รูปการณ์ที่ออกมาแบบนี้ไม่มีใครมองไปในมุมอื่น นอกจากเชื่อ 100% ว่า “เพื่อไทย” นั้นต้องการได้ตำแหน่งประมุขฝ่ายนิติบัญญัติไปครอบครองเหตุผลหลักคงเป็นเพราะต้องการให้เป็นกลไก ในการดำเนินการทางการเมืองในอนาคตอันใกล้นี้ เพราะมีความจำเป็นอย่างยิ่งยวดแม้ด้านหนึ่งพยายามทำให้สังคมเห็นหรือเชื่อโดยสนิทใจว่าพวกเขาสนับสนุน “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของ “ก้าวไกล” อย่างไม่มีอะไรแฝงเร้นแต่อีกด้านหนึ่งก็รู้อย่างที่คนทั่วไปรู้ว่า โอกาสที่จะฝ่าด่านไปสู่ทำเนียบนั้น ค่อนข้างตีบตันหรือง่ายๆว่า แทบไม่มีทางเลยก็ว่าได้แต่จำเป็นต้องตีบทให้แตกเพื่อไม่ให้ถูกติฉินนินทาว่าเพื่อนรักหักเกมโหด แถมยังประคับประคองถนอมนํ้าใจไม่ต่างกับ “พี่เลี้ยงนางงาม”เมื่อถูกตั้งข้อสงสัยก็จะบอกว่า ไม่คิดจะตั้งรัฐบาลแข่ง ต้องสนับสนุนฝ่ายประชาธิปไตยให้ได้เป็นรัฐบาลความจริงแล้วตำแหน่งประธานสภาฯนั้น “เพื่อไทย” ที่อ้างว่าแม้อยู่อันดับ 2 แต่จำนวน ส.ส.หาได้ห่างกันมากมายไม่แค่ 10 เสียงเท่านั้นเอง!ดังนั้น เพื่อไม่ให้ได้เปรียบเสียเปรียบกันมากนัก ก็เลยเสนอสูตร 14+1 (นายกฯ) และ 14+1 (ประธานสภาฯ)ถือว่าสมนํ้าสมเนื้อกันนั่นเป็นเหตุผลซ้อนเหตุผลที่ชวนให้น่าเชื่อถือแต่การวางบิลด้วยการขอเก้าอี้ตัวนี้ ทั้งๆที่ “ก้าวไกล” มีความจำเป็นที่จะต้องนำไปต่อยอดในทางการเมืองของตัวเองโดยที่ “เพื่อไทย” ไม่มีความจำเป็นอะไรมากนัก เนื่องจากเป็นพรรคอันดับ 2 ที่ต้องให้พรรคอันดับ 1 ดำเนินการต่างๆ ในฐานะเป็นพรรคนำการฮุบเอาไว้เป็นของตัวเอง จึงมีเจตนาที่ลํ้าลึกมากกว่าเหตุผลที่อ้างอย่างมีแผนที่แยบยล ซึ่งคิดอ่านกันเอาไว้แล้วแม้การดำเนินการในครั้งนี้ ในสายตาของคนทั่วไปจะรู้สึกว่าเป็นวิธีการของ “ผู้ร้าย” มิใช่ “พระเอก” จนถูกทัวร์ลงจากหลายฝ่ายบางคนถึงกับบอกว่ากาบัตรให้ทุกครั้ง แต่การกระทำครั้งนี้คงต้องไปกาบัตรให้พรรคอื่นแล้วเพราะไม่ชอบพฤติกรรมนี่เป็นเพียงส่วนเสี้ยวในภาพสะท้อนทำไม “เพื่อไทย” จึงไม่สะท้านกับความรู้สึกที่เป็นผลกระทบตามมา ทั้งๆที่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นตามมาคำตอบก็คือมันคุ้มค่าต่อการลงทุนฉากทัศน์ที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้านี้ คือการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีที่ประธานสภาฯ จะมีบทบาทมากพอสมควรคือสามารถกำหนดเกมได้ไม่ให้ยืดเยื้อ หากไม่ผ่านก็ไม่ผ่าน เพื่อเป็นทางผ่านไปสู่การจัดรัฐบาลของพรรคที่ 2 ที่รอคิวอยู่อย่างมีนัยสำคัญ และไม่ผันแปรเป็นอื่นได้จากนั้นก็ตั้งรัฐบาลได้ตามใจปรารถนา“ก้าวไกล” ถ้าไม่สะดวกใจก็ไปเป็นฝ่ายค้าน...ก็เท่านั้น!“สายล่อฟ้า”