ความรอบรู้ของ กาญจนาคพันธุ์ นั้น หลายครั้งผมเผลออ่านหนังสือสำนวนไทย...รวดเดียวค่อนเล่ม...อ่านแบบลืมกินข้าวกินปลา ในแต่ละสำนวน...ที่อาจารย์อธิบาย มีเรื่องเล่าที่ไม่เคยรู้แปลกๆ แทรกมาฉุดใจให้อ่านต่อไปเรื่อยๆตัวอย่างสำนวน “ทองแผ่นเดียวกัน” อาจารย์ตั้งใจบอกว่า เราใช้กันมานาน มีหลักฐานเป็น คำเชิญขวัญบ่าวสาวของโบราณบทเซ่นผีทั้งผีปู่ผีย่า ผียายผีตา ตามประดาผีเกี่ยวผีดอง ทั้งสองพร้อมกัน อย่าขึ้งเคียดเดียดฉัน ขบฟันเข่นเขี้ยว จะมาเป็นพี่เป็นน้อง จะมาเป็นทองแผ่นเดียว อย่าพิโรธโกรธเกรี้ยว ช่วยอุปถัมภ์ค้ำชู ผัวเมียทั้งคู่ให้เจ้าอยู่สบายในรามเกียรติ์ ฉบับรัชกาลที่ 1 ตอนท้าวทศรถบิดาพระราม ไปเฝ้าท้าวชนกบิดานางสีดา ตอนจะมีพิธีอภิเษกจึงยกรี้พลสกลไกร รอนแรมมาในหิมวา หวังจะเป็นทองแผ่นเดียวกัน ร่วมชีพชีวันในวันหน้าสำนวน “ทองแผ่นเดียวกัน”...มีความหมายว่า เป็นไมตรีกัน เป็นมิตรกัน หรือรวมเข้าเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันมูลของสำนวน เกิดจากการทำหนังสือสัญญาทางพระราชไมตรี สมเด็จกรมพระยา ดำรงราชานุภาพ ทรงพบในหนังสือพงศาวดารรัชกาลที่ 2ปรากฏว่าเมื่อโปรตุเกส แรกออกมาค้าขายถึงประเทศทางตะวันออก เมื่อทำหนังสือสัญญากับเจ้าที่ครองเมือง หนังสือสัญญาจารึกลงในแผ่นทอง แลทั้งสองฝ่ายเอาหัวแหวนประทับแทนตราดังนี้ก็พอเขาใจ ประเพณีทำสัญญาระหว่างพระนคร แต่โบราณมา คงจะจารึกลงในแผ่นทอง จึงเป็นศัพท์ที่ใช้กันในหนังสือที่แต่งต่อๆมาว่า สองพระนครเป็นทองแผ่นเดียวกัน หรือ สองพระนครเป็นสุวรรณปถพีเดียวกันในสมัยศรีอยุธยา ไทยทำสัญญากับฝรั่งต่างๆ เราจะใช้แผ่นทองแบบนี้หรือไม่? ปรากฏแต่พระราชสารของไทยเราที่มีไปต่างประเทศนั้น ใช้จารึกลงแผ่นทองอ่านคำอธิบายของกาญจนาคพันธุ์ เราใช้ “ทองแผ่นจริงๆ” ในสัญญาระหว่างประเทศ และเราก็เอามาใช้เป็นสำนวนงานแต่งงาน ซึ่งโบราณถือว่า เป็นงานสำคัญมากไม่เพียงมีผู้หลักผู้ใหญ่สองฝ่ายเป็นพยาน ผีปู่ย่าตายายยังต้องเชิญมาในวรรณกรรมเรื่องรถเสน อาจารย์ล้อม เพ็งแก้ว บอกว่า ลางท้องถิ่นยกระดับให้เป็นเรื่องชาดก ในภาคกลางก็แพร่หลายทั้งในลักษณะบทละคร และกลอนอ่าน รวมไปถึงการนำมาแต่งเป็นบทมโหรีและนิราศ...เรื่องรถเสน ไม่ใช่เรื่องผิดคำสัญญา...แต่เป็นเรื่องของการ “แปลงสาร”เรื่องมีว่า นางสุนทรา (นางยักษ์แปลง) ใช้อุบายหลอกพระรถเดินทางไปเอามะม่วงหาวมะนาวโห่ที่เมืองยักษ์ และมอบสารลับบอกนางเมรีลูกสาวว่า “หากพระรถเดินทางมาถึงเมืองเมื่อไหร่ ก็ให้ฆ่าเสียเมื่อนั้น”เคราะห์ดีม้าที่ขี่พาพระรถไปถึงอาศรมฤาษี ระหว่างแวะพักพระฤาษีเห็นด้วยญาณ พระรถกับนางเมรีเป็นเนื้อคู่กัน และได้ทราบความลับในสารนั้น พระฤาษีจึงใช้ฤทธิ์แปลงสารใหม่ เป็นใจความว่า“ถึงกลางคืนให้รับกลางคืน ถึงกลางวันให้รับกลางวัน นี่คือผัวแก้วผัวขวัญของลูกเมรี”การแปลงสารครั้งนี้ พระรถแทนที่จะถูกฆ่า กลับได้โชคคือได้เมียงามเรื่องนี้แพร่หลายจับใจผู้คน วลีแปลงสารหรือฤาษีแปลงสาร จึงกลายเป็นสำนวน ซึ่งหมายความว่า เปลี่ยนใจความสำคัญที่ส่งออกไปเสีย เพื่อประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่งน่าเสียดายนะครับ...เรื่องผิดคำสัญญา แบบทองแผ่นเดียวกัน เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง ผลจึงออกทางร้าย เช่นสองนครทำสงครามกัน แต่เรื่องฤาษีแปลงสาร เป็นแค่เรื่องเล่าจากจินตนาการ...ผลจึงพลิกเรื่องร้ายกลายเป็นเรื่องดีอีกอย่างสมัยนี้ พระฤาษีหากจะยังมี ก็คงจะหมดฤทธิ์เดช แปลงสารร้ายเป็นสารรักไม่ได้เสียแล้ว.กิเลน ประลองเชิง