สวดยับ “อ้น ทิพานัน” ลักไก่ยิงเลเซอร์หาเสียงสะพาน พระราม 8 ทนทัวร์ลงไม่ไหวต้องลบโพสต์ “ชัชชาติ” แอ่นอกรับ กทม.พลาดเอง แจ้งให้ระงับแล้ว “อิทธิพร” โยนเผือกพื้นที่ กทม. เมินคำขู่ฟ้อง 157 ลั่นพร้อมสู้คดี “แสวง” ชี้เจ้าของที่ต้องอนุญาตก่อน รทสช.ร่อนแถลง การณ์ขออภัย-เสียใจ “พีระพันธุ์” เฉ่ง “อ้น” ต่อหน้า “ลุงตู่” ทำอะไรไม่ปรึกษา “ทักษิณ” เดินเกมเร้ากลับไทยก่อนวันเกิด 26 ก.ค. อ้อนแก่แล้วขออยู่กับครอบครัว กระพืออีกดัน “อุ๊งอิ๊ง” นั่งนายกฯ พท.รีบปัดเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่เกี่ยวพรรค “บิ๊กตู่” ไม่รับสัญญาณ ให้ว่าไปตามกระบวนการ “วิษณุ” ชี้กลับมาต้องเข้าสถานควบคุมตัวเท่านั้น รทสช.ป่วนหนัก “ปรีชา” นำทีมผู้สมัครเหนือ-อีสาน ทวงค่าใช้จ่าย โวยแกนนำลอยแพ “เสธ.หิ” ตอกไม่ใช่สถาบันการเงิน “ธนกร” บี้ประธานภาคสางปัญหา “แรมโบ้” โบ้ยไม่ได้ดีลกับ “ปรีชา” “หมอทศ” ไล่ตะเพิด กกต.ยกคณะกระบวนการจัดการเลือกตั้งของสำนักงาน กกต. ที่สร้างความคลางแคลงใจให้กับผู้คนในสังคม อาจทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่เป็นไปอย่างบริสุทธิ์ ยุติธรรม ล่าสุดเกิดกรณี น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ ผู้สมัคร ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ ยิงเลเซอร์หาเสียง ที่เสาสะพานพระราม 8 ยิ่งถูกจับตาว่ากระทำไม่เหมาะสม รทสช.ลักไก่ยิงเลเซอร์หาเสียงเมื่อช่วงกลางดึกคืนวันที่ 8 พ.ค. น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) โพสต์รูปภาพพร้อมข้อความลงทวิตเตอร์ เป็นภาพชุดยิงเลเซอร์แสงสีข้อความหาเสียงที่เสาสะพานพระราม 8 รวม 4 ชุด ชุดแรก บัตรสีเขียว กาเบอร์ 22 พรรครวมไทยสร้างชาติ เบอร์ 22 มีโลโก้พรรค และภาพข้อความ ชุดที่ 2 กา 22 มั่นคง มั่งคั่ง มีโลโก้พรรคติดไว้ด้วย พร้อมแคปชัน “มั่นคงมั่งคั่ง” ...พรรครวมไทยสร้างชาติ #หาเงินได้ใช้เงินเป็น ชุดที่ 3 โครงสร้างพื้นฐานดี กา 22 พร้อมโลโก้พรรค พร้อมแคปชัน โครงสร้างพื้นฐานดี...พรรครวมไทยสร้างชาติ #สร้างรากฐานความมั่งคั่งให้คนไทยทุกคนอย่างมั่นคงและยั่งยืน และชุดที่ 4 “กา 22 ลุงตู่ อยู่ต่อ” พร้อมโลโก้พรรคติดเอาไว้ด้วย จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ถึงความเหมาะสม และมีการตั้งคำถามตามกฎหมายทำได้หรือไม่ ก่อนที่ น.ส.ทิพานันจะลบโพสต์ดังกล่าวไป“อิทธิพร” โยนเป็นพื้นที่ กทม.ต่อมาเวลา 09.00 น. วันที่ 9 พ.ค.ที่ลานคนเมือง ศาลาว่าการ กทม. นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีดังกล่าวว่า ปลัด กทม.ในฐานะเจ้าของพื้นที่กำลังดำเนินการตรวจสอบว่ามีการขออนุญาตใช้พื้นที่หาเสียงหรือไม่ การใช้พื้นที่ราชการต้องขออนุญาตก่อน หากตรวจสอบพบว่ามีความผิด จะผิดเรื่องการวางป้ายหาเสียงไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด และจะดำเนินคดีต่อไป ส่วนจะเข้าข่ายผิดกฎหมาย หรือมีความเหมาะสมหรือไม่นั้น คิดว่าพรรคการเมืองน่าจะเข้าใจเรื่องดังกล่าวดี กกต.เคยชี้แจงทำความเข้าใจกับพรรคการเมืองและผู้สมัครแล้ว กรณีดังกล่าวเจ้าของพื้นที่คือ กทม. หากอนุญาตก็ต้องอนุญาตทั้งหมด เพื่อรักษาความเป็นกลางแถมีผิดพลาดบ้างแต่ไม่เยอะนายอิทธิพรยังกล่าวถึงการจัดการเลือกตั้งวันที่ 14 พ.ค. เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเหมือนเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันที่ 7 พ.ค.ว่า ทุกครั้งที่เกิดปัญหาต้องตรวจสอบหาสาเหตุ หาวิธีแก้ไขให้เร็วที่สุด ไม่ให้กระทบสิทธิของผู้ที่ใช้สิทธิไปแล้ว ไม่อยากให้ทำงานผิดพลาด แต่หากพบข้อผิดพลาดประเด็นใด จะพยายามป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก ต้องแก้ไขทันที เมื่อถามว่าปัญหาที่เกิดขึ้น กกต.ตกเป็นเป้าถูกโจมตี นายอิทธิพรตอบว่า ไม่รู้สึกตกเป็นเป้าและถูกถล่ม แต่อีกทางรู้สึกดีใจว่ามีคนช่วยตรวจสอบ เป็นสิ่งที่ดี ทำให้แก้ปัญหาได้ทันท่วงที ถ้าไม่มีการตรวจสอบจากภาคประชาชน หรือสื่อมวลชน การทำงานของ กกต.อาจไม่ 100 เปอร์เซ็นต์ เมื่อถามว่าปัญหาการใส่รหัสหน้าซองผิด และการไม่จ่าหน้าซองเลยจะทำอย่างไร ประธาน กกต.ตอบว่า มีผู้ลงทะเบียนไว้ 2.2 ล้านคน มีข้อผิดพลาด แต่ไม่เยอะเมินโดนฟ้อง 157 พร้อมสู้คดีเมื่อถามว่า อาจมีคนไปฟ้องร้องเอาผิดตามมาตรา 157 หรือการเลือกตั้งครั้งนี้อาจเป็นโมฆะ นายอิทธิพรตอบว่า เป็นแค่กระแสและความคิดของคนที่เห็นว่าการทำงานของ กกต.เป็นอย่างไร เป็นสิทธิที่จะดำเนินการได้ กกต.ไม่ได้อยู่เหนือกฎหมาย ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ถ้าเห็นว่าการทำงานของ กกต.บกพร่อง เป็นสิทธิที่จะฟ้องได้ ไม่มีปัญหา ทุกครั้งที่มีการฟ้องร้องก็ต้องพร้อมสู้คดี ที่สู้เพราะปฏิบัติงานโดยสุจริต ปฏิบัติตามกฎหมาย ตอนนี้ไม่มีปัจจัยที่ต้องเป็นห่วงว่าการเลือกตั้งจะเป็นโมฆะ วันที่ 14 พ.ค. เสียงลงคะแนนเป็นอย่างไรก็เป็นเช่นนั้น“ชัชชาติ” รับ จนท.ไม่รอบคอบที่ศาลาว่าการ กทม. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่าตรวจสอบแล้วพบว่า น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค รทสช. ทำหนังสือถึงปลัด กทม. เมื่อวันที่ 7 พ.ค. เรื่องขอใช้พื้นที่หาเสียงบริเวณสวนหลวง ร.8 ตั้งแต่วันที่ 8-12 พ.ค. พร้อมแนบเอกสารรายละเอียดเรื่องการฉายป้ายไฟหาเสียงบนสะพานพระราม 8 มาด้วย ยอมรับว่า กทม.ไม่ได้ตรวจเอกสารแนบมาโดยละเอียด จึงเกิดเรื่องดังกล่าวขึ้น หาก กทม.ทราบว่าจะมีการฉายไฟดังกล่าวจะไม่อนุญาตให้ทำ เพราะเหมือนป้ายหาเสียง กทม.ไม่อนุญาตให้ติดป้ายโฆษณาบนตึกอาคารหรือสิ่งก่อสร้างในความรับผิดชอบของ กทม. เมื่อทราบเรื่อง กทม.ได้ทำหนังสือแจ้งให้พรรค รทสช.ระงับการกระทำแล้ว เป็นการตรวจสอบเอกสารแนบไม่ละเอียดถี่ถ้วนของเจ้าหน้าที่ กทม. และเข้าใจว่าพรรคดังกล่าวไม่มีเจตนากระทำผิด เนื่องจากแนบเอกสารขออนุญาตมาแล้วแจ้งเจ้าตัวระงับการกระทำแล้วนายชัชชาติกล่าวว่า ไม่มีบทลงโทษใดๆจาก กทม. เพราะเรื่องดังกล่าวเกิดจากความเข้าใจผิด ส่วนจะมีความผิดในด้านการเลือกตั้งหรือไม่ อยู่ที่ดุลพินิจของ กกต. กทม.จะทำหนังสือชี้แจงเบื้องต้นไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้งกรุงเทพมหานคร (กกต.กทม.) ต่อไป ยืนยัน กทม.ไม่ได้เลือกปฏิบัติต่อพรรคใดเป็นพิเศษ เนื่องจากมีผู้ขอใช้พื้นที่หาเสียงจำนวนมาก การตรวจสอบเอกสารแนบต่างๆ จึงเกิดความผิดพลาดได้ ทันทีที่ทราบเรื่อง ได้แจ้งให้ระงับการกระทำแล้ว “ขิง” เต้นสั่งเช็กใครเป็นคนทำนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวว่า พรรคไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการประชาสัมพันธ์ดังกล่าว อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าขัดกฎหมายหรือไม่ และเป็นการกระทำของผู้ใด หากบุคคลที่ดำเนินการมีส่วนเกี่ยวข้องกับพรรค จะดำเนินการตามมาตรการทันที พรรคกำชับผู้สมัคร ส.ส.ใช้วิธีการประชาสัมพันธ์หาเสียงอย่างเหมาะสม ระมัดระวัง และกำชับให้ทำตามกฎหมาย และกติกาที่ กกต.กำหนด ที่ผ่านมาหากพบว่ามีการประชา สัมพันธ์ที่เข้าข่ายไม่เหมาะสม พรรคจะดำเนินการแจ้งเตือน และให้แก้ไขปรับปรุงทันทีรทสช.ร่อนแถลงการณ์ขออภัยต่อมาเวลา 11.40 น. พรรครวมไทยสร้างชาติได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีการยิงเลเซอร์หาเสียงสะพานพระราม 8 ระบุว่า ตามที่ปรากฏข่าวว่ามีการยิงเลเซอร์ ข้อความเชิญชวนให้เลือกพรรครวมไทยสร้างชาติ บนเสาสะพานพระราม 8 เมื่อคืนวันที่ 8 พ.ค. ขอชี้แจงว่าพรรคไม่ได้เป็นผู้ดำเนินการดังกล่าว จากการตรวจสอบพบว่า น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ได้ขออนุญาตต่อปลัด กทม.ด้วยจดหมายส่วนตัว ไม่ได้หารือหรือแจ้งให้พรรคทราบ หรือขออนุญาตผู้บริหารพรรคแต่อย่างใด เมื่อพรรคได้ทราบข้อเท็จจริงดังกล่าวได้ตำหนิและทำหนังสือตักเตือน พร้อมสั่งการไปยัง น.ส.ทิพานัน ให้หยุดดำเนินการดังกล่าวโดยทันที ทั้งนี้พรรครู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และต้องขออภัยอย่างยิ่งมา ณ โอกาสนี้เฉ่ง “อ้น ทิพานัน” ต่อหน้า “ลุงตู่”ที่ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังประชุม ครม. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรค รทสช. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีดังกล่าวว่า ทางพรรคกำลังชี้แจงกันอยู่ เห็นว่ามีการขออนุญาตอะไรไป ต้องไปดูกฎหมายว่าอย่างไร แต่ทางพรรคไม่ได้ทราบเรื่องนี้มาก่อน คงเป็นความหวังดีของคนทำ เมื่อถามว่าได้คุยกับ น.ส.ทิพานันหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “ต้องคุยสิ เมื่อเช้าได้คุยกันไปแล้ว” ผู้สื่อข่าวรายงานว่าขณะที่ น.ส.ทิพานันเข้าร่วมการประชุม ครม.ตามปกติ เพื่อทำหน้าที่รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ แต่ไม่ได้มายืนด้านหลัง พล.อ.ประยุทธ์ ขณะแถลงข่าวหลังประชุม ครม.เช่นทุกครั้ง ทั้งนี้ มีรายงานข่าวว่า ช่วงเช้าก่อนประชุม ครม. นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค รทสช. ได้เรียก น.ส.ทิพานันเข้าพบพร้อมกล่าวตำหนิอย่างรุนแรงว่า “คุณทำอะไรไม่ปรึกษาผมเลย เรื่องใหญ่ขนาดนี้ คุณทำไปได้อย่างไร” โดยมี พล.อ.ประยุทธ์อยู่ด้วย“อิทธิพร” เปิดอีเวนต์ไปเลือกตั้งที่ลานคนเมือง ศาลาว่าการ กทม. นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นประธานเปิดกิจกรรม Big Day รณรงค์เชิญชวนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 14 พ.ค. ตั้งแต่ 08.00-17.00 น.ภายใต้แคมเปญ “ไทยโหวต คนไทยพร้อมใช้สิทธิ” ของสำนักงาน กกต.ที่จัดพร้อมกันทั่วประเทศใน 4 ภาค ประกอบด้วย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จัดที่ศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์หลังเก่า ภาคกลาง ที่สนามกีฬาจังหวัดจันทบุรี ภาคเหนือ ที่ห้าแยกหอนาฬิกา จ.ลำปาง และภาคใต้ จัดที่ริมเขื่อนแม่น้ำตาปี ตรงข้ามหน้าวัดกลางเก่า จ.สุราษฎร์ธานี มี “น้องโหวตเตอร์” เป็นตัวมาสคอต ถือบัตรเลือกตั้งโชว์ โดยนายอิทธิพรได้ทำพิธีหย่อนบัตรเลือกตั้งทั้ง 2 ใบลงหีบบัตรก่อนปล่อยขบวนรถรณรงค์ชวนคนไทยไปใช้สิทธิ และขบวนรถรณรงค์ 50 สำนักงานเขตของ กทม. นายอิทธิพรกล่าวว่า ขอประชาสัมพันธ์เชิญชวนออกไปใช้สิทธิในวันอาทิตย์ที่ 14 พ.ค.นี้อย่างสุจริตและโปร่งใสกกต.ตั้งศูนย์เฝ้าระวังไซเบอร์ที่สำนักงาน กกต.เวลา 14.50 น. นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง และบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) ร่วมแถลงข่าวจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังและตอบสนองภัยคุกคามทางไซเบอร์สำหรับระบบเลือกตั้ง นายแสวงกล่าวว่า อยากให้ประชาชนมั่นใจว่าเลือกตั้งวันที่ 14 พ.ค. ไม่ว่าสังคมจะรู้สึก หรือมองเราอย่างไร แต่สิ่งที่เราตั้งใจทำคือการให้มีสนามแข่งขันที่เป็นธรรม มีความเสมอภาคทุกพรรค เลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันที่ 7 พ.ค. ยอมรับว่ามีข้อผิดพลาด และรีบดำเนินการแก้ไข เพื่อไม่ให้เกิดขึ้นอีกในวันที่ 14 พ.ค. ยืนยันว่าจะรักษาคะแนนเสียงของผู้มีสิทธิ์ ไม่ว่าลงให้ใคร พรรคไหน เราต้องรักษาสนามประชาธิปไตยไว้ยิงเลเซอร์เจ้าของต้องอนุญาตเมื่อถามถึงกรณีการยิงแสงเลเซอร์หาเสียงบนสะพานพระราม 8 ที่ถือเป็นสถานที่ราชการ ตามหลักการน่าจะมีความผิดหรือไม่ นายแสวงตอบว่า ช่วงเช้ามีคนส่งให้ดู ครั้งแรกนึกกว่าเป็นป้าย แต่จริงๆ มันเป็นการหาเสียงทางอิเล็กทรอนิกส์ ตามข้อ 7 (7) กกต.มีหนังสือ 2 ฉบับแจ้งทุกพรรคไปแล้วว่าไม่อยู่ภายใต้การบังคับเรื่องป้าย เพียงแต่ว่าขอให้เจ้าของอนุญาต ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงาน กระทรวง ทบวง กรมไหน นี่ก็คือหลักการทั่วไป แต่เมื่อมีคนร้องก็ต้องวินิจฉัย แต่จะให้ตนวินิจฉัยบนโต๊ะนี้ยังไม่ได้ เพราะไม่มีข้อเท็จจริง แค่ฟังมาว่าอะไรเป็นอะไรแต่กฎหมายเขียนไว้แบบนี้ ว่าวิธีการหาเสียงทางอิเล็กทรอนิกส์เป็นอย่างไร “หมอทศ” ตะเพิด 6 กกต.ทั้งคณะก่อนหน้านี้ นพ.ทศพร เสรีรักษ์ ผู้สมัคร ส.ส.แพร่ เขต 1 พรรคเพื่อไทย และนายอนุรักษ์ เจนตวนิชย์ หรือ “ฟอร์ด เส้นทางสีแดง” อดีตแกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง เข้ายื่นหนังสือเรียกร้องให้ กกต. ยกเลิกการเลือกตั้งล่วงหน้า และแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออก นพ.ทศพรกล่าวว่า เมื่อ 4 ปีที่แล้ว เลือกตั้งเมื่อปี 2562 ก็มาประท้วง กกต.เรื่องการนับคะแนน การคิดคำนวณสูตร ส.ส.มั่ว ครั้งนั้น กกต.สร้างความระแวงแคลงใจให้กับประชาชนมาแล้ว มาครั้งนี้การที่ กกต.กำหนดให้ค่าใช้จ่ายของผู้สังเกตการณ์ประจำหน่วยเลือกตั้ง เป็นค่าใช้จ่ายเลือกตั้งของพรรคการเมืองด้วย ทำให้พรรคไม่สามารถส่งผู้สังเกตการณ์ได้ มีแนวโน้มอาจเกิดการทุจริต ไม่รู้ว่ามีเจตนาเอื้อประโยชน์กับฝ่ายใดหรือไม่ ถ้า กกต.ยังเดินหน้าเลือกตั้งต่อ ต้องมีคนร้องให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะแน่ ทำให้เสียงบประมาณ 6 พันล้านบาท เมื่อแก้ปัญหาเสร็จก็ให้ กกต.ทั้ง 6 คนแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออก จะมั่นใจได้อย่างไรว่าการเลือกตั้งวันที่ 14 พ.ค.จะไม่เกิดปัญหาอีก ทั้งนี้หลังให้สัมภาษณ์ นพ.ทศพรนำเทียนมาวางเป็นตัวย่อ “กกต.” และทำท่าจะจุด แต่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเข้ามาห้ามแจ้งว่าเป็นสถานที่ราชการ นพ.ทศพรจึงหันไปจุดเทียนเล่มใหญ่ 1 เล่ม ระบุว่าเป็นการประจานความเลวร้าย และความไม่รู้เดียงสาของ กกต.เร่งลำเลียงถุงบัตรต่างแดนนายรุจ ธรรมมงคล อธิบดีกรมการกงสุล เปิดเผยว่า จากการจัดการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร ระหว่างวันที่ 28 เม.ย.-9 พ.ค. ที่สถานเอกอัครราชทูต (สอท.) และสถานกงสุลใหญ่ (สกญ.) 94 แห่งทั่วโลก มี สอท.และ สกญ. 88 แห่ง ส่งบัตรเลือกตั้งกลับมานับที่ไทยแล้ว ล่าสุดถุงเมล์การทูตจาก สอท. ณ กรุงเวลลิงตัน นิวซีแลนด์ ส่งมาถึงวันที่ 9 พ.ค. ส่วนถุงเมล์การทูตจาก สอท.และ สกญ.อีก 6 แห่ง ได้แก่ กรุงโตเกียว เมืองฟูกูโอกะ ญี่ปุ่น เม็กซิโก กรุงออตตาวา แคนาดา กรุงพริทอเรีย แอฟริกาใต้ และเมืองมาปูโต โมซัมบิก จะทยอยส่งถึงภายในวันที่ 12 พ.ค. มีคณะกรรมการ 3 ฝ่าย กรมการกงสุล สำนักงาน กกต. และบริษัท ไปรษณีย์ไทยฯ ร่วมกันตรวจนับก่อนส่งมอบไปยังเขตเลือกตั้ง 400 เขตทั่วประเทศ เพื่อนับรวมหลังปิดหีบในวันที่ 14 พ.ค.“ทักษิณ” เร้ากลับไทยก่อนวันเกิดช่วงเช้าวันที่ 9 พ.ค. นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ โพสต์ทวิตเตอร์ระบุว่า “ผมขออนุญาตอีกครั้ง ผมตัดสินใจแล้วว่าจะกลับบ้านไปเลี้ยงหลานภายในเดือน ก.ค.นี้ ก่อนวันเกิดผมครับ ขออนุญาตนะครับ เกือบ 17 ปีแล้วที่ต้องพลัดพรากจากครอบครัว ผมก็แก่แล้วครับ” ต่อมาเวลา 10.26 น. นายทักษิณทวีตอีกครั้งว่า “ไม่ต้องกังวลว่าผมจะเป็นภาระพรรคเพื่อไทย ผมจะเข้าสู่กระบวนการกฎหมาย และวันที่ผมกลับยังเป็นช่วงรัฐบาลรักษาการของ พล.อ.ประยุทธ์ อยู่ทั้งหมดคือการตัดสินใจของผมเอง ด้วยความรักผูกพันกับครอบครัว/แผ่นดินเกิดและเจ้านายของเรา”กระพือข่าวดัน “อุ๊งอิ๊ง” ขึ้นนายกฯผู้สื่อข่าวรายงานว่าคนใกล้ชิดนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เผยว่า นายทักษิณจะอายุครบ 74 ปี ในวันที่ 26 ก.ค.นี้ การออกมาพูดครั้งนี้ชัดเจนแล้วว่าเป็นการตัดสินใจขั้นเด็ดขาด พร้อมเสี่ยงเดิมพันกลับบ้าน ไม่ว่าจะต้องเผชิญกับสิ่งใด เบื้องต้นเตรียมใจที่จะติดคุกไว้แล้ว และเชื่อว่าตามกระบวนการยุติธรรมจะรับโทษเป็นเวลาไม่นานนัก โดยช่วงที่ผ่านนายทักษิณพยายามติดต่อประสานงานการกลับประเทศกับผู้ถืออำนาจ ผู้หลักผู้ใหญ่ ผู้มีบารมีในบ้านเมืองมาตลอด และเห็นแนวโน้มสัญญาณที่ดี ประกอบกับความมั่นใจว่าการเลือกตั้งครั้งนี้พรรคเพื่อไทยจะชนะขาดถล่มทลาย โดยอยากสนับสนุนให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย บุตรสาว ขึ้นเป็นนายกฯ แต่รู้ว่าเสี่ยงอันตรายหลายด้าน ตัวเองจึงจำเป็นต้องกลับมาเพื่อรับความเสี่ยงนั้นแทนพท.ปัดเรื่องส่วนตัว “นายใหญ่”ที่พรรคเพื่อไทย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย แถลงข่าวการจัดปราศรัยใหญ่โค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้งว่า พรรคเตรียมจัดปราศรัยใหญ่ “เลือกเพื่อไทยแลนด์สไลด์ ประเทศไทยเปลี่ยนทันที” วันที่ 12 พ.ค.เวลา 17.00 น. ที่อิมแพ็ค อารีนา เมืองทองธานี ผู้ปราศรัยหลักคือแคนดิเดตนายกฯของพรรค เริ่มจาก น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ที่จะประกาศอนาคตประเทศไทยภายใต้รัฐบาลพรรคเพื่อไทย นายเศรษฐา ทวีสิน จะชี้ทางออกเพื่อหลุดพ้นจากความมืดมน สู่ความจริงที่มีความหวังกับพรรคเพื่อไทย และ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค ส่วนวันที่ 13 พ.ค. วันสุดท้ายของการหาเสียง พรรคเตรียมปล่อยรถคาราวานรณรงค์เลือกตั้งช่วงโค้งสุดท้ายใน กทม.จำนวน 5 จุด จะมี น.ส.แพทองธาร นายเศรษฐา และผู้บริหารพรรคร่วมขบวนด้วย เมื่อถามว่านายทักษิณประกาศจะกลับบ้านในช่วงเดือน ก.ค. นายประเสริฐตอบว่า เป็นเรื่องส่วนตัวของท่าน ไม่เกี่ยวข้องกับพรรค เข้าใจความรู้สึกของคนที่จากบ้านไปเกือบ 20 ปี ย้ำว่าเรื่องนี้เป็นการตัดสินใจของท่าน ไม่ได้เกี่ยวข้องกับพรรค “เศรษฐา” คืนศักดิ์ศรีไทยสู่เวทีโลกด้านนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย โพสต์ลงโซเชียลมีเดียโดยเริ่มต้นตั้งคำถามว่า “ทำไมพาสปอร์ตไทยจะไปยุโรป อเมริกา อังกฤษ จีน อินเดีย ตะวันออกกลาง หรือประเทศไหนๆ ต้องขอวีซ่า” แต่นักท่องเที่ยวหลายประเทศมาไทยกลับง่ายดาย โดยไม่ต้องใช้ความพยายาม คนไทยไปต่างประเทศโดยไม่ต้องขอวีซ่าได้เพียง 34 ประเทศ จากทั้งหมด 193 ประเทศทั่วโลก ตรงกันข้ามกับญี่ปุ่นที่สามารถเดินทางไปได้ถึง 142 ประเทศ สาเหตุเพราะความล้มเหลวด้านการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของรัฐบาลไทย โดยเฉพาะหลังการรัฐประหารปี 2557 ทันทีที่เป็นรัฐบาล ตนและเพื่อไทยจะออกเดินสายฟื้นฟู สร้างความสัมพันธ์ให้เข้มแข็ง เสริมอิทธิพลหนังสือ เดินทางไทยให้พ้นจากการเป็นอันดับที่ 70 ของโลก เปิดโอกาสให้คนไทยเดินทางไปได้ทั่วโลก โดยไม่ต้องขอวีซ่าและคืนศักดิ์ศรีให้ประเทศไทยกลับมายืนหยัดทัดเทียมกับนานาประเทศทั่วโลกได้อีกครั้ง เหมือนที่เคยทำสำเร็จมาแล้วกับการยกเลิกการขอวีซ่าเข้าญี่ปุ่น สมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร“บิ๊กตู่” ไม่รับสัญญาณความถี่ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีนายทักษิณประกาศกลับไทยภายในเดือน ก.ค. และจะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมว่า ต้องดูว่าเขากลับมาด้วยเหตุผลอะไร ต้องว่าไปตามนั้น เมื่อถามว่านายทักษิณประกาศจะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ก็สุดแล้วแต่ท่าน แล้วแต่กระบวนการยุติธรรม เมื่อถามว่าช่วงเวลานั้นยังอยู่ในช่วงรัฐบาลรักษาการ อาจถูกมองเจตนาเป็นอย่างอื่น พล.อ.ประยุทธ์ย้ำว่า “ขึ้นอยู่กับกระบวนการยุติธรรม ผมไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวกับศาล” เมื่อถามย้ำว่าไม่มีสัญญาณในลักษณะดีลกันใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ย้อนถามว่า “เขาส่งมาทางไหน มาทางอากาศเหรอ ผมไม่ได้รับคลื่นตรงนี้กลับมา” เมื่อถามว่ามองเจตนาอย่างไรที่ประกาศในช่วงไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ก่อนเลือกตั้ง พล.อ.ประยุทธ์หันมาส่งยิ้มและตอบสั้นๆ ว่า “ถามเองก็ตอบเอง”ยังไม่คุยตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยพล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์การตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยว่า ผลเลือกตั้งมันออกมาหรือยัง ก็ยัง มีการคุยกันแล้วหรือยัง ก็ยัง มันจะเป็นอย่างนั้นหรือไม่ก็ยังไม่รู้ มันควรจะเป็นในสิ่งที่ควรจะเป็น เป็นอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น เมื่อถามว่าแสดงว่าจะไม่ตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “ผมไม่พูดตรงนี้ เพราะยังไม่ได้คุย ไม่ได้พูดกัน ก็พยายามทำในสิ่งที่ดีและถูกต้อง อย่าทะเลาะกัน อย่าตีกัน”“วิษณุ” ชี้ต้องคุมตัวที่คุกเท่านั้นนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เท่าที่จำได้คดีของนายทักษิณมีอยู่ 3 ประเภท คือ คดีที่ศาลตัดสินแล้วและนายทักษิณไม่ได้มารับโทษ คดีที่ศาลยังไม่ได้ตัดสิน และคดีที่ศาลตัดสินแล้วว่านายทักษิณไม่มีความผิด จึงต้องดูว่าคดีของนายทักษิณเข้าข่ายประเภทใด แล้วต้องดำเนินการไปตามคดีประเภทนั้นๆ เมื่อถามว่าคดีที่ศาลตัดสินให้จำคุก นายทักษิณสามารถยื่นขอประกันตัวได้หรือไม่ นายวิษณุตอบว่า ต้องติดคุกตามคำพิพากษา จากนั้นต้องเข้าสู่การควบคุมตัวของทางราชการ อย่างที่ รมว.ยุติธรรมคนที่แล้วเคยให้ข่าวว่ามีแนวคิดที่ให้ควบคุมตัวนักโทษที่ไหนก็ได้ โดยไม่จำเป็นต้องเป็นที่เรือนจำ ประกาศให้เสมือนเป็นเรือนจำ เรื่องนี้เป็นแค่นโยบาย ยังไม่มีการดำเนินการอะไร ผู้ต้องโทษต้องเข้าสู่สถานควบคุมของทางราชการ ควบคุมตัวที่บ้านไม่ได้ เมื่อถามว่าจะมีกระบวนการใดที่เอื้อต่อนายทักษิณหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า ไม่รู้ ให้ไปถาม ทนายความนายทักษิณ ส่วนกระบวนการขอพระราชทาน อภัยโทษมีอยู่ 2 อย่าง คือ การขอพระราชทานอภัยโทษแก่ผู้ต้องราชทัณฑ์ หรือผู้ต้องโทษเป็นรายบุคคล และการขอพระราชทานอภัยโทษโดยการออกเป็นพระราชกฤษฎีกา“อนุทิน” โนคอมเมนต์ไม่ก้าวล่วงนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวว่า ทุกคนมีสิทธิ ตามกฎหมายอยู่แล้ว หากทำตามกฎหมายทำได้หมด ไม่มีใครไปห้ามปราม เมื่อถามว่าการประกาศกลับบ้านครั้งนี้เพื่อต้องการเรียกคะแนนให้เพื่อไทยในโค้งสุดท้ายหรือไม่ นายอนุทินตอบว่า ต้องไปถามบุคคลที่เกี่ยวข้องกับนายทักษิณ ให้ความเห็นไม่ได้อยู่คนละพรรคเย้ยพวกหวงเก้าอี้แค่ไก่อ่อนเมื่อถามว่า นายเศรษฐา ทวีสิน ประกาศจะไม่ให้กระทรวงดีๆกับพรรคอื่น โดยเฉพาะกระทรวงคมนาคม นายอนุทินตอบว่า 60 วัน คงเทียบกับทำงาน 4 ปีไม่ได้หรอก เห็นทัวร์ไปลงเยอะพอสมควร การออกมาให้ความเห็นในช่วงนี้ต้องระวัง แต่ถือเป็นเรื่องของนายเศรษฐาและเพื่อไทย ไม่ใช่ปัญหาตน แต่ละคนต้องมีสไตล์เป็นของตัวเอง เมื่อถามว่าถ้าภูมิใจไทยร่วมรัฐบาลมีเงื่อนไขต้องได้ รมว.คมนาคมหรือไม่ นายอนุทินตอบว่า ทุกอย่างขึ้นอยู่กับวันที่จะจับมือร่วมรัฐบาล กระทรวงคมนาคมมีเจ้าของด้วยหรือ ไปบอกได้หรือว่าคนคนนี้ห้ามนั่งตรงนี้ พรรคนี้ห้ามมานั่งตรงนี้ ตัวเองอยากจะนั่ง พูดแล้วมีแต่ความขัดแย้ง ปากก็บอกว่าจะไม่มีความขัดแย้ง แต่ยังไม่ทันอะไร ยังไม่เห็นอะไรอยู่ในมือก็มานั่งจัดโควตาแล้ว “อ่อนหนะ” เกิดภูมิใจไทยบอกว่าจะไม่ให้ใครเป็นนายกฯบ้างล่ะ “ลุงป้อม” พร้อมเป็นนายกฯแล้วช่วงเย็นที่โรงเรียนในเมือง อ.สทิงพระ จ.สงขลา พรรคพลังประชารัฐ นำโดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ หัวหน้าพรรค และแกนนำพรรค ขึ้นเวทีปราศรัยช่วยผู้สมัคร ส.ส.สงขลา ทั้ง 9 เขตหาเสียง โดยมีกองเชียร์มาร่วมฟังเต็มพื้นที่ พล.อ.ประวิตรปราศรัยตอกย้ำในการก้าวข้ามความขัดแย้ง และความยากจน การประสานงานของตนทำให้รัฐบาลอยู่มาครบ 4 ปี นี่คือการก้าวข้ามความขัดแย้งที่ทำมาตลอด ก่อนหน้านี้ พล.อ.ประวิตรให้สัมภาษณ์ก่อนขึ้นเวทีว่า เป็นการปราศรัยก่อนเวทีสุดท้ายในวันที่ 12 พ.ค. ตนพร้อมแล้ว เมื่อถามว่าพร้อมเสนอตัวเป็นนายกฯใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ตอบไปแล้วว่าพร้อมแล้ว เมื่อถามว่าช่วงโค้งสุดท้ายบางพรรคมีรูปแบบหาเสียงใหม่ๆ เช่น ฉายเลเซอร์บนสะพานพระราม 8 พปชร.จะมีกลยุทธ์แบบนี้หรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า เป็นเรื่องของพรรคเขา คงไม่มีกลยุทธ์อะไร เราไม่เน้นหวือหวา“พิธา” ไม่กังวลปมถือหุ้นสื่อนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าและแคนดิเดตนายกฯ พรรคก้าวไกล โพสต์ลงทวิตเตอร์กรณีนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ เตรียมยื่นคำร้องต่อ กกต.ให้ตรวจสอบการถือครองหุ้นสื่อมวลชน บริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) มีคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามไม่ให้ลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ว่า กรณีหุ้น ITV ไม่กังวลเพราะไม่ใช่หุ้นตน เป็นของกองมรดก เพียงมีฐานะเป็นผู้จัดการมรดก ได้ปรึกษาและแจ้ง ป.ป.ช.ไปนานแล้ว ทีมกฎหมายพร้อมเตรียมการชี้แจงเมื่อ กกต.ส่งคำร้องมา เรื่องนี้อาจมีเจตนาสกัดพรรคก้าวไกล ขณะนี้พรรคก้าวไกลมาแรงที่สุด เป็นธรรมดาที่จะถูกสกัด แต่ขอให้ผู้สมัคร ทีมงาน หัวคะแนนธรรมชาติ และประชาชนผู้สนับสนุนทุกคน อย่าหวั่นไหว เสียสมาธิในเรื่องไม่เป็นเรื่อง ขอให้ทุกคนมุ่งหน้าสู่การเลือกตั้งอย่างเต็มที่ ไม่มีอะไรจะมาขัดขวางก้าวไกลได้อีกแล้ว“ไอติม” ยกคาราวานถึงกระบี่ช่วงสายที่ จ.กระบี่ คาราวานรถหาเสียงพรรคก้าวไกล ที่ตระเวนไปทุกจังหวัดภาคใต้ นำโดยนายพริษฐ์ วัชรสินธุ หรือไอติม แกนนำพรรค เดินทางมาช่วยผู้สมัคร ส.ส.กระบี่ทั้ง 3 เขต ประกอบด้วย นายวศิน สิริเกียรติกุล นายสมพร แต่งแก้ว และนายศุภฤกษ์ มีล่าม หาเสียง โดยจุดแรกเป็นตลาดเทศบาลตำบลคลองท่อมใต้ อ.คลองท่อม แวะตลาดสดรุ่งโรจน์ เขตเทศบาลตำบลเหนือคลอง แวะปราศรัยราว 30 นาที มีประชาชนในพื้นที่มารอฟังจำนวนมาก เลาะไปตามถนนมหาราช พอมาถึงหน้าห้างสรรพสินค้าโวค เขตเทศบาลเมืองกระบี่ ปรากฏว่ามีผู้คนจำนวนมากวิ่งกรูกันออกมาดักรอต้อนรับจนเต็มถนน การจราจรต้องหยุดชะงักไปช่วงหนึ่ง ทำให้เจ้าหน้าที่ของพรรค และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ต้องช่วยกันกันประชาชนเว้นช่องจราจรให้รถวิ่งผ่านได้ ขณะที่รถที่วิ่งผ่านมามีโผล่ออกมาโบกไม้โบกมือให้กำลังใจด้วย จากนั้นเคลื่อนคาราวานต่อไปยัง อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ ก่อนจะเดินทางต่อไปที่ จ.สุราษฎร์ธานี“มาร์ค-ตั๊น” ลุยช่วย “กันตวรรณ”ที่ จ.พังงา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรค ปชป.และ น.ส.จิตภัสร์ ตั๊น กฤดากร รองเลขาธิการและผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชป.ลงพื้นที่ในเขตเทศบาลเมืองพังงา โรงเรียนบ้านกระโสม โรงเรียนบ้านบางจัน และตลาดโคกกลอย หาเสียงช่วยนางกันตวรรณ ตันเถียร กุลจรรยาวิวัฒน์ ผู้สมัคร ส.ส.พังงา เขต 1 นายอภิสิทธิ์กล่าวว่าเชื่อว่าประชาชนเห็นการทำงานของนางกันตวรรณ ขอให้เลือกพรรคและนักการเมืองซื่อสัตย์สุจริตอย่างที่พรรค ปชป.ยึดมาตลอด ด้าน น.ส.จิตภัสร์กล่าวว่า นางกันตวรรณทำงานมากว่า 22 ปี เป็น ส.ส. 5 สมัย ได้คะแนนเลือกตั้งสูงที่สุดในประเทศเมื่อปี 54 พูดจริงทำจริง ขณะนี้บางจังหวัดภาคใต้ ซื้อสิทธิขายเสียงรุนแรง กกต.ต้องเข้าตรวจสอบดูแลเชิงรุกเพื่อสร้างความเชื่อมั่น ขอให้ประชาชนช่วยกันต่อต้านการทุจริต ไม่ขายสิทธิ พรรคการเมืองไม่โกง มั่นใจชาวพังงามีศักดิ์ศรี กาพรรค ปชป.ทั้ง 2 ใบ“สุชาติ” ท้าเหยงเผาตำราโพลนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวถึงสถานการณ์ในพื้นที่ จ.ชลบุรี ว่า สงสัยว่าผลโพลแต่ละสำนักที่ออกมาไม่รู้ว่าไปทำกับฐานเสียงกลุ่มใด มุมใด แต่สุดท้ายวันที่ 14 พ.ค.จะเป็นผลพิสูจน์ ถ้าตนและพรรคนำพาผู้สมัครเข้ามาได้มากกว่าโพลหลายเท่า ที่บางโพลบอกไม่ได้ ส.ส.ชลบุรีเลย คงต้องเผาตำราโพลทิ้ง คงใช้ไม่ได้อีกต่อไป หรือคงต้องหาสำนักโพลใหม่หรือเปลี่ยนชื่อใหม่กัน เมื่อถามว่านายทักษิณประกาศจะกลับบ้านมาเลี้ยงหลาน นายสุชาติตอบว่า ถือเป็นเรื่องส่วนตัวของนายทักษิณ ท่านคงมั่นใจพรรคเพื่อไทยจะได้ ขอให้ประชาชนทั้งประเทศตัดสินใจว่าต้องการแบบใด “ปรีชา” นำทีมโวย รทสช.ลอยแพเมื่อเวลา 10.00 น. ที่พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข ผู้สมัคร ส.ส.เลย เขต 1 นำผู้สมัคร ส.ส.ในพื้นที่ภาคเหนือและภาคอีสานนับ 10 คน มารวมตัวกันที่บริเวณลานหน้าที่ทำการพรรค นายปรีชากล่าวว่า มาเรียกร้องให้นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค กับนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรค ดูแลตามที่สัญญากันไว้ตามกฎหมายเลือกตั้ง เพราะไม่มีทั้งเงินค่าน้ำมันรถตระเวนหาเสียง และค่าป้ายหาเสียง ที่ผ่านมาติดต่อแกนนำพรรคไม่ได้เลย โดยเฉพาะเลขาธิการพรรค ส่งไลน์ก็ไม่อ่าน สุดท้ายถูกพรรคลอยแพ ผู้สมัครหลายคนใจไม่ถึงไม่กล้าโวย ตนพวกเดนตายไม่กลัวเลยมาเป็นตัวแทน ยืนยันยังสู้ ไม่ต้องทำการทำลายใครแต่อึดอัดใจ ทั้งนี้ ระหว่างที่นายปรีชากำลังให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน นายหิมาลัย ผิวพรรณ หรือ เสธ.หิ ผู้ประสานงานพรรค รทสช. เดินฝ่ามาสอบถามกลางวง และนำไปแจ้งให้ผู้ใหญ่ในพรรคทราบ“เสธ.หิ” สวนเน้นสุจริตไม่ใช้เงินนายหิมาลัยกล่าวว่า ได้รับมอบหมายให้มารับฟังข้อเรียกร้องไปแจ้งต่อผู้ใหญ่ในพรรค เราเป็นพรรคมีอุดมการณ์ เงินบริจาคที่ได้มาต้องนำไปใช้ทำกิจกรรมอย่างประหยัด และระมัดระวัง เราไม่สนับสนุนซื้อสิทธิขายเสียง หาเสียงด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ตามกติกา กกต.และรัฐธรรมนูญ ไม่จำเป็นต้องใช้งบฯจำนวนมาก พรรคไม่ใช่สถาบันทางการเงินสนับสนุนการลงทุนให้ผู้สมัคร ผู้ที่เสนอตัวมารับใช้พ่อแม่พี่น้องควรเป็นผู้ที่มีความพร้อมในทุกๆด้าน เรื่องงบฯควรทราบว่าผู้สมัครควรบริหารงบฯให้อยู่ในกรอบที่ตัวเองรับได้ และไม่เดือดร้อน เพราะพรรคไม่มีกิจกรรมอื่นใดที่ไปเรียกรับผลประโยชน์จากกลุ่มทุนต่างๆ“ธนกร” บี้ประธานภาคสางปัญหาขณะที่นายธนกร วังบุญคงชนะ รองหัวหน้าพรรค รทสช. กล่าวว่า กรณีนายปรีชาออกมาตัดพ้อพรรคไม่ดูแลผู้สมัครในช่วงหาเสียง ยอมรับว่าอาจมีปัญหาบ้าง แต่ประธานแต่ละภาคต้องไปทำความเข้าใจ ปัญหามันไม่ควรเกิดขึ้น ความจริงพรรคดูแลตามที่กฎหมายกำหนดอยู่แล้ว ตอนนี้ควรมุ่งหาเสียงกันดีกว่า“แรมโบ้” โบ้ยไม่ได้ดีลกับ “ปรีชา”ด้านนายเสกสกล อัตถาวงศ์ รองหัวหน้าพรรค รทสช. ดูแลพื้นที่ภาคอีสาน กล่าวว่า พรรคให้เงินผู้สมัครตามกฎหมาย ไม่ได้รับปากว่าจะให้ใครเท่าไหร่ ไม่ทราบว่านายปรีชาไปตกลงกับใครแต่ไม่ใช่ตน ไม่ได้ประสานกันโดยตรง คนที่ทำให้พรรคเสียหาย หรือมีผลกระทบต่อพรรค ต้องตั้งคณะกรรมการพิจารณาตามขั้นตอน คิดว่าไม่มีผลกระทบอะไร เป็นความรู้สึกส่วนบุคคล คนในพรรคส่วนใหญ่ยังเดินหน้าสู้ให้ถึงวันเลือกตั้ง เป็นเพียงแค่บางคนที่ไม่ได้ดั่งใจไม่พอใจ และพรรคไม่มีนโยบายใช้เงินซื้อเสียง ค่าใช้จ่าย ค่าป้าย ค่าหาเสียง เราดูแลทุกคนจี้ กกต.สอยผู้สมัครถือหุ้นผิด ก.ม.นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ ผู้สมัคร ส.ส.นครนายก เขต 2 พรรค ปชป. เปิดเผยว่า หลังจากศาลฎีกามีคำพิพากษาสั่งให้ กกต.เขต 2 นครนายก คืนสิทธิผู้สมัคร ส.ส.แล้ว ได้เร่งลงพื้นที่ทุกวันเช้ายันค่ำเพราะเว้นวรรคหาเสียงไป 19 วัน ชาวบ้านเข้าใจดีว่าถูกกลั่นแกล้งเตะตัดขา กลายเป็นกระแสปากต่อปากช่วยเซฟตนเอาไว้ใช้งานเป็นปากเป็นเสียงในสภา พลิกวิกฤติเป็นโอกาส สร้างกำลังใจไม่ย่อท้อ ทั้งนี้ ระหว่างเดินหาเสียงได้ข่าวว่าจะมีการทุจริตเลือกตั้ง โดยวันที่ 10 พ.ค. เวลา 10.30 น.จะไปยื่นร้อง กกต.กลาง เพราะไม่ไว้ใจ กกต.จังหวัดนครนายก พร้อมทวงคำตอบกรณีที่เคยร้องสอบผู้สมัคร ส.ส.ทั้ง 2 ระบบ 129 คน มีผู้ใดบ้างที่ถือหุ้นสื่อเข้าข่ายผิดกฎหมาย “ศรีฯ” ร้องสอบร้านค้าเอื้อส้มจี๊ดที่สำนักงาน กกต.นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการ สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญ เข้ายื่นเรื่องให้กกต.ไต่สวนกรณีโค้ดบัตรส่วนลดของกิจการร้านค้าบางแห่งที่มอบให้กับลูกค้าซื้อสินค้าและบางแห่งในสลิปจ่ายเงิน ปรากฏข้อความการช่วยหาเสียงให้กับพรรคการเมืองหนึ่ง นายศรีสุวรรณกล่าวว่า การที่มีผู้ทำบัตรลดแลกแจกแถมให้กับพรรคการเมืองสีส้ม จะเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 73 (1) และ (5) ตามพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.หรือไม่ และพบว่า มีสถานบริการ กิจการขายของพิมพ์ข้อความลงในใบเสร็จรับเงินของร้านว่า วันที่ 14 พ.ค. ขอให้ช่วยไปกาเบอร์พรรคสีส้ม ช่วยหาเสียงโดยชัดเจน กรณีดังกล่าวต้องถือว่าเป็นค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง หลังเลือกตั้งต้องรายงานค่าใช้จ่ายต่อ กกต.ภายใน 90 วัน หากไม่นำหลักฐานมาชี้แจง หัวหน้าพรรคจะผิดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง มีโทษปรับ 20,000-100,000 บาท จำคุก 1-10 ปี และอาจต้องเว้นวรรคทางการเมืองอย่างน้อย 20 ปีฟ้อง “ชูวิทย์” มุ่งตัดแต้ม ภท.ที่ศาลอาญา นายกมล ศรีสวัสดิ์ ทนายความ ได้รับมอบอำนาจจากนายศุภชัย ใจสมุทร นายทะเบียนพรรค ภท.เข้ายื่นฟ้องนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ในความผิดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 73 และฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา ภายหลังยื่นฟ้องนายกมลเปิดเผยว่าฟ้องนายชูวิทย์ฐานจูงใจผู้มีสิทธิเลือกตั้งทำให้คะแนน นิยมของพรรค ภท.ลดลง เป็นไปในทางลบ ที่ลานกีฬาสนามไทยญี่ปุ่น-ดินแดง และเป็นการหมิ่น ประมาทโดยการโฆษณา โดยไม่ได้เรียกร้องค่าเสียหาย เพียงแต่อยากให้ถูกลงโทษตามกฎหมาย ศาลรับคำฟ้องไว้ไต่สวนมูลฟ้อง เป็นคดีหมายเลขดำ อ.1225/2566 ในวันที่ 26 มิ.ย.“บิ๊กตู่” หงอย ครม.ลา 14 คนรวดเมื่อเวลา 09.00 น. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถือเป็นการประชุมครั้งสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้ง วันที่ 14 พ.ค. บรรยากาศเป็นไปอย่างเงียบเหงา มีรัฐมนตรีลาถึง 14 คน ได้แก่ 1.พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และหัวหน้าพรรคพปชร.ที่มีกำหนดไปปราศรัยหาเสียงที่ จ.สงขลา 2.นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกฯ และ รมว. ต่างประเทศ 3.นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ 4.นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม 5.น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ 6.นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา 7.นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ 8.น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรฯ 9.นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรฯ 10.นายสุนทร ปานแสงทอง รมช.เกษตรฯ 11.นายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย 12.นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข 13.นายสินิตย์ เลิศไกร รมช.พาณิชย์ และ 14.นายนริศ ขำนุรักษ์ รมช.มหาดไทย