสช. มีอำนาจเลือกหัวหน้า คสช. เป็นนายก รัฐมนตรีสืบทอดอำนาจสส.เรียกการแก้ไข ม.272 ว่า “ปิดสวิตช์ สว.” หลายพรรคหลายกลุ่มเสนอแก้ไขมาถึง 6 ครั้ง แต่ถูกควํ่ากลางสภาทุกรอบ ด้วยความสามัคคีปรองดองระหว่างรัฐบาลกับ สว. ขณะนี้ยังมีร่างแก้ไขของพรรคก้าวไกลค้างอยู่ในสภา โดยไม่ทราบชะตากรรม ขณะนี้ดูเหมือน สว.จะตั้งท่าขัดขวางการแก้หมวด 1 และ 2พรรคฝ่ายประชาธิปไตยระดับแกนนำ เช่นพรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทย ประกาศนโยบายตรงกัน จะจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ที่เป็นประชาธิปไตยแท้ เริ่มต้นด้วยการให้ผู้มีสิทธิทั่วประเทศ ลงประชามติ “เห็นด้วยหรือไม่” จากนั้นจะเลือกตั้ง ส.ส.ร. ขึ้นมายกร่าง โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วม รวมทั้งแสดงความเห็นจะต่างจากการจัดทำรัฐธรรมนูญ 2560 โดยสิ้นเชิง เพราะฉบับ 2560 เริ่มต้นด้วยคณะรัฐประหาร แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาร่าง แม้จะมีให้ออกเสียงประชามติ “เห็นชอบ” หรือ “ไม่เห็นชอบ” ในขั้นสุดท้าย แต่เป็นประชามติปลอม เพราะไม่ให้ผู้ที่เห็นต่าง ทำการรณรงค์คัดค้าน ให้เจ้าหน้าที่รัฐสดุดีร่างฝ่ายเดียวกลายเป็นการลงประชามติที่ปิดปาก ปิดหู และปิดตา ประชาชนผู้ที่ฝ่าฝืนออกมาคัดค้านถูกจับกุม 212 คน บางครอบครัวถูกจับตัวขังในค่ายทหาร มีนักวิชาการทั้งไทยและต่างชาติศึกษาเรื่องนี้ สรุปว่าเป็นประชามติปลอม ไม่สะท้อนความเห็นที่แท้จริงของประชาชน นี่คือเบื้องหลังโดยย่อของรัฐธรรมนูญ 2560ผู้มีอำนาจเบื้องหลังรัฐธรรมนูญ 2560 อ้างว่าเหตุที่ต้องมี ม.272 ให้ สว.มีอำนาจเลือกนายกฯ เพื่อให้การปฏิรูปประเทศเกิดความต่อเนื่องตามยุทธศาสตร์ชาติ ไม่ทราบว่ารัฐบาล คสช.ปฏิรูปอะไร ไม่ว่าจะเป็นด้านการเมือง การศึกษา หรือกระบวนการยุติธรรม หรือตำรวจในกว่า 9 ปี ที่ปกครองประเทศตามยุทธศาสตร์ชาติ.คลิกอ่านคอลัมน์ “บทบรรณาธิการ” เพิ่มเติม