“ก้าวไกล-เพื่อไทย” รักล่ม จบไม่ลงดีลเคาะประธานสภาฯ เลื่อนหารือไป 2 ก.ค. ก่อนประชุม 8 พรรคร่วมฯ “ปดิพัทธ์” แจงอย่าเรียกล้มดีล แค่เลื่อนเจรจา ย้อนเกล็ด ก.ก.ต้องฟังเสียง สมาชิกพรรคเช่นกัน ลั่นต้องสร้างหลักการพรรคเสียงมาก ที่สุดเป็นแกนนำตั้งรัฐบาล คือตัวเลือกแรกครองเก้าอี้ประธานสภาฯ พท.เล็งรื้อสูตรแบ่งเค้ก 15 บวก 1 เฉือน 1 รมต.เพิ่มให้ แลกประธานสภาฯ ฮึ่ม ตกลงกันไม่ได้ ปล่อยฟรีโหวต “อดิศร” เฉ่งไร้มารยาทลักไก่ชงชื่อ “ปดิพัทธ์” ตีกันห้ามแตะโควตา รมต. “อุ๊งอิ๊ง” ให้กำลังใจ 2 พรรคหย่าศึก “เศรษฐา” ป้อง พท.ไม่ทรยศประชาชน การันตีไม่มีพลิกขั้ว “ธรรมนัส” ปฏิเสธชงชื่อ “สุชาติ” ย้ำยึดมารยาทการเมือง “อนุชา” โบ้ย รทสช.ไม่มีส่วนช่วยผลักดัน “เสรี” นำทีม กมธ.วุฒิสภายื่นหลักฐานหุ้นไอทีวีสอย “พิธา” “กิตติศักดิ์” ฟันธง “ทิม” วืดนั่งนายกฯ แย้มมากกว่า 1 พรรคประชันชิงผู้นำการเจรจายุติปัญหาการแย่งชิงตำแหน่งประธานสภาฯระหว่างพรรคก้าวไกล (ก.ก.) กับพรรคเพื่อไทย (พท.) ยังหาข้อสรุปไม่ได้ หลังพรรค พท.ยืนยันต้องการตำแหน่งประธานสภาฯ ขณะที่พรรค ก.ก.แจ้งเลื่อนนัดวันหารือคณะเจรจาของ 2 พรรคออกไป พร้อมขยับการนัดหารือแกนนำ 8 พรรคร่วมรัฐบาลออกไปเป็นวันที่ 2 ก.ค. ก.ก.-พท.รักขมถก ปธ.สภาล่มกลางคันเมื่อวันที่ 28 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคก้าวไกล (ก.ก.) หลังจากช่วงกลางดึกวันที่ 27 มิ.ย. น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ในฐานะรองโฆษกพรรค ก.ก. แจ้งผ่านไลน์กลุ่มสื่อมวลชน ประจำพรรค ก.ก. เรื่องการประชุมระหว่างก้าวไกล-เพื่อไทยในวันที่ 28 มิ.ย. ขอเลื่อนออกไปก่อนหากมีกำหนดการใหม่จะแจ้งให้สื่อมวลชนทราบอีกครั้ง ตั้งแต่ช่วงเช้าบรรยากาศที่พรรค ก.ก.ค่อนข้างเงียบเหงา มีเพียงแกนนำพรรคบางรายเดินทางเข้าพรรค เช่น นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรค ก.ก.เข้ามา พร้อมกล่าวกับสื่อที่มาเกาะติดทำข่าวเพียงสั้นๆว่า อาจได้คำตอบว่าจะเลื่อนประชุมเรื่องประธานสภาฯไปเป็นวันที่เท่าไหร่ในวันเดียวกัน ขณะที่นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรค ก.ก. เดินทางเข้าพรรค แต่ไม่มีการให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ต่อมาเวลา 12.00 น. มีรถตู้ทะเบียน 1 นข 9743 ที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค ก.ก. ใช้ประจำขับเข้ามาที่พรรค มีเพียงพนักงานขับรถลงมาจากรถ และพนักงานขับรถตอบคำถามผู้สื่อข่าวสั้นๆว่า ตนเพียงมาเอาชุดและสิ่งของให้นายพิธาเท่านั้น ผ่านไปประมาณ 10 นาที พนักงานขับรถลงมาจากอาคารพร้อมถือชุดสูท เอกสารและคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะของนายพิธา นำขึ้นรถตู้ก่อนขับออกไปจากที่ทำการพรรคทันที“ปดิพัทธ์” ปัดอย่าเรียกล้มดีลแค่เลื่อนเมื่อเวลา 08.30 น. นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก กรรมการบริหารพรรคก้าวไกล สัดส่วนภาคเหนือ ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการเจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand ถึงประเด็นถูกเสนอชื่อชิงตำแหน่งประธานสภาฯว่า จุดยืนของพรรค เราต้องการจะจบ หลังจากมีการแถลงอย่างเป็นทางการของพรรคร่วม แต่พอดีเมื่อวันที่ 27 มิ.ย. ตอน ส.ส.พรรคก้าวไกลรายงานตัวกับสภาฯ มีการให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อ มีชื่อตนออกไปก่อน ตอนนี้ใกล้เปิดสภาฯเต็มที่แล้วจึงเปิดเผยชื่อ และแนวทางของเราได้ ยืนยันว่าคณะทำงานไม่มีทางพูดก่อนคณะเจรจาแน่ๆ เพื่อให้คณะเจรจาหารือเสร็จ แถลงร่วมก่อน เพราะฉะนั้นมันไม่ได้เป็นทางการที่จะมาเปิดเผยก่อนเมื่อถามว่าพรรค พท.แถลงต้องการได้ตำแหน่งประธานสภาฯ พรรค ก.ก.จะไปต่ออย่างไร นายปดิพัทธ์ตอบว่า ยังอยู่ในกระบวนการเจรจา ตราบใดที่ไม่ถึงวันโหวตยังมีโอกาสปรับการเจรจาเสมอ ถ้าทั้งสองพรรคต้องการตำแหน่งนี้จริงๆต้องเข้าไปเจรจากันว่าเงื่อนไขเป็นอย่างไรบ้างและกระทบต่อตำแหน่งอื่นอย่างไร เพราะพรรค ก.ก.แบ่งออกเป็น 2 แท่ง คือนิติบัญญัติกับบริหารแยกกัน พอชนะเลือกตั้งได้เตรียมทั้ง 2 แท่ง เนื่องจากเมื่อชนะระดับหนึ่งจะเป็นผู้คุมทั้ง 2 แท่ง พอเจรจาเป็นอย่างนี้ เลยปิดฝั่งนิติบัญญัติไว้ก่อน รอฝั่งเจรจาว่าจะจบอย่างไรก.ก.ก็ต้องฟังเสียงสมาชิกเหมือนกันเมื่อถามว่า หากยังอยู่ในกระบวนการเจรจา ทำไมกลางดึกคืนวันที่ 27 มิ.ย.พรรค ก.ก.จึงประกาศล้มการเจรจากับพรรค พท.นายปดิพัทธ์กล่าวว่า อย่าเรียกว่าล้ม เรียกว่าเลื่อนดีกว่า ตราบใดที่ยังไม่ถึงการปฏิญาณตน การเจรจายังมีต่อไปเรื่อยๆ แต่เรียนด้วยความจริงใจ ก่อนเราสร้างตึกสร้างบ้าน ต้องถกเถียงพิมพ์เขียวให้เด็ดขาดก่อนถ้ายังไม่ลงตัว ถกเถียงให้จบยังมีเวลา เคารพและให้เกียรติพรรคร่วมเสมอว่ายังเจรจาต่อไป ไม่อยากผูกมัดหรือสร้างเงื่อนไขอะไร เมื่อถามย้ำว่า การเลื่อนหมายถึงพรรค ก.ก.ต้องคุยกันภายใน หรือปรับท่าทีอะไรก่อนนัดคุยกับพรรค พท.รอบใหม่ นายปดิพัทธ์กล่าวว่า คิดว่าเป็นโจทย์ของทุกพรรค พรรค ก.ก.ต้องกลับมาทบทวนว่าจุดยืนพรรค พท.เป็นแบบนี้ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค พท.บอกว่าไม่ใช่มติพรรค แต่เป็นความเห็นเสนอไปยังคณะเจรจา พรรค ก.ก.มีความเห็นของสมาชิกเหมือนกันส่งให้คณะเจรจา แต่ไม่ได้เปิดเผย เชื่อใจคณะเจรจาทั้ง 2 ชุดของเรา ไม่ว่าพรรค ก.ก.หรือพรรค พท.มีวุฒิภาวะ เอาข้อเสนอสมาชิกไปคุยกันให้ได้ข้อตกลงดีที่สุดพรรคที่ 1 ต้องได้ประมุขนิติบัญญัติเมื่อถามต่อว่าต่างฝ่ายต่างยืนยันต้องได้ประธานสภาฯ มีสมการอะไรที่จะเป็นทางออกเรื่องนี้ นายปดิพัทธ์กล่าวว่า พูดได้เฉพาะฝั่งพรรค ก.ก. ต้องวางหลักการให้มั่นไว้ก่อนว่าพรรคที่ได้เสียงมากที่สุดเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เป็นตัวเลือกแรกในการทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติ ถ้าเสียไปใน 2-3 รอบ ในประวัติศาสตร์ รอบนี้จะเสียอีกหรือไม่อย่างไร ความจำเป็นมีแค่ไหน อีกเรื่องความเป็นธรรมต่อพวกเราและประชาชนที่เลือกเรามา ถ้ารู้ว่าเลือกประธานสภาฯเป็นพรรค ก.ก. ประเทศได้รับอะไรบ้าง ไม่ได้คุยแค่ว่าเราเยอะกว่า ไม่ได้ขู่ว่าเยอะกว่าจะทำงานแบบนี้ แต่ข้อเสนอแบบนี้ประชาชนและพรรคร่วมเห็นด้วยหรือไม่ เป็นหน้าที่เราทำท่ามกลางการเจรจาต่อเนื่อง เมื่อถามว่าต้องเอารัฐมนตรีบางกระทรวงแลกเปลี่ยนกับตำแหน่งประธานสภาฯหรือไม่ถึงจะจบได้ นายปดิพัทธ์กล่าวว่า เป็นหน้าที่คณะเจรจาไม่ได้ไปก้าวล่วง เมื่อถามย้ำว่าแปลว่าประธานสภาฯ พรรค ก.ก.ไม่ถอยใช่หรือไม่ นายปดิพัทธ์กล่าวว่า เราแสดงความตั้งใจรักษาหลักการเอาไว้ ตั้งใจว่าจะเข้าไปทำงานอะไร บทบาทแค่นั้นเพียงพอแล้ว ถ้าทีมเจรจาจะหารืออย่างไรเราให้อิสระ ปล่อยเป็นความไว้วางใจดีกว่าว่า 2 ฝ่ายเจรจาหารือกันอย่างลงตัวที่สุด อึกอักตอบ ก.ก.พร้อมเป็นฝ่ายค้านเมื่อถามถึงพรรค ก.ก.พร้อมเป็นฝ่ายค้านใช่หรือไม่ นายปดิพัทธ์หยุดคิดนิดนึงก่อนกล่าวว่า เรารับฉันทามติเพื่อเป็นฝ่ายรัฐบาล โดยรวมเสียงข้างมาก 312 เสียงได้ จัดตั้งรัฐบาลที่ยากขนาดนี้ กติกาประเทศไทยขณะนี้ไม่ปกติ ถ้าเป็นกติกาปกติ สัปดาห์นี้เรามีรัฐบาลเรียบร้อยแล้ว ถามว่าเราพร้อมหรือไม่ กลับไปดูกติกา ถ้ากติกานี้ทำให้เกิดการเล่นนอกเกมมากๆ ยิ่งสร้างความรับรู้ให้สังคมว่าทำไมต้องแก้รัฐธรรมนูญ 2560 ทั้งฉบับ เพราะทำให้การเลือกตั้งที่ประชาชนมอบฉันทามติมาตะกุกตะกักเหลือเกิน เมื่อถามว่าหากยืนยันจะเป็นรัฐบาลให้ได้ ต้องถอยให้พรรค พท.แล้วอะไรถอยได้บ้าง เช่น ประธานสภาฯจะถอยให้ได้หรือไม่หรือต้องเอาอะไรไปแลกเปลี่ยน นายปดิพัทธ์กล่าวว่า อยากให้ทุกคนดูเรื่องนี้เป็นเรื่องธรรมดาของการต่อรองในระบอบประชาธิปไตย เมื่อเสียงไม่ขาดมาก การต่อรองก็มี แต่สุดท้ายมีวันไฟนอล ซึ่งยังไม่ใช่วันนี้พรุ่งนี้ มีเวลาอีกหลายวัน อยากให้ดูกันด้วยความไว้ใจ รอบคอบ ให้โอกาสทีมทำงานทำกันเต็มที่ก่อน เมื่อถามว่า แต่จะโหวตประธานสภาฯ วันที่ 4 ก.ค.นี้แล้ว นายปดิพัทธ์กล่าวว่า ยังมีเวลาขยับอีกประชุมแกนนำ 8 พรรคร่วมฯผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทย (พท.) ว่า หลังจากที่พรรค ก.ก.ขอเลื่อนกำหนดการประชุมระหว่างคณะเจรจาพรรค ก.ก.กับพรรค พท.ในวันที่ 28 มิ.ย. เพื่อหาข้อยุติตำแหน่งประธานสภาฯออกไปก่อน หลังพรรค พท.ยืนยันหลักการขอตำแหน่งประธานสภา บรรยากาศที่พรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 28 มิ.ย. พรรคสั่งให้แกนนำสแตนด์บายอยู่ที่พรรค รอดูท่าทีจากพรรค ก.ก.ประสานงาน หากพรรค ก.ก.นัดหมายมาจะหารือร่วมกันระหว่างแกนนำของทั้งสองพรรคให้ได้ข้อยุติ มีรายงานว่าช่วงค่ำวันที่ 27 มิ.ย.แกนนำ 8 พรรคร่วมรัฐบาลประชุมหารืออย่างกะทันหัน เพื่อจะหาข้อสรุปดังกล่าว ก่อนเลื่อนการประชุม 8 พรรคร่วมรัฐบาล จากวันที่ 29 มิ.ย.ออกไปเบื้องต้นเป็นวันที่ 30 มิ.ย.หรือเลื่อนไปไม่มีกำหนด พรรคเล็กอยากให้พรรค ก.ก.และพรรค พท.หารือให้ได้ข้อสรุปร่วมกันทั้งสองฝ่าย ไม่ให้เกิดปัญหาระหว่างพรรคร่วมฯในการจัดตั้งรัฐบาล และเลือกสนับสนุนให้พรรค ก.ก.เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลเคลียร์ไม่ลง พท.ขู่ปล่อยฟรีโหวตผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส่วนพรรคเพื่อไทยแม้แกนนำพรรคเคยประกาศให้พรรคอันดับ 1 เป็นประธานสภาฯ แต่เมื่อมีเสียงคัดค้านจาก ส.ส.ในพรรคยืนยันตำแหน่งประธานสภาฯต้องเป็นของพรรคเพื่อไทย ทำให้คณะกรรมการบริหารพรรคและแกนนำพรรคต้องฟังเสียงคนในพรรค เพื่อยึดหลักการเดิมที่เคยเสนอไปกับพรรคก้าวไกลคือ สูตร 14+1 หากต่างฝ่ายต่างไม่ยอมอาจต้องพิจารณาข้อเสนอเรื่องตำแหน่งกันใหม่ อาจปรับสูตรพรรคก้าวไกล เป็น 15+1 ส่วนพรรคเพื่อไทยเป็น 13+1 แต่พรรคเพื่อไทยต้องพิจารณาว่า คุ้มค่าหรือไม่ที่จะเสียเก้าอี้รัฐมนตรี 1 ตำแหน่ง แลกเก้าอี้ประธานสภาฯ แต่หากยังตกลงกันไม่ได้ พรรค พท.ยืนกรานยึดประธานสภาฯให้ได้ อาจต้องปล่อยฟรีโหวตรองโฆษก ก.ก.เเจ้งนัดอีกที 2 ก.ค.ต่อมาเวลา 16.05 น. น.ส. ภคมน หนุนอนันต์ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ในฐานะรองโฆษกพรรค ก.ก. แจ้งผ่านไลน์กลุ่มสื่อมวลชนประจำพรรค ก.ก.ว่า “การประชุม 8 พรรคร่วมฯวันที่ 29 มิ.ย.เลื่อนออกไป กำหนดการประชุมใหม่จะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง” จากนั้นเวลา 16.18 น. น.ส.ภคมนได้แจ้งในไลน์กลุ่มสื่อฯอีกครั้งว่าการประชุม 8 พรรคร่วมฯในวันที่ 29 มิ.ย. เลื่อนออกไปนะคะ ส่วนกำหนดการประชุมใหม่ จะมีขึ้นในวันที่ 2 ก.ค.ที่พรรคก้าวไกล2 พรรคเคลียร์ใจก่อนถก 8 พรรคผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากพรรค ก.ก.แจ้งกำหนดการเชิญแกนนำ 8 พรรคร่วมรัฐบาลประชุมที่พรรคก้าวไกล ในวันที่ 2 ก.ค. ล่าสุดแกนนำพรรค พท. ได้รับการประสานจากแกนนำพรรค ก.ก.ขอนัดประชุมระหว่างพรรค ก.ก.กับพรรคพท.ในเวลา 09.00 น. วันที่ 2 ก.ค. เพื่อหารือเรื่องความชัดเจนตำแหน่งประธานสภาฯ และรัฐมนตรีที่ทั้งสองพรรคยังหาข้อยุติไม่ได้ ร่วมกันก่อนที่จะเข้าร่วมวงประชุม 8 พรรคร่วมรัฐบาลต่อในวันเดียวกันต่อไป“ชลน่าน” ยังหวานจับมือ ก.ก.ไปต่อวันเดียวกัน นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการเจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ไทยแลนด์ ตอนหนึ่งถึงการเจรจาพรรค ก.ก.ว่า ท่าทีพรรค พท.ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร การเจรจาพูดคุยเพิ่งเริ่มต้นเพียงครั้งเดียว เพียงรับข้อเสนอแต่ละพรรคไปพิจารณาในแต่ละพรรค ข้อสรุปการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคและการประชุม ส.ส. วันที่ 27 มิ.ย. เพียงให้คำตอบประชาชนว่าพรรคยืนยันหลักการครั้งแรกที่ 14+1 คือพรรค ก.ก.เป็นรัฐมนตรี 14 ตำแหน่งกับนายกฯ พรรค พท.เป็นรัฐมนตรี 14 ตำแหน่งและเป็นประธานสภาฯ ที่ผ่านมาเป็นความเห็นต่างภายในแต่ละพรรค ที่ผ่านมาพรรค ก.ก.ยังไม่มีคำตอบกลับมา พรรค พท.มีสมาชิกพรรค มีผู้สนับสนุนต้องคำนึงถึง จึงยืนยันหลักการนำข้อเสนอเดิมไปพูดคุย ยังไม่เป็นมติใดๆ เมื่อวางหลักการเจรจาไว้อย่างนั้นก็ยืนยันไปตามหลักการ ไม่เพิ่มหลักการใหม่ เพื่อไม่ให้กระทบการเจรจา สิ่งที่ 8 พรรค และพรรคพท.กับพรรค ก.ก.ยึดโดยตลอดคือเราจะมัดกันแน่น ทำงานด้วยกัน มีนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกฯยังเป็นประเด็นหลัก เชื่อไม่พังแผนตั้งรัฐบาลล้มครืนนพ.ชลน่านกล่าวว่า ยืนยันประธานสภาฯจะไม่นำไปสู่ความแตกแยกพรรคร่วมฯทั้ง 8 พรรค พรรคพท.และพรรค ก.ก.ได้รับฉันทามติมาจากประชาชนว่าต้องการรัฐบาลประชาธิปไตย หากตำแหน่งใดมาทำให้แตกแยกประชาชนจะรับไม่ได้ พรรคพท.ระมัดระวังไม่ให้เกิดฟรีโหวต เพราะไม่เป็นประโยชน์กับทั้ง 2 พรรค แต่เป็นประโยชน์กับกลุ่มที่ 3 ที่รอโอกาสอยู่ การเจรจาเรื่องประธานสภาฯหากทั้ง 2 พรรคได้ข้อสรุปตรงกันพร้อมเดินหน้าต่อทันที แต่หากยังไม่ได้ข้อสรุปแต่ละพรรคต้องนำไปพูดคุยภายในพรรคตัวเองหาแนวทางให้ได้ข้อสรุปร่วมกันให้ได้ พรรค พท.ประกาศตลอดเวลา เมื่อจับมือพรรค ก.ก.จะทำให้นายพิธาเป็นนายกฯให้ได้ จะมัดกันแน่นตลอดและทำงานให้ได้“เสี่ยตุ๊”ฉะไร้มารยาทลักไก่ชง “ปดิพัทธ์”นายอดิศร เพียงเกษ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพท. กล่าวถึงกรณีพรรคก้าวไกลเสนอชื่อนายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก พรรค ก.ก.เป็นประธานสภาฯว่า เป็นการลักไก่ของพรรค ก.ก. อยู่ระหว่างเจรจา แต่จู่ๆมาเสนอชื่อนายปดิพัทธ์ ถือว่าออฟไซด์ ต้องถามว่ามีมารยาทและจิตสำนึกหรือไม่ เพราะยังไม่มีข้อตกลงใดๆว่าตำแหน่งนี้จะเป็นของพรรคใด ยิ่งเลื่อนวงเจรจาออกไปไม่มีกำหนด จะให้พรรคพท.เตรียมตัวอย่างไร จะไปเจรจากับใคร ส่วนข้อเสนอเกลี่ยรัฐมนตรีเพิ่มให้พรรค ก.ก.เป็น 15+1 แลกกับประธานสภาฯ อย่าไปยุ่งกับตำแหน่งฝ่ายบริหาร คุยกันลงตัวแล้ว ถ้าจะไปปรับอะไรอีก ต้องมาคุยกับส.ส.ก่อน เดี๋ยวจะมีปัญหาอีก ยังหวังว่าระยะเวลาที่เหลืออยู่ทั้ง 2 พรรคจะตกลงกันได้ ถ้าตกลงกันไม่ได้จริงๆต้องปล่อยฟรีโหวตเลือกประธานสภาฯวันที่ 4 ก.ค. เราจะเสนอชื่อคนของเราเป็นประธานสภาฯ ไม่ต้องไปยืมมือพรรคใด แต่พรรค พท.จะเสนอชื่อใคร ต้องรอให้ตกลงกันก่อนว่าตำแหน่งนี้จะเป็นของพรรคใด ยอมรับว่าเป็นห่วงเช่นกัน หากมีปัญหาขัดแย้งเลือกประธานสภาฯอาจมีปัญหาสะเทือนถึงการโหวตเลือกนายกฯได้ เป็นการตีหัวปลา สะเทือนหัวนาค“อุ๊งอิ๊ง” ให้กำลังใจ 2 พรรคหย่าศึกต่อมาเวลา 11.30 น. น.ส.แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกฯพรรค พท. เดินทางมาที่พรรคเพื่อไทย หลังหายป่วยจากอาการโควิด-19 เพื่อเคลียร์งานที่ค้างไว้ และร่วมประชุมคณะทำงานชุดเล็ก 8 พรรคร่วมรัฐบาลเรื่องการแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 และนโยบายสิ่งแวดล้อมที่พรรคเพื่อไทยเป็นเจ้าภาพครั้งนี้ โดย น.ส.แพทองธารกล่าวว่าไม่ขอตอบเรื่องการเมือง วันนี้เดินทางเข้าพรรคหลังหายจากอาการโควิด-19 เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อเข้ามาเคลียร์งานที่ค้างอยู่ เมื่อถามว่า นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย แซวว่าแอบไปดีลลับกับนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล หรือไม่ เพราะติดโควิด-19 หลังนายพิธาไม่กี่วัน น.ส.แพทองธาร ตอบว่า เป็นเรื่องตลกมาก เพราะเพิ่งส่งข้อความอวยพรให้นายพิธาหายโควิดเร็วๆ แล้วนายเศรษฐาก็ยังไลน์มาหาแซวว่าแอบไปปาร์ตี้กับนายพิธามาใช่หรือไม่ เมื่อถามว่า จะให้กำลังใจพรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกลอย่างไร กับปัญหาความขัดแย้งเรื่องเก้าอี้ประธานสภาฯ น.ส.แพทองธารตอบว่า “สู้ๆ ค่ะ มาทานช็อกมิ้นต์ได้”“เสี่ยนิด” ป้อง พท.ไม่ทรยศเสียง ปชช.นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯพรรคพท. กล่าวถึงการเลื่อนประชุมคณะเจรจาหาข้อตกลงตำแหน่งประธานสภาฯว่า ประธานสภาฯมีเวลาอีก 3-4 วัน การเจรจาจะออกมาด้วยดี ไม่มีอะไรหยุดยั้งการตั้งรัฐบาลฝ่ายประชาธิปไตยได้ เมื่อถามว่า แม้พรรค พท.จะแสดงจุดยืนอย่างไร แต่ทัวร์ลงว่าทรยศ นายเศรษฐาตอบว่า ไม่ทรยศ พรรค พท.เคารพเสียงประชาชน ฟังทุกเสียงทั้ง ส.ส. กรรมการบริหาร สำคัญที่สุดธงต้องไม่เปลี่ยน ฝ่ายประชาธิปไตยต้องจับมือกันตั้งรัฐบาลให้ได้ เราเซ็นเอ็มโอยูจับมือกันแล้ว เชื่อมั่นคุยกันรู้เรื่อง ไม่มีพลิกขั้ว 2 พรรค จะจับมือไปด้วยกันถึงปลายทาง ส่วนที่พรรค ก.ก.เปิดตัวนายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก พรรคก.ก. เป็นประธานสภาฯ อย่ามองว่าออกตัวแรง คงโหวตกันภายในตามครรลองพรรค ไม่เป็นอุปสรรคการจัดตั้งรัฐบาล เมื่อถามว่า ในที่สุดพรรค ก.ก.หรือ พท.จะต้องถอยหรือปรับสูตรสมการหรือไม่ นายเศรษฐาตอบว่า อย่าคิดว่าเสียสละ การยกให้หรือถอย ทั้ง 2 พรรคคุยกันรู้เรื่อง แม้การตกลงจะออกมาทางใด แต่เป้าหมายหลักไม่เสีย นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค ก.ก. จะได้รับฉันทามติโหวตให้เป็นนายกฯแน่นอน “สุริยะ” ปัดไม่ถึงฟรีโหวต-ไม่พลิกขั้วต่อมาเวลา 15.30 น. ที่รัฐสภา นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พท. เข้ารายงานตัว ส.ส.ต่อสำนักงานเลขาธิการสภาฯ เป็น ส.ส.พรรคพท.คนสุดท้ายที่มารายงานตัว พร้อมให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวนายสุชาติ ตันเจริญ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พท. มีชื่อเป็นแคนดิเดตประธานสภาฯว่า ใครจะมาเป็น ยังไม่ทราบ ยังไม่สามารถระบุได้ ตำแหน่งประธานสภาฯต้องพูดคุยกัน แต่คงไม่ถึงขั้นต้องปล่อยฟรีโหวตลงมติแน่นอน เชื่อว่าในที่สุดผู้บริหารทั้ง 2 พรรคจะมีความชัดเจน เมื่อถามว่าหลายคนกังวลว่าทั้ง 2 พรรคจะแตกคอกัน ทำให้รัฐบาลพรรคก.ก.ถูกทำแท้งหรือไม่ นายสุริยะตอบว่า ผู้บริหารพรรค พท.ชัดเจนว่าจะร่วมมือกับพรรค ก.ก. เรื่องที่จะทำให้เป็นปัญหาคงไม่มี ประชาชนคาดหวังทั้ง 2 พรรคร่วมมือกันรีบตั้งรัฐบาล แก้ไขปัญหาที่ค้างกันอยู่ คงไม่เกิดเหตุพลิกขั้วตั้งรัฐบาล และไม่เคยคุยกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรค พปชร.ที่มีกระแสข่าวมีชื่อเป็นนายกฯ แต่ให้ความเคารพ พล.อ.ประวิตรที่เคยอยู่พรรค พปชร.มาก่อน“ธรรมนัส” ปฏิเสธชงชื่อ “สุชาติ”ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวว่า กรณี น.ส.ปารีณา โพสต์ระบุ เก้าอี้ประธานสภาฯสุดท้ายจะเป็นของนายสุชาติ ตันเจริญ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พท. โดยมี ร.อ.ธรรมนัสเป็นผู้เสนอชื่อว่า ถือเป็นความเข้าใจผิดชัดเจน แม้รู้จักเคารพนับถือนายสุชาติเป็นการส่วนตัวอยู่แล้ว เพราะเคยร่วมงานการเมืองในพรรคเดียวกันมาก่อน แต่เมื่อนายสุชาติตัดสินใจย้ายไปสังกัดพรรค พท. ไม่เคยไปยุ่งเกี่ยว หรือพูดคุยในประเด็นดังกล่าว ถือเป็นเรื่องภายในพรรค พท.ที่ดำเนินการร่วมกับพรรคที่ได้คะแนนเสียงมากที่สุดจัดตั้งรัฐบาล ยืนยันต้องยึดมั่นในมารยาททางการเมือง ให้พรรคที่ได้คะแนนเสียงเยอะที่สุดดำเนินการจัดตั้งรัฐบาล ช่วงนี้จึงอยู่นิ่งๆ และไม่เคยได้พบปะกับ น.ส.ปารีณานานกว่า 1 ปีแล้ว ไม่เข้าใจว่าเหตุใด จึงมาสร้างกระแสข่าวที่ไม่เป็นความจริงเช่นนี้“แฮงค์” โบ้ยขั้วเก่าไม่เคยคุยช่วยดันนายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกฯ ในฐานะรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงปัญหาการเลือกประธานสภาฯว่า ต้องปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการและขั้นตอน ที่ยังหาข้อตกลงกันไม่ได้ เป็นเรื่องธรรมดาในการตั้งรัฐบาลทุกครั้ง เมื่อถามว่า พรรค ก.ก.และพรรคพท.จะจับมือกันตั้งรัฐบาลได้หรือไม่ มีโอกาสหลุดมาที่ขั้วรัฐบาลเดิมหรือไม่ นายอนุชาตอบว่า ตอบไม่ได้ พรรค รทสช.จะโหวตให้ใคร ยังไม่มีคุยกัน แล้วแต่มติพรรค ไม่เคยฝืน เมื่อถามว่าขั้วรัฐบาลเดิมจะเสนอชื่อประธานสภาฯหรือไม่ นายอนุชากล่าวว่า เชื่อว่าคงไม่มี เมื่อถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่จะโหวตให้นายสุชาติ ตันเจริญ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พท. นายอนุชากล่าวว่า ไม่เคยพูดคุยเรื่องนี้ เมื่อถามย้ำว่า คิดว่าจะเกิดส้มหล่นมายังซีกรัฐบาลเดิมหรือไม่ นายอนุชาตอบว่า ไม่มีหรอก ทุกอย่างคงเป็นไปตามครรลองมากกว่า“ท็อป” รอดูคู่ชิงค่อยเจาะข้อดีข้อเสียเมื่อเวลา 11.30 น. ที่รัฐสภา นายวราวุธ ศิลปอาชา ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ให้สัมภาษณ์หลังนำ 10 ส.ส.ของพรรค เข้ารายงานตัวต่อสำนักงานเลขาธิการสภาฯ จากนั้นกล่าวถึงทิศทางการโหวตเลือกประธานสภาฯว่า ชทพ.รอเช้าวันที่ 4 ก.ค.จะเรียกประชุมพรรคหารือแนวทางหลังจากทราบชื่อแคนดิเดตประธานสภาฯแต่ละพรรคแล้ว มาหารือข้อดีข้อด้อย ส่วนที่พรรค ก.ก.เปิดตัวนายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก เป็นแคนดิเดตประธานสภาฯ คงพิจารณาบุคคลที่เหมาะสมแล้ว เป็นสิทธิของพรรคจะนำเสนอ ต้องรอถึงเวลาก่อนจึงค่อยตัดสินใจ ยังไม่ทราบว่าจะมีการท้าชิงกันหรือไม่ แต่จะหารือถึงข้อดีข้อด้อย หลังที่มีความชัดเจนของแต่ละพรรคแล้ว กรณีที่ ส.ว.ตรวจสอบคุณสมบัติ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค ก.ก. เป็นเอกสิทธิ์ของ ส.ว.แต่ละคน และเป็นเรื่องปกติของคนจะเป็นนายกฯ ต้องรับการส่องกล้องจุลทรรศน์จากสังคมและสาธารณชน“อนุทิน” อำเล่นตัวอยู่ ก.ก.-พท.ตามจีบนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข (สธ.) และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์การจัดตั้งรัฐบาลก้าวไกล ที่ส่อยืดเยื้อว่า ที่ผ่านมาตั้งแต่วันที่ 14 พ.ค.จนถึงวันนี้กระบวนต่างๆเป็นไปตามขั้นตอนตามไทม์ไลน์ หลายขั้นตอนเร็วกว่าที่คาดด้วยซ้ำ ทั้งหมดอยู่ที่กระบวนการประชาธิปไตยเสียงข้างมาก ใครมีเสียงข้างมากเพียงพอ คนนั้นก็ดำเนินการในบริบทต่างๆ ทั้งบริบทประธานฝ่ายนิติบัญญัติ และบริบทประมุขฝ่ายบริหาร เมื่อถามว่าพรรค ก.ก.และพรรค พท.ที่ยกเลิกการหารือได้มีการมาจีบพรรค ภท.หรือไม่ นายอนุทินตอบทีเล่นทีจริงสั้นๆว่า “เล่นตัวอยู่” “ชวน” เตือนกินรวบปัญหาไม่จบที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย อดีตประธานรัฐสภา ให้สัมภาษณ์ผ่านทีวีรัฐสภา เนื่องในวันสถาปนารัฐสภา วันที่ 28 มิ.ย. ถึงหัวข้อ 91 ปี ก้าวแห่งความมั่นคงรัฐสภาไทยตอนหนึ่งว่า ที่ผ่านมาเคยมีกรณีประธานสภาฯไม่ได้มาจากพรรคอันดับ 1 เพราะเป็นข้อตกลงพรรคร่วมรัฐบาล บางครั้งพรรคมีคะแนนเสียงใกล้เคียงกัน ตกลงกันได้ใครจะเป็นนายกฯหรือประธานสภาฯ แต่ที่ผ่านมาพรรคที่ได้เสียงใกล้เคียงกันจะไม่ร่วมเป็นรัฐบาล เพราะจะทะเลาะกันเหมือนปัจจุบัน การที่พรรค ก.ก.และพรรค พท.ได้เสียงใกล้เคียงกัน ทำให้เกิดความไม่ชัดเจน ถือเป็นประสบการณ์ตั้งรัฐบาล ปกติการตกลงร่วมกันจะใช้ตำแหน่งนายกฯเป็นสำคัญ แต่เที่ยวนี้มีปัญหาต้องการประธานสภาฯและนายกฯ ต่างฝ่ายต่างมีเหตุผล แต่หากจะเอาทุกอย่าง ปัญหาไม่จบชวด ปธ.สภาฯพาวืดนายกฯไม่จริงนายชวนกล่าวอีกว่า การที่พรรค ก.ก.กังวล หากไม่ได้ประธานสภาฯจะผลักดันกฎหมายตนเองไม่ได้ ไม่สอดคล้องความจริง ประธานสภาฯ ไม่สามารถทำตามอำเภอใจหรือขัดข้อบังคับการประชุมได้ การระบุหากไม่ได้ประธานสภาฯจะไม่ได้ตำแหน่งนายกฯไม่จริง ประธานสภาฯต้องดำเนินการตามมติสภาฯ ไม่สามารถเปลี่ยนคน จะเกี่ยง ถ่วงหรือเสนอชื่อคนอื่นไม่ได้ หากไม่ได้ประธานสภาฯตำแหน่งนายกฯจะมีปัญหาจึงไม่เกี่ยวกัน ฝ่ายตั้งรัฐบาลไม่ใช่เอาทุกอย่างเป็นของตนเอง ต้องต่อรอง นอกจากประธานสภาฯยังมีการต่อรองอื่นๆ เช่น กระทรวง หากพูดคุยกันใกล้ชิด การแบ่งอำนาจจะขัดแย้งน้อยลง แต่ที่มีความขัดแย้งมาก เพราะไม่เข้าใจหลายเรื่อง หากเข้าใจบทบาทสภาฯจะมีข้อยุติง่าย แต่หากไม่เข้าใจ มองว่าประธานสภาฯบันดาลให้ใครเป็นนายกฯได้ แบบนี้หารือกันยาก ควรยุติด้วยการศึกษาเข้าใจในบทบาท อำนาจหน้าที่ ทุกฝ่ายไม่สามารถเอาอะไรได้ตามอำเภอใจทุกอย่างเหลือ 3 ส.ส.ยังไม่มารายงานตัวผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดทั้งวันที่ 28 มิ.ย. วันที่ 9 ของการรายงานตัว ส.ส. มี ส.ส.มารายงานตัวเพิ่มอีก 9 คน เป็นของพรรคชาติไทยพัฒนา 8 คน พรรคเพื่อไทย 1 คน ทำให้ยอดรวม ส.ส.ที่มารายงานตัวจนถึงขณะนี้มี 496 คน จาก 499 คน ยังเหลือ ส.ส.พรรครวมไทยสร้างชาติอีก 3 คน ที่ยังไม่มารายงานตัวคือ นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ ม.ล.ชโยทิต กฤดากร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่ประสานจะมารายงานตัววันที่ 29 มิ.ย. ขณะที่นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรค รทสช. ยังไม่ได้รับแจ้งว่าจะเข้ารายงานตัวเมื่อใดกมธ.บุก กกต.ยืนหลักฐานสอย “พิธา”เมื่อเวลา 10.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) คณะกรรมาธิการ (กมธ.) พัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา นำโดย นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธาน กมธ. นายกิตติศักดิ์ รัตนวาหะ รองประธาน กมธ. เข้าหารือกับนายอิทธิพรบุญประคอง ประธาน กกต.พร้อมคณะ เพื่อมอบหลักฐานการถือครองหุ้นบริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) ของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และแคนดิเดตนายกฯ เพื่อให้ดำเนินการตรวจสอบเพิ่มเติม โดยเอกสารหลักฐานที่มอบให้แบ่งเป็น 2 ส่วนคือ 1.ข้อมูลจากการตรวจสอบของ กมธ. และ 2.ข้อมูลจากนายนพรุจ วรชิตกุล อดีตแกนนำพิราบขาว 2006 ที่นำไปมอบให้เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. พร้อมขอความร่วมมือให้ กกต.เร่งตรวจสอบคุณสมบัติ และลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ เพื่อส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัย ก่อนมีการเลือกนายกฯบี้ถือหุ้นไอทีวีฐานะ ผจก.มรดกหรือไม่นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธาน กมธ.พัฒนาการเมืองฯ กล่าวภายหลังการหารือร่วมกับ กกต.นานกว่า 2 ชม. ว่า มาหารือเป็นเรื่องที่ กมธ.กำลังพิจารณารวบรวมปัญหาเกี่ยวกับการทำงานของ กกต. เพื่อเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาการเลือกตั้งให้สุจริตเที่ยงธรรม และได้นำข้อมูลใน กมธ.ที่ได้ตรวจสอบ ข้อมูลที่ปรากฏในสื่อบางส่วนรวมถึงเอกสารที่ได้ขอกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการถือครองหุ้นไอทีวี ของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ มามอบให้ กกต. เพื่อนำไปพิจารณาประกอบกับเรื่องที่ กกต.กำลังดำเนินการอยู่ เมื่อถามว่าข้อมูลเพิ่มเติมเป็นอะไรบ้าง นายเสรีตอบว่า ส่วนหนึ่งเป็นข้อมูลที่ปรากฏอยู่ในคดีความยื่นร้องจัดการมรดกเดิม ส่วนที่เป็นทรัพย์มรดก เป็นทรัพย์สิน ที่ดิน ที่มีการจัดการโอนทรัพย์มรดกนี้ไปตั้งแต่ปี 2560 เพื่อเทียบว่าการจัดการมรดกรายนี้ไม่ใช่ว่ายังค้างคาไม่เสร็จ แต่เป็นการจัดการมรดกเสร็จไปก่อนหน้านี้แล้ว เทียบให้เห็นว่าการถือหุ้นไอทีวีถือหุ้นโดยฐานะทายาทหรือผู้จัดการมรดก หรือในฐานะที่ได้รับมรดกมาแล้ว และขอให้ กกต.ทำตามอำนาจหน้าที่ให้ปรากฏ หากสามารถทำโดยเร็วได้ในส่วนใด ขอให้ใช้อำนาจหน้าที่หรือดุลพินิจดำเนินการให้เสร็จโดยเร็ว เพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในสังคมหรือข้อถกเถียงในทางการเมืองที่ไม่อยากให้มีเรื่องอื่นๆ แทรกแซงเข้ามา อยากให้ยุติโดยเร็ว “กิติศักดิ์” ฟันธง “ทิม” วืดนายกฯนายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ รองประธาน กมธ. กล่าวถึงกรณี ส.ว.ที่จะโหวตเลือกนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกฯ ว่า ขณะนี้คลื่นลมสงบได้ข้อยุติแล้ว กลุ่ม ส.ว.ที่สนับสนุนนายพิธาน่าจะน้อยกว่า 5 คน สิ่งที่ ส.ว. ส่วนใหญ่ตัดสินใจ น่าจะปิดสวิตช์ตนเองคืองดออกเสียง ที่เป็นโลกแห่งความเป็นจริง หลังประเมินแล้ว ถ้าไปสนับสนุนนักการเมืองที่แตะต้องสถาบัน ไม่ทราบว่าจะตอบสังคมและประชาชนอย่างไร ขอย้ำ ส.ว.มีเอกสิทธิ์ส่วนตัวลงมติอย่างไรก็ได้ เมื่อถามว่า ถ้าเสียง ส.ว.ไม่ครบ ฟันธงว่านายพิธาไปต่อไม่ได้เลยใช่หรือไม่ นายกิตติศักดิ์ตอบว่า วันเสนอชื่อนายกฯ เชื่อมีแคนดิเดตฯมากกว่า 1 คนแย้มมีมากกว่า 1 พรรคชงชื่อชิงผู้นำเมื่อถามว่ามีพรรคอื่นที่ไม่ใช่พรรคก้าวไกล มาพูดคุยกับ ส.ว.ขอเสียงโหวตสนับสนุนเลือกนายกฯหรือไม่ นายกิตติศักดิ์ตอบว่า ตอนนี้ไม่มีพรรคใดมาเจรจาพูดคุย เพราะ ส.ว.มีคำตอบในใจแล้ว แต่สิ่งที่ให้สัมภาษณ์วันนี้ คือให้สังเกตพรรคที่เสนอชื่อนายกฯ น่าจะมีมากกว่า 1 พรรค เมื่อถามว่า ฝ่าย ที่เป็นประชาธิปไตยและฝ่ายรัฐบาลรักษาการปัจจุบัน ส.ว.ถูกใจฝั่งไหนมากกว่า นายกิตติศักดิ์ตอบว่า “ส.ว.กิตติศักดิ์ อยู่ฝ่ายประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข การอ้างประชาธิปไตย อาจเป็นประชาธิปไตยปลอมก็ได้”ฟันธง รบ.เสียงข้างน้อยไม่น่าเกิดเมื่อถามว่าเสนอชื่อนายพิธาแล้วไม่ผ่าน พรรค พท.มีโอกาสหรือไม่ นายกิตติศักดิ์ตอบว่า“เดี๋ยวจะหาว่า ส.ว.อะไรก็ไม่เอา เรามองบ้านเมืองต้องเดินไปได้ หากคุณพิธาไปไม่ได้ พรรคอันดับ 2 ต้องขึ้นมา เพราะเราต้องการให้บ้านเมืองเดินไปได้” เมื่อถามย้ำอีกว่าพรรค พท.จะได้ใช่หรือไม่ นายกิตติศักดิ์กล่าวว่า ตอบชัดเจนไม่ได้ เพราะ ส.ว.ไม่ก้าวก่ายการจัดตั้งรัฐบาล แต่บอกได้แค่ว่าจะมีการเสนอแคนดิเดตนายกฯมากกว่า 1 พรรคผู้สื่อข่าวถามว่ามีกระแสข่าวการเมืองถึงขั้นพลิกขั้วหรือไม่ นายกิตติศักดิ์ตอบว่า “เอาเป็นว่าฝ่ายประชาธิปไตยที่อ้างกันมา เรียนว่ายังมีฝ่ายประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขด้วย เมื่อถามว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและหัวหน้าพรรค พปชร. เป็นแคนดิเดตนายกฯอีกคน นายกิตติศักดิ์ตอบว่า ไม่ทราบ ถ้ามีชื่อ พล.อ.ประวิตร ต้องดูก่อนว่าเป็นไปได้หรือไม่ แต่รัฐบาลเสียงข้างน้อยไม่น่าเกิดขึ้น เมื่อถามว่า ส.ว.โหวตแบบนี้อาจนำไปสู่เหตุการณ์มวลชนลงถนนหรือไม่ นายกิตติศักดิ์ตอบว่า พูดมานานแล้วไม่ว่าใครจัดตั้งรัฐบาลในสถานการณ์แบบนี้ความวุ่นวายมีแน่นอน ไม่ว่าพรรค ก.ก.หรือฝ่ายอื่น ความขัดแย้งยังมี แต่ถ้าเป็นพรรคอื่นที่ไม่ใช่พรรค ก.ก. ความขัดแย้งยังมี แต่น้อยลง“สันธนะ” ให้ข้อมูล กกต.สอยก้าวไกลขณะที่นายสันธนะ ประยูรรัตน์ สมาชิกพรรคก้าวไกล เข้าให้ถ้อยคำต่อ กกต.ตามหนังสือเชิญกรณีวันที่ 20 มิ.ย. ยื่นร้องให้ตรวจสอบพฤติกรรมนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค และคณะกรรมการบริหารพรรคก้าวไกล ที่ปล่อยให้นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ที่ไม่ใช่สมาชิกพรรคหรือผู้ช่วยหาเสียงของพรรคเข้ามาทำร้ายร่างกายตน และให้นายชูวิทย์ ร่วมเวทีปราศรัยหาเสียงโจมตีพรรคอื่น อาจเป็นเหตุผิดกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. ก่อนหน้านั้นได้ทำหนังสือถึงหัวหน้าพรรคให้เอาผิดนายชูวิทย์ แต่พรรคไม่ได้ดำเนินการใดๆ และยังพบว่าก่อนเลือกตั้งนายชูวิทย์นัดพบกับนายพิธาเพื่อช่วยหาเสียงในหลายสถานที่ โดยนายชูวิทย์อาศัยกระแสพรรค ก.ก.กล่าวปราศรัยโจมตีพรรคอื่นเรื่องการร่วมรัฐบาล จึงได้มีหนังสือสอบถาม กกต. ได้รับการยืนยันว่านายชูวิทย์ ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรค ก.ก.หรือได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยหาเสียงของพรรค ก.ก.จึงเข้าข่ายเป็นความผิดตามกฎหมายเลือกตั้ง เคยบอกพรรค ก.ก.ไปแล้วอย่าเดินสะดุดยอดหญ้าหกล้มเอง คุณอาจมองเป็นเรื่องรูเข็ม แต่หลังจากวันนี้จะเป็นหลุมอุกกาบาต ขอบอกว่านายพิธาไม่ได้เป็นนายกฯแน่นอน “บิ๊กตู่” กำชับ ตร.ดูสภาวันโหวต ปธ.สภาเมื่อเวลา 13.30 น.ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ภายหลังการประชุม พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวเพียงสั้นๆว่า ไม่มีอะไรหรอก เป็นกระบวนการภายในตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ เรื่องปรับโยกย้ายต่างๆ เมื่อถามถึงการดูแลความสงบเรียบร้อยที่รัฐสภาในวันที่ 4 ก.ค. ที่จะมีการโหวตเลือกประธานสภาฯ ได้กำชับอะไรหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “ก็มีอยู่แล้ว”“วิษณุ” แจง 4 ก.ค.ไม่เลื่อนถก ครม.นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่จะมีการประชุมสภาฯ นัดแรกในวันที่ 4 ก.ค. ตรงกับวันที่ประชุม ครม. มีรัฐมนตรีบางคนเป็น ส.ส.ต้องไปประชุมสภาด้วยว่า การประชุม ครม.วันที่ 4 ก.ค. ยังมีตามปกติ แม้มีบางคนที่ติดประชุมสภาฯ ขณะนี้ยังไม่คิดที่เลื่อนวันประชุม ครม.ออกไป เมื่อถามว่าการประชุม ครม.มีองค์ประชุมเท่าใด นายวิษณุตอบว่า มีรัฐมนตรีอย่างน้อย 1 ใน 3 คือ 12 คน คิดว่าประชุม ครม.วันอังคารหน้าทำได้ตามเดิม เพราะรัฐมนตรีส่วนใหญ่สอบตกเมิน “โรม” จุดพลุเปลี่ยนวันชาติเมื่อถามถึงกรณีนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เสนอให้เปลี่ยนแปลงวันชาติ จากวันที่ 5 ธ.ค.เป็นวันที่ 24 มิ.ย. ที่เป็นวันเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบราชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญ นายวิษณุตอบว่า เดิมเคยใช้ 24 มิ.ย. เป็นวันชาติมาก่อน จนมาถึงยุคจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ มาเปลี่ยนเป็นวันที่ 5 ธ.ค. เมื่อถามว่านายโรมยืนยันใช้วันที่ 24 มิ.ย. เป็นเพราะเหตุอะไร นายวิษณุตอบว่า “ก็ช่างเขา ผมไม่พูดถึงคุณโรม ถ้าเขามีปัญญาเสนอ และรัฐบาลเขาเห็นด้วย ก็ทำไป และถ้าประชาชนคัดค้านเดี๋ยวก็เปลี่ยนกลับมาอีก” เมื่อถามว่าต้องให้น้ำหนักกับเรื่องอะไรในการเปลี่ยน นายวิษณุตอบว่า ให้น้ำหนักกับประชาชนคณะไต่สวน “พิธา” ขอขยายเวลาอีก 15 วันผู้สื่อข่าวรายงานจาก กกต.ว่า กรณี กกต.สั่งให้ดำเนินการไต่สวนเป็นกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยหรือความปรากฏต่อ กกต. ว่านายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นบุคคลผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งและรู้อยู่แล้วว่าไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง เนื่องจากมีลักษณะต้องห้าม แต่ได้สมัครรับเลือกตั้ง อันเข้าข่ายเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนมาตรา 42 (3) และมาตรา 151 กฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.นั้น ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการทำงานของคณะกรรมการสืบสวนไต่สวนฯ ขณะที่การทำงานของคณะกรรมการสืบสวนไต่สวนของสำนักงาน กกต. ที่ใกล้จะครบกรอบเวลาแล้วนั้น จะขอขยายเวลาอีก 15 วัน ผ่านนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.