มนตร์ดำมาตรา 272 ในรัฐธรรมนูญฉบับสืบทอดอำนาจ คสช. ยังแรงฤทธิ์ ก่อนที่จะหมดฤทธิ์ไปในวันที่ 11 พ.ค.2567 ส่งผลให้การจัดตั้งรัฐบาลของ พรรคเพื่อไทย ที่รับไม้ต่อมาจาก พรรคก้าวไกล ยังเป็นไปอย่างทุลักทุเลยิ่ง การแถลงข่าวเปิดตัวพรรคร่วมใหม่ที่เป็นพรรคเล็ก 6 พรรค ประกอบด้วย ประชาชาติ เสรีรวมไทย เพื่อไทรวมพลัง พลังสังคมใหม่ ท้องที่ไทย และ ชาติพัฒนากล้า ได้เสียงเพิ่มขึ้นมาอีก 16 เสียง เป็น 228 เสียง เมื่อรวม ชาติไทยพัฒนา ที่เปิดตัวในวันถัดมาอีก 10 เสียง ก็ยังได้เพียง 238 เสียง ไม่ถึง 375แต่ พรรคเพื่อไทย แถลงในเวลาเดียวกันว่า รวมเสียงโหวตได้มากกว่ากึ่งหนึ่งแล้วก็ไม่รู้จะเชื่อถือคำพูดของพรรคเพื่อไทยได้หรือไม่ เพราะตอนนี้คำพูดของพรรคเพื่อไทยเชื่อถือไม่ค่อยได้เสียแล้ว หลังจากที่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้สารภาพต่อสื่อว่า แคมเปญหาเสียง “ไล่หนูตีงูเห่า” เป็นวิธีการเพื่อให้ได้คะแนนเสียงจากประชาชนเท่านั้น ไม่ได้เป็นศัตรูกับ คุณอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย สักหน่อย แล้วพรรคเพื่อไทยก็ยิ้มระรื่นไป “กอดหนูอุ้มงูเห่า” หน้าตาเฉย ร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล ประชาชนที่ถูกหลอกเอาคะแนนเสียงไปแล้วก็ทำอะไรนักการเมืองไม่ได้การ รวมเสียงโหวตได้มากกว่ากึ่งหนึ่ง ไม่รู้ว่าจะเป็น กึ่งหนึ่งของสภาผู้แทนฯ 500 เสียง หรือ กึ่งหนึ่งของรัฐสภา 750 เสียง เพราะคำแถลงกำกวมมาก แต่ตัวเลขจริงที่เห็นถึงเมื่อวานนี้มีแค่ สส.238 เสียงเท่านั้นเอง ยังไม่ถึงครึ่งหนึ่งของ สส. 500 คน ด้วยซ้ำจึงไม่แปลกที่ คุณภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยแกนนำจัดตั้งรัฐบาลคนสำคัญ จะให้สัมภาษณ์แปลกๆ ว่า ขณะนี้กำลังติดต่อประสานงานกับพรรคก้าวไกล ในการขอเสียงสนับสนุนโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีจากพรรคก้าวไกล ซึ่งถูกพรรคเพื่อไทยดีดไปเป็นฝ่ายค้าน ชวดทั้งเก้าอี้ประธานสภาผู้แทนฯ เก้าอี้นายกฯ และ แกนนำจัดตั้งรัฐบาล ล่าสุดอาจจะ ชวดเก้าอี้รองประธานสภาผู้แทนฯ ไปอีกหนึ่งเก้าอี้ ทำให้พรรคก้าวไกลที่รับเลือกตั้งมาเป็นพรรคอันดับหนึ่งของประเทศไม่เหลืออะไรเลย แล้วพรรคเพื่อไทยยังกล้าไปขอเสียงจากพรรคก้าวไกลเพื่อโหวตให้ คุณเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทยให้เป็นนายกฯอีก ก็พูดได้คำเดียวว่า พรรคเพื่อไทยนี่สุดยอด...จริงๆคุณภูมิธรรม ส่งเสียงอ้อนวอนพรรคก้าวไกลผ่านสื่อล่วงหน้าว่า ไม่ว่าอะไรที่เคยเกิดขึ้นเคยมีส่วนจากพรรคเพื่อไทย หรืออาจมีส่วนจากผม เรายินดีไปขอโทษ ขอขมา ก็ไม่รู้ว่า พรรคก้าวไกลที่โดนเจ็บขนาดนี้ และเจ็บไปถึงประชาชน 14 ล้านคน ที่เลือกพรรคก้าวไกลมาเป็นอันดับหนึ่ง จะยอมทำตัวเป็นพระเวสสันดร ยก 151 เสียง โหวตให้แคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทยเป็นนายกฯหรือไม่ เมื่อได้เป็นนายกฯแล้ว พรรคเพื่อไทยจะรักษาสัจจะสัญญาหรือไม่ ให้ดูการ “ไล่หนูตีงูเห่า” เป็นตัวอย่างการที่ คุณภูมิธรรม รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ต้องออกสื่ออ้อนวอนขอขมาพรรคก้าวไกลขนาดนี้ ทั้งที่แถลงการณ์ของพรรคเพื่อไทยก็ระบุชัดเจนว่า รวมเสียงโหวตได้มากกว่ากึ่งหนึ่งแล้ว ทำให้ประชาชนเกิดความสงสัยอีกว่า คำแถลงของพรรคเพื่อไทยเป็นความจริงหรือไม่ ถ้าเป็นความจริง พรรคเพื่อไทยสามารถรวมเสียงโหวตได้เกินกึ่งหนึ่งแล้วจริง ทำไมคุณภูมิธรรมต้องไปขมาพรรคก้าวไกลเพื่อขอเสียงโหวตอีกนอกจากนี้ เพื่อไทยยังแสดงจุดยืนใหม่ว่า “ต้องสลายขั้วการเมือง” รวมทั้งขั้ว 2 ลุง พลังประชารัฐ 40 เสียง ของ “ลุงป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และ รวมไทยสร้างชาติ 36 เสียง ที่ยังมี “ลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็น “แคนดิเดตนายกฯ” แม้จะลาออกจากสมาชิกพรรคแล้วก็ตาม ฟังแล้วก็ได้แต่อนาถใจก็หวังว่า พรรคก้าวไกลจะรักษาอุดมการณ์และคุณธรรมทางการเมืองที่ดีเอาไว้ให้ได้ เพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้ดีขึ้น อนาคตของคนรุ่นใหม่ยังมีหนทางอีกยาวไกล ถ้านักการเมืองไม่มีคุณธรรม ไร้อุดมการณ์เพื่อชาติ แต่ทำเพื่อบุคคล ประเทศก็ล่มจม.“ลม เปลี่ยนทิศ”คลิกอ่านคอลัมน์ “หมายเหตุประเทศไทย” เพิ่มเติม