เล่นทุกบทเพื่อบรรลุเป้าหมาย!นั่นคือ “เพื่อไทย” แกนนำจัดตั้งรัฐบาลที่ใช้ลีลา “อ่อนไปหาแข็ง” เพื่อหวังสนับสนุนจากทุกฝ่ายด้วยสโลแกนสลายขั้วแม้กระทั่ง “ก้าวไกล” ที่เพิ่งตัดเยื่อใยมาหมาดๆ “เพื่อไทย” บอกว่าพร้อมขอโทษขอขมา อันเนื่องมาจากการประกาศหย่าแยกบ้านมุ่งหวังให้ “ก้าวไกล” 149 เสียง ยกมือสนับสนุนแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจาก “เพื่อไทย” ทำให้สามารถตั้งรัฐบาลได้ถือเป็นวาระชาติวาระประชาชน“ก้าวไกล” เองก่อนหน้านี้มีแกนนำพรรคคนหนึ่งประกาศจะเสนอให้พรรคมีมติโหวตให้เพื่อไทยให้เหตุผลว่าเพื่อปิดสวิตช์ สว. ทว่าเกิดความเห็นต่างว่าไม่ควรทำเช่นนั้น คือมองว่าเป็นศัตรูกันแล้วเมื่อสถานการณ์เป็นไปเช่นนี้ จึงประกาศขอถอนเรื่องแต่ “เพื่อไทย” เปิดเกมรุกติดต่อประสานเอง เพื่อพูดคุยเรื่องนี้ เพื่อขอเสียงสนับสนุน สุดท้ายจะจบอย่างไรเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่แน่นอนก็คือ การดำเนินกลยุทธ์ลักษณะนี้ของ “เพื่อไทย” ก็หวังให้การโหวตประสบความสำเร็จ 100%เพราะถ้า “ก้าวไกล” ยกมือให้ก็ครบ 375 เสียงไม่ต้องง้อ สว.แต่อย่างไร ดังนั้นการดำเนินการคู่ขนานกันไปก็มีแต่ได้กับได้ไม่ใช่ “ก้าวไกล” ที่ “ยอมหักไม่ยอมงอ” จึงไปไม่ถึง ทำเนียบ“เพื่อไทย” พยายามที่จะแยกส่วนการจัดการ ส่วนหนึ่งก็คือการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ที่เรียกร้องให้ทุกฝ่ายร่วมมือแม้กระทั่งพรรค 2 ลุง ก็อยู่ในสมการนี้เมื่อได้นายกรัฐมนตรีแล้วก็ไปสู่ขั้นที่ 2 คือการจัดตั้งรัฐบาล ที่ยืนยันว่าได้เสียงสนับสนุนเกินกึ่งหนึ่งแล้วแต่กลบไต๋ไม่บอกว่าในจำนวนนี้มีพรรคการเมืองไหนเพิ่มอีก ไม่ว่าจะเป็นพลังประชารัฐ รวมไทยสร้างชาติและประชาธิปัตย์เพราะ 3 พรรคนี้คือตัวแปรสำคัญ มีผลต่อการตั้งรัฐบาลไม่มากก็น้อย“ประชาธิปัตย์” ยังมีปัญหาเนื่องจากความขัดแย้งภายใน ถึงขั้น “พรรคแตก” แต่เบื้องต้น 21 สส. ที่มีอำนาจเหนือพรรคคุมมติได้การดึงมาร่วมรัฐบาลจึงไม่น่ายาก เพราะพร้อมอยู่แล้ว“พลังประชารัฐ” ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ คุมบังเหียนอยู่นั้น ไม่ว่าจะมาเป็นกลุ่มหรือมาเป็นพรรค ไฟเขียวสว่างโล่งมาแต่ไกลแต่ติดปัญหา “ไม่เอาลุง” ที่แกนนำพรรคลั่นวาจาไว้ตอนหาเสียง และลูกพรรคบางส่วนไม่เห็นด้วย ด้วยเหตุผลสืบทอดอำนาจ“รวมไทยสร้างชาติ” ก็ทำนองเดียวกันจะต่างกันตรงที่ “บิ๊กตู่” ประกาศลาออกไปแล้วเสมือนไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกันแต่ก็ยังมีคนติดใจอยู่ประเด็นสำคัญมันอยู่ที่ความจำเป็นในเสียงสนับสนุนรัฐบาลมากกว่า หากเสถียรภาพมั่นคงเดินหน้าไปได้ก็ไม่จำเป็นต้องเติมเสียงตรงนี้อีกทั้งการแบ่งโควตากระทรวงก็ไม่ต้องมี “หารแบ่ง” มากนัก!“สายล่อฟ้า”คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม