โลกกำลังเข้าสู่สังคมสูงอายุอย่างเต็มรูปแบบในหลายประเทศ ทั้งยุโรป สหรัฐอเมริกา และเอเชีย ที่หลายประเทศเดินหน้าไปก่อนแล้ว ทั้งญี่ปุ่น สิงคโปร์ ตามด้วยไทยในปี 2566 นี้การหกล้มเป็นอุบัติเหตุหนึ่งที่พบบ่อยในผู้สูงอายุแบบไม่คาดคิด ซึ่งกระดูกส่วนที่พบว่ามีการหักได้บ่อยหากเกิดอุบัติเหตุหกล้มของผู้สูงอายุคือ กระดูกสะโพกหัก ที่แม้จะไม่ได้เป็นอันตรายถึงชีวิต แต่ก็อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนที่ทำให้เสียชีวิตได้กระดูกสะโพกหัก เป็นภาวะกระดูกหักบริเวณกระดูกต้นขาส่วนต้น ตั้งแต่คอกระดูกต้นขา Intertrochanteric Area ไปจนถึง Subtrochanteric area สาเหตุของการหักส่วนใหญ่มาจากอุบัติเหตุ แต่ก็อาจมีปัจจัยส่งเสริมอื่นๆที่ทำให้หักได้ง่ายมากขึ้น โดยสามารถแบ่งกลุ่มคนไข้กระดูกสะโพกหักออกเป็น 3 กลุ่ม ด้วยกัน 1.กลุ่มคนไข้อายุไม่มาก ส่วนใหญ่จะมีสาเหตุมาจากการประสบอุบัติเหตุรุนแรง เช่น อุบัติเหตุจราจร ตกจากที่สูง เป็นต้น 2. กลุ่มคนไข้ผู้สูงอายุ ซึ่งมักมีภาวะกระดูกพรุนร่วมด้วย จึงทำให้เมื่อประสบอุบัติเหตุแม้ไม่รุนแรง เช่น เพียงแค่ล้มเบาๆก็อาจทำให้กระดูกสะโพกหักได้3.กลุ่มคนไข้ที่กระดูกมีปัญหาอยู่แล้ว กลุ่มนี้เป็นได้ทั้งคนที่มีอายุน้อยและผู้สูงอายุ แต่ไม่เคยทราบมาก่อนว่ากระดูกสะโพกมีปัญหา เช่น มีเนื้องอกบริเวณกระดูกสะโพก ระบบการหมุนเวียนแคลเซียมและฟอสเฟตที่ผิดปกติ จากการทำงานของต่อมไร้ท่อหรือไตที่ผิดปกติ จนเป็นเหตุให้โครงสร้างกระดูกไม่แข็งแรง เมื่อประสบอุบัติเหตุ ถูกกระแทก ถูกชน กระดูกสะโพกจึงหักง่ายกว่าคนปกติ หลังหกล้มบางคนอาจไม่คิดว่าจะถึงขั้นกระดูกหักโดยเฉพาะกระดูกสะโพก อาการสำคัญที่บ่งบอกว่าอาจจะมีกระดูกสะโพกหัก ที่สังเกตได้ คือ มีอาการปวด บวม บริเวณสะโพกหรือขาหนีบ ไม่สามารถเดินลงน้ำหนักได้ หรือเดินแล้วเจ็บ หลังจากล้มลงมีอาการเจ็บสะโพกลุกขยับตัวไม่ได้ ในกรณีที่กระดูกสะโพกหักและรอยหักเคลื่อน จะพบว่ามีลักษณะขาผิดรูปสั้นลงแบบหมุนแบะออก มีรอยเขียวช้ำบริเวณด้านข้างสะโพก การวินิจฉัยกระดูกสะโพกหักโดยทั่วไปแค่เอกซเรย์ก็สามารถรู้ได้แล้วกว่า 90% แต่ถ้าภาพเอกซเรย์ไม่ชัด แพทย์อาจสั่งให้ทำเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ หรือ MRI ร่วมด้วย ซึ่งเมื่อผลการวินิจฉัยแน่ชัดแล้วว่ากระดูกสะโพกหัก การรักษาส่วนมากก็คือการผ่าตัดเป็นหลัก โดยใน กลุ่มคนไข้อายุน้อย ใช้การผ่าตัดซ่อมแซม ยึดให้กระดูกกลับมาติดต่อกันในตำแหน่งที่เหมาะสม กลุ่มคนไข้สูงอายุ จะมีแนวทางการรักษา 2 วิธีด้วยกัน คือ การผ่าตัดยึดตรึงกระดูกที่หักด้วยโลหะและการเปลี่ยนข้อสะโพก ซึ่งขึ้นกับตำแหน่งการหัก ลักษณะการหัก และการเคลื่อนของกระดูกที่หัก กลุ่มคนไข้ที่มีเนื้องอกหรือมีความผิดปกติด้านระบบเผาผลาญที่ทำให้โครงสร้างกระดูกผิดปกติ จะต้องหาสาเหตุก่อนว่ากระดูกสะโพกหักจากอะไร แล้วดำเนินการรักษาที่ต้นเหตุนั้น เช่น เนื้องอกกระดูกที่เป็นมะเร็งปฐมภูมิ ถ้าไม่ใช่อยู่ในระยะแพร่กระจาย จะผ่าตัดกระดูกที่มีเนื้องอกออกแล้วเปลี่ยนใหม่เป็นอวัยวะเทียมมาทดแทนกระดูกต้นขาที่ตัดออก เป็นต้นความเสี่ยงรุนแรงของการผ่าตัดรักษากระดูกสะโพกหักในผู้สูงอายุ จากการศึกษาพบว่าอัตราการเสียชีวิตภายใน 1 ปีนั้นสูงถึง 20-35% เลยทีเดียว ส่วนใหญ่มักเกิดจากภาวะแทรกซ้อนต่างๆที่เกิดขึ้นจากการนอนติดเตียง อาทิ ปอดแฟบ ปอดอักเสบติดเชื้อ การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ หรือเกิดแผลกดทับบริเวณด้านหลังที่นำไปสู่การติดเชื้อที่รุนแรงได้ หรือถ้าไม่ได้รุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิต ก็อาจทำให้คนไข้ตกอยู่ในภาวะพิการ เดินไม่ได้ หรือเดินกะเผลกจากการที่กระดูกติดผิดรูปจนขาสั้นยาวไม่เท่ากัน การดูแลพักฟื้นหลังผ่าตัดกระดูกสะโพกหักถือเป็นขั้นตอนสำคัญมากเพราะคนไข้จะหายดีกลับมาใช้ชีวิตเดินได้อย่างเป็นปกติเร็วมากแค่ไหน ไม่ใช่เพียงแค่การผ่าตัดที่เหมาะสม แต่ขึ้นอยู่กับการดูแลหลังผ่าตัดด้วย ซึ่งแพทย์มักแนะนำให้กระตุ้นร่างกายด้วยการขยับข้อเท้า ขยับขาทั้ง 2 ข้างที่ผ่าตัด เพื่อลดภาวะส่งเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำใหญ่ ซึ่งพบได้บ่อยหลังผ่าตัดเสร็จใหม่ๆ และเป็นอันตรายหากส่งเลือดเคลื่อนไปที่ปอด เฝ้าระวังภาวะซีด เนื่องจากเวลากระดูกสะโพกหักจะมีการเสียเลือดภายในซึ่งเป็นเลือดที่ออกในบริเวณที่เกิดกระดูกหัก จึงต้องเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะอาจเป็นอันตรายได้ โดยถ้าพบว่าคนไข้มีภาวะซีดก็จะต้องมีการให้เลือดเพิ่มหลังจากนั้นก็เข้าสู่กระบวนการลุก นั่ง ฝึกนั่งเต็มตัว ห้อยขาแบบไม่ต้องพิงหลัง เมื่อทรงตัวได้ดีขึ้นแล้วจะเข้าสู่การฝึกยืน ซึ่งโดยทั่วไป 80-85% ของผู้ป่วยหลังผ่าตัดจะอนุญาตให้ลงน้ำหนักได้ทันที ซึ่งเมื่อยืนได้แล้วก็จะค่อยๆฝึกเดินโดยใช้ไม้เท้าพยุง 4 ขา หรือ Walker จนเมื่อเริ่มก้าวเดินได้ดี ก็สามารถกลับไปพักฟื้นต่อที่บ้านได้โดยส่วนใหญ่ใช้เวลาพักฟื้นใน รพ.หลังผ่าตัดประมาณ 3-4 วัน เป้าหมายหลักของการรักษาในผู้ป่วยกลุ่มนี้คือ ทำให้ผู้ป่วยกลับไปใช้ชีวิตได้เหมือนปกติก่อนที่จะเกิดกระดูกหัก และป้องกันการล้มซ้ำในอนาคต.