นับแต่มีการระบาดโควิด-19 “รูปแบบอุตสาหกรรมการพนัน” ก็เปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เคลื่อนย้ายเข้าสู่ “การพนันออนไลน์เติบโตแบบก้าวกระโดด” จนเกิดนักเล่นหน้าใหม่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วตามข้อมูลศูนย์ศึกษาปัญหาการพนันปี 2562 คนไทยเล่นการพนัน 30 ล้านคน ในจำนวนนี้เล่นพนันออนไลน์ 8 แสนคน วงเงินเล่น 2 หมื่นล้านบาท แต่รอบปี 2564 เพิ่มขึ้นเป็น 32 ล้านคน เล่นพนันออนไลน์ 1.9 ล้านคน เพิ่มขึ้น 135.8% วงเงินเล่นแสนล้านบาท ทำให้บางคนเกิดหนี้สิน เงินไม่พอใช้ มีปัญหาสุขภาพ ทะเลาะกันในครอบครัวยิ่งกว่านั้น “ทำร้ายผู้อื่น” เพื่อให้ได้เงินมาจ่ายใช้หนี้อย่างเช่นกรณี “คดีแอมไซยาไนด์” ตำรวจตรวจเส้นทางบัญชีธนาคาร 180 บัญชี พบว่าเงินราว 78 ล้านบาท มีการโอนเข้า-ออกเว็บพนันออนไลน์เล่นได้-เสีย ตกวันละ 1 ล้านบาท จนเป็นปัญหาสร้างหนี้สินอันเป็นที่มา “สั่งตายด้วยไซยาไนด์” เพื่อต้องการเงินผู้เสียชีวิตนั้นสถานการณ์การพนันนี้ รศ.ดร.นวลน้อย ตรีรัตน์ ผอ.ศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บอกว่า สังคมไทยเล่นพนันขันต่อมาเป็นร้อยปีอย่างประเพณีท้องถิ่น ชนไก่ ชนวัว และพัฒนาเป็นธุรกิจเปิดบ่อน ขายหวย หรือลอตเตอรี่ก่อนออก พ.ร.บ.สนง.สลากกินแบ่งรัฐบาล พ.ศ.2517 และ พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ.2478ในสมัยยุคเริ่ม “มีกฎหมายคุมนี้” มีการกำหนดประเภทห้ามเล่นเว้นได้รับอนุญาตตามบัญชี ก.และบัญชี ข.แต่ด้วยการบังคับใช้กฎหมายมีปัญหาในการปราบปราม ทำให้ลักลอบเล่นพนันบ่อนวิ่งเปิดถาวรกันได้ทุกวันนี้อย่างไรก็ตาม “บ่อนการพนันเป็นธุรกิจหนึ่งเติบโตคู่กับเศรษฐกิจ” แล้วยิ่งยุคเศรษฐกิจไม่ดี “คนไทยไม่น้อยเผชิญกับปัญหาขัดสนเงินทอง” มักนำเงินมาทุ่มลงทุนกับการซื้อหวยใต้ดิน หรือลอตเตอรี่ “หวังได้เงินรางวัลมาแก้ปัญหาความเดือดร้อน” ฉะนั้นแม้ว่าเศรษฐกิจย่ำแย่เพียงใด แต่การเล่นพนันเหล่านี้ก็มิได้ลดน้อยลงเลย ยิ่งปัจจุบันเข้าสู่ “โลกดิจิทัล” รูปแบบการเล่นก็เปลี่ยนไปเป็น “การพนันออนไลน์” สามารถเข้าถึงได้ง่ายๆ “จนกลุ่มผู้ชอบเล่นในบ่อน” ก็เริ่มหันไปเล่นพนันเสมือนจริงไลฟ์สดจากกาสิโนผ่านคอมพิวเตอร์สูงขึ้นชัดเจนล่าสุดในช่วงรอบปี 2566 มีการสำรวจเด็ก และเยาวชนอายุ 15-25 ปี อันเป็นเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่หลงเข้าสู่การเล่นพนันออนไลน์ราว 3 ล้านคน ในจำนวนนี้นิยมเล่นเกม Slot Machine มากที่สุดประมาณ 1.1 ล้านคนรองลงมาคือการซื้อหวยใต้ดินผ่านออนไลน์ 1 ล้านคน การทายผลฟุตบอล 4 แสนกว่าคน แล้วในส่วน “การพนันแบบออฟไลน์” ตัวเลขรอบปีคนไทยเล่นหวยลอตเตอรี่สูงที่สุด 21 ล้านคน มีเงินหมุนเวียนประมาณ 2 แสนกว่าล้านบาท/ปี อันดับสองเป็นหวยใต้ดิน 17-18 ล้านคน มีเงินหมุนเวียนเกือบ 2 แสนล้านบาท/ปีด้านการทายผลฟุตบอลตลาดเติบโตขึ้น 10% มีคนเล่น 3.83 ล้านคน มีวงเงินพนัน 1.8 แสนล้านบาท “ข้อสังเกตวงเงินหมุนเวียนแทงผ่านออนไลน์อยู่ที่ 2.4 หมื่นล้านบาท” นั้นแปลว่าคนยังนิยมทายผลผ่านโต๊ะบอล คนรับแทง คนเดินโพย ส่วนการพนันในบ่อนมีคนเล่น 4.1 ล้านคน แต่มีวงเงินหมุนเวียนสูงถึง 1 แสนล้านบาทปัญหาว่านับแต่ปี 2564 “ผู้เล่นพนันในบ่อนมีการเคลื่อนย้ายเข้าสู่การเล่นพนันออนไลน์เพิ่มขึ้น” สาเหตุเพราะเป็นช่วงการระบาดโควิด “ต้องเว้นระยะห่างทางสังคม” แล้วตอนนั้นบ่อนการพนันมักจุดแพร่กระจายเชื้อเกิดคลัสเตอร์ใหม่ๆ ทำให้ตำรวจต่างเคร่งครัดต่อการลักลอบเล่นพนันในบ่อนมากขึ้นไม่เว้นแม้แต่ “กาสิโนประเทศเพื่อนบ้านในเขตติดกับไทย” ถูกปิดด่านพรมแดนจนต้องหยุดกิจการชั่วคราว “หันมาทำกาสิโนออนไลน์เล่นเสมือนจริง” นั้นก็ทำให้นับแต่ปี 2564 กาสิโนออนไลน์โตขึ้น และการพนันออฟไลน์ลดลง แต่สังเกตตัวเลขผู้เล่นยังคงไม่ลด-ไม่เพิ่มเพียงแต่มีการโยกย้ายจากบ่อนเข้าสู่ออนไลน์เท่านั้นเองสาเหตุเลือก “เล่นกาสิโนออนไลน์ 90%” เพราะสะดวกง่ายสามารถเล่นได้ทุกที่ทุกเวลา รูปแบบการพนันก็หลากหลาย การโอนเงินฝากถอนเงินจากระบบได้รวดเร็ว และปกปิดตัวตนเป็นความลับจนมั่นใจได้จะไม่ถูกจับ“ตอนนี้สังเกตเห็นว่าบ่อนการพนันแบบออฟไลน์เริ่มฟื้นตัวกลับมาให้บริการเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และทำโปรโมชันจูงใจให้ผู้เล่นต่อเนื่อง แล้วผู้เล่นจำนวนไม่น้อยกำลังทยอยเคลื่อนย้ายจากกาสิโนออนไลน์กลับเข้าไปเล่นในบ่อนตามเดิม เพราะชื่นชอบลุ้นเห็นหน้าแบบมีเพื่อนพูดคุยสนุกตื่นเต้นกว่าการเล่นคนเดียว” รศ.ดร.นวลน้อยว่าตอกย้ำผลกระทบจาก “การเล่นพนัน” ผู้เล่นมักต้องเผชิญกับปัญหาขาดเงินใช้จ่ายประจำวัน เจอกับความเครียดสะสมส่งผลเสียต่อสุขภาพจิต สูญเสียการงาน-การเรียน ก่อเกิดหนี้สินอันนำมาซึ่งความรุนแรงในครอบครัว และการก่ออาชญากรรมเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินตามมานั้น แต่หากเจาะเฉพาะ “เรื่องหนี้สิน” ปรากฏพบว่ามีผู้เล่นไม่น้อยต้องเจอกับปัญหาหนี้คงค้างมากมาย “ตามการสำรวจประเมินโดยรวมประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาท” แล้วตัวเลขค่อนข้างน้อยไม่สอดคล้องกับความจริง เพราะกลุ่มตัวอย่าง “ผู้เล่นการพนัน” ตอบแบบสำรวจเกี่ยวกับการมีหนี้สินต่ำกว่าความเป็นจริงของสิ่งที่เกิดขึ้นเรื่องนี้สะท้อนถึงกรณี “การศึกษาพิจารณาเปิดสถานบันเทิงแบบครบวงจร (Entertainment Complex)” ก่อนจะเปิดต้องศึกษาให้รอบด้านหลายอย่างกว่านี้ เช่น “กาสิโนในประเทศเพื่อนบ้าน” มักจะมีกฎหมายห้ามคนสัญชาตินั้นเข้าเล่น “อันมีเป้าหมายรองรับนักท่องเที่ยวเท่านั้น” เพื่อป้องกันปัญหาจะเกิดขึ้นในประเทศเพราะด้วยถ้า “คนนอกประเทศเล่น” สิ่งที่เกิดมักจะถูกนำกลับไปเป็นปัญหาส่งผลกระทบต่อประเทศผู้เล่นนั้น แต่ในส่วน “ประเทศไทย” จุดริเริ่มของการศึกษาพิจารณาเปิดสถานบันเทิงแบบครบวงจรนั้น “ถูกอ้างมีไว้เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว” แต่พอมีการศึกษากลับกลายเป็นการเปิดให้คนในประเทศสามารถเข้าเล่นได้ด้วยถัดมาถ้าย้อนดู “ประเทศอนุญาตให้คนของตัวเองเข้าเล่นกาสิโน” ส่วนใหญ่จะวางแผนกำกับดูแลเข้มงวด “โดยเฉพาะมาตรการป้องกันเกี่ยวกับการก่อหนี้สินภายหลังเข้าเล่นการพนันนั้น” เพราะเป็นสิ่งที่มักนำไปสู่ความรุนแรงในครอบครัว หรือบางส่วนหันไปก่ออาชญากรรม เพื่อหาเงินนำมาใช้หนี้ที่เกิดจากการเล่นพนันเหตุนี้ “จึงมักจัดตั้งหน่วยงานแก้ปัญหาติดการพนันเฉพาะ” ทั้งคนในครอบครัวสามารถแจ้งให้กาสิโนระงับบุคคลเป็นหนี้สินล้นตัวเข้าเล่นได้ แล้วยังบังคับใช้แข็งแรงจริงจัง และมีบทลงโทษผู้ฝ่าฝืนหนักรุนแรงด้วยสิ่งที่กล่าวมาข้างต้นนั้น “ประเทศไทย” ยังไม่มีแนวคิดจะสร้างขึ้นด้วยซ้ำ เช่นนี้แล้วการจะเปิดกาสิโนถูกกฎหมายควรต้องศึกษามาตรการป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาเสียก่อน “อย่าคิดเพียงจะเอาเงินจากนักท่องเที่ยวเท่านั้น” เพราะสิ่งที่จะตามมาอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ และสังคมอย่างรุนแรงประเด็นสำคัญคือ “บ่อนกาสิโนในเอเชียหลังโควิด” หลายประเทศต่างคาดหวัง “ผู้เล่นรายใหญ่จากจีน” แต่ด้วยในช่วง 2-3 ปีมานี้ “รัฐบาลจีน” มีความชัดเจนห้ามพลเมืองตัวเองออกไปเล่นการพนันนอกประเทศ “ด้วยการปรับแก้กฎหมายใหม่” ดังนั้นประเทศใดมุ่งดึงคนจีนเป็นลูกค้าเล่นพนันออนไลน์อาจจะต้องถูกเพ่งเล็งแล้วจะกดดัน “รัฐบาลประเทศนั้น” อย่างเช่น ฟิลิปปินส์จนต้องปรับลดใบอนุญาตน้อยลง หรือแม้แต่นักท่องเที่ยวจีนจะเข้าเล่นที่บ่อนในประเทศ “รัฐบาลจีน” จะไม่อนุญาตให้ไปยังพื้นที่ที่มีกาสิโนเยอะด้วยซ้ำเมื่อเป็นเช่นนี้ “การเปิดบ่อนถูกกฎหมาย” หวังดึงนักท่องเที่ยวจีนคงเป็นเรื่องยากขึ้น สุดท้ายก็จะหันมา “ดึงคนในประเทศเล่น” แต่อย่าลืมว่าคนเล่นการพนันในไทยจำนวนไม่น้อยเป็นกลุ่มผู้มีรายได้น้อยจนถึงคนมีฐานะยากจน “ถ้าเปิดบ่อนกาสิโนโดยไม่มีมาตรการเข้มงวด” ยิ่งมีการกระตุ้นด้วยแล้วคนกลุ่มนี้จะเข้ามาเยอะมากประการเช่นนี้ “ประเทศจะมีการพัฒนาต่อไปได้อย่างไร แล้วจะแก้ปัญหาความยากจน ความเหลื่อมล้ำได้อย่างไร...?” ดังนั้นอยากฝากไว้ว่า “การพนันเป็นเสมือนของร้อน” ทุกคนสามารถหลงเข้าติดกับดักการพนันเล่นจนหมดเนื้อหมดตัวได้ง่ายๆ แล้วการพนันก็เป็นสิ่งที่ไม่ทำให้คนรวยได้ ถ้าเลิกได้ควรเลิกเป็นดีที่สุดนี่คือสถานการณ์ “การพนันผิดกฎหมายในไทย” นับวันยิ่งเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นระบบเชิงนโยบายจำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมายจริงจังมิเช่นนั้นสิ่งเหล่านี้จะลุกลามกลายเป็นปัญหารวดเร็วรุนแรง.