นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว เผยถึงการลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกับบริษัท เจริญโภคภัณฑ์โปรดิ๊วส จำกัด และบริษัท เจียไต๋ จำกัด ว่า ไทยส่งออกข้าวเป็นอันดับต้นๆของโลก แต่ชาวนาส่วนใหญ่กลับยังยากจน เป็นหนี้เป็นสิน ฉะนั้นการนำชาวนาให้เข้าถึงเทคโนโลยีและนวัตกรรม ลดต้นทุนการผลิต เพิ่มผลผลิตต่อไร่ รวมถึงการวิจัยข้าวพันธุ์ใหม่ๆ จึงเป็นที่มาของความร่วมมือกับภาคเอกชนในครั้งนี้เป็นการร่วมมือทางวิชาการระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้วิชาการด้านงานวิจัยพัฒนาพันธุ์ข้าว และด้านงานวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตด้านข้าว รวมถึงความร่วมมือในการทดสอบพันธุ์ข้าว การตรวจสอบความต้านทานโรคและแมลง การตรวจสอบคุณสมบัติของข้าว นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาบุคลากรด้านงานวิจัยของทั้ง 3 องค์กร โดยกรมการข้าวจะสนับสนุนการสร้างเครือข่ายความร่วมมือวิจัยระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ในการสนับสนุนการจัดทำยุทธศาสตร์ทางวิจัยและพัฒนาข้าว สนับสนุนด้านครุภัณฑ์ บุคลากร และสถานที่ในการดำเนินงานวิจัยและพัฒนาด้านข้าวภายใต้โครงการที่ร่วมมือกันนี้ เพื่อให้ปลายน้ำของบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ สามารถถ่ายทอดผลงานวิจัยและเทคโนโลยีที่ได้พัฒนาขึ้น ให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ให้เป็นประโยชน์อย่างกว้างขวางได้ “ถือเป็นมิติใหม่ที่เกิดความร่วมมือระหว่างรัฐกับเอกชน ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้วิชาการ งานวิจัยนวัตกรรมด้านการผลิตข้าวที่ทันสมัย ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์อารักขาพืช สารชีวภัณฑ์ เทคนิคการใช้โดรนเกษตรประสิทธิภาพสูง และแปลงต้นแบบการเกษตรผลิตข้าวอัจฉริยะ นอกจากนี้ยังร่วมมือแลกเปลี่ยนข้อมูลวิจัยและข้อมูลพื้นฐานด้านการปลูกข้าว จนนำไปสู่การถ่ายทอดผลงานวิจัยและเทคโนโลยีที่ได้ร่วมกันพัฒนาขึ้น เพื่อให้เกิดการนำไปประยุกต์ใช้ให้เป็นประโยชน์อย่างกว้าง ขวาง จนสามารถส่งเสริมให้เกษตรกรผลิตข้าวได้มีคุณภาพตามความ ต้องการของตลาด” ทั้งนี้ ทั้งกรมการข้าวและเอกชนทั้ง 2 บริษัท ต่างมีเป้าหมายเดียวกันในการยกระดับวงการเกษตรของไทย โดยความร่วมมือในครั้งนี้มุ่งหวังที่จะพัฒนาการเพาะปลูกข้าวของไทยให้มีศักยภาพ ผ่านความร่วมมือทางการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมด้านการผลิตข้าว โดยภาคเอกชนพร้อมสนับสนุนองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการเกษตร เพื่อให้เกิดการเกษตรแม่นยำในนาข้าว ทั้งการใช้โดรนการเกษตรประสิทธิภาพสูงแล้ว พัฒนาระบบจัดการน้ำอัตโนมัติ ระบบควบคุมรถไถและรถเกี่ยวอัตโนมัตินอกจากนี้ยังรวมไปถึงแพลตฟอร์มการ บริหารจัดการฟาร์มที่ครอบคลุมถึงการวิเคราะห์สุขภาพข้าว ช่วยเพิ่มปริมาณและคุณภาพผลิตผล และสามารถบริหารจัดการการใช้ทรัพยากรได้อย่างคุ้มค่า จึงช่วยลดการใช้น้ำ ปุ๋ย รวมถึงแรงงานได้.