พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯร่วมงานเลี้ยงพระประมุข ประมุขและผู้แทนประเทศต่างๆที่จัดขึ้น ณ พระราชวังบั๊กกิ้งแฮม มหานครลอนดอน ตามคำทูลเชิญ ขณะที่พสกนิกรสหราชอาณาจักรและผู้คนจากหลายชาติทั่วโลกแห่กันมา ตั้งเต็นท์ค้างแรมเพื่อจับจองพื้นที่หน้าพระราชวังและ ตลอดเส้นทางเสด็จฯ “คิงชาร์ลส์ที่ 3” จนเกิดปรากฏ การณ์ “คิง ชาร์ลส์ แคมป์” ของผู้อยากร่วมเป็นส่วนหนึ่ง ในพระราชพิธีประวัติศาสตร์ราชวงศ์อังกฤษและดื่ม ถวายพระพรล่วงหน้า ขณะเดียวกันกษัตริย์และสมเด็จ พระราชินีพระองค์ใหม่ทรงบันทึกพระสุรเสียงอวยพร ประชาชนบนรถไฟฟ้าทั่วอังกฤษพสกนิกรสหราชอาณาจักรและผู้คนในหลายประเทศทั่วโลกตื่นเต้นและตั้งตารอพระราชพิธีบรมราชาภิเษกครั้งประวัติศาสตร์ของสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ที่จัดขึ้นเพื่อเริ่มรัชสมัยของกษัตริย์พระองค์ใหม่แห่งอังกฤษอย่างเป็นทางการ ตามแบบ แผนของราชพิธีโบราณที่สืบทอดมานานนับพันปี เมื่อวันที่ 5 พ.ค. สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ที่ใจกลางมหานครลอนดอน สหราชอาณาจักร ได้ เกิดปรากฏการณ์ “คิง ชาร์ลส์ แคมป์” ขึ้นเมื่อเหล่า ประชาชนทุกเพศวัยทุกสาขาอาชีพจากทั่วโลก ทั้ง ชาวอังกฤษ สหรัฐฯ แคนาดา ออสเตรเลีย และนิวซี แลนด์ ฯลฯ หลั่งไหลกันมาตั้งเต็นท์ปักหลักพักค้างแรม จับจองพื้นที่เข้าร่วมในพระราชพิธีราชาภิเษกสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ที่จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 6 พ.ค. ส่งผลให้ตลอด 2 ฝั่งของถนนเดอะมอลล์ ซึ่งเป็นเส้นทางเสด็จพระราชดำเนินจากพระราชวังบั๊กกิ้งแฮม ผ่านสวนเซนต์เจมส์ ผ่านซุ้มแอดไมรัลทีอาร์ค สู่จัตุรัสทราฟัลการ์ ก่อนจะเลี้ยวขวาเข้าถนนไวต์ฮอลล์ ถนนรัฐสภา สู่มหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ คลาคล่ำไปด้วยเต็นท์หลากสีสันของผู้ที่อยากชื่นชมพระบารมี “คิง ชาร์ลส์ ที่ 3” รวมทั้งสัมผัสความยิ่งใหญ่ของประวัติศาสตร์ราชวงศ์อังกฤษ สำหรับบรรยากาศ “คิง ชาร์ลส์ แคมป์” ยังเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความชื่นมื่น นอกจากจะมีเสียงเพลงแนวโมทาวน์ โซล ดิสโก้ ขับกล่อม พสกนิกรบางกลุ่มดื่มฉลองถวายพระพรล่วงหน้ากันด้วยเครื่องดื่มเพิ่มความอบอุ่นร่างกาย อาทิ จิน แชมเปญ ไปจนถึงวิสกี้ ขณะเดียวกัน ประชาชนที่สัญจรไปมาด้วยรถไฟและรถไฟใต้ดินในช่วงระหว่างวันที่ 5-8 พ.ค.ต่างอมยิ้มเมื่อได้ฟังเสียงประกาศต้อนรับผู้โดยสารด้วยข้อความพิเศษ จากสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ซึ่งทางเจ้าหน้าที่นำมาเผยแพร่ พระองค์ตรัสว่า “พระราชินีและข้าพเจ้าขอให้ท่านทั้งหลายและครอบครัวมีความสุขในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์พิธีบรมราชาภิเษก” ตามด้วยคำอวยพรจากสมเด็จพระราชินีคามิลลาที่ตรัสว่า “ไม่ว่าจะเดินทางไปที่ใด ข้าพเจ้าหวังว่าท่านจะเดินทางอย่างปลอดภัยและมีความสุข” จากนั้นสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ตรัสปิดท้ายด้วยวลีคุ้นหูว่า “ขอให้ระลึกเสมอว่า โปรดระวังช่องว่างระหว่างขบวนรถไฟกับชานชาลาด้วย”เจคเกอลีน สตาร์ หัวหน้าผู้บริหารของเรล เดลิเวอรี กรุ๊ป ตัวแทนของอุตสาหกรรมรถไฟของสหราชอาณาจักร เผยว่า เป็นเรื่องมหัศจรรย์ที่กษัตริย์และสมเด็จพระราชินีทรงเป็นส่วนหนึ่งของช่วงเวลาแห่งประวัติศาสตร์นี้ สำหรับสื่อเสียงที่นำมาเผยแพร่ ทีมเสียงจากองค์การการคมนาคมสำหรับลอนดอน เดินทางไปบันทึกพระสุรเสียงของพระองค์และสมเด็จพระราชินี ที่พระตำหนักไฮโกรฟ มณฑลกลอสเตอร์เชียร์ ไว้ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา เพื่อร่วมเฉลิมฉลองช่วงเวลาพิเศษ ซึ่งจะใช้ประกาศทั่วสถานีรถไฟ 2,570 สถานีทั่วประเทศ และรถไฟใต้ดิน 270 สถานี ในกรุงลอนดอน วันเดียวกัน นสพ.เดลีเมล ของอังกฤษ รายงานว่า สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 สมเด็จพระราชินีคามิลลา และเจ้าชายวิลเลียม เจ้าชายแห่งเวลส์ องค์รัชทายาท เสด็จฯมายังมหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ เพื่อทรงซ้อมขั้นตอนพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเพิ่มเติม ก่อนพระราชพิธีจะเริ่ม นอกจากนี้ยังมีรายงานจากเว็บไซต์ของนิตยสารแทตเลอร์ ระบุว่า พระองค์จะทรงเป็นเจ้าภาพงานเลี้ยงอาหารกลางวันสำหรับผู้สำเร็จราชการ ราชอาณาจักรเครือจักรภพ และนายกรัฐมนตรี โดยมีสมาชิกราชวงศ์เสด็จในการนี้ด้วย อาทิ เจ้าชายวิลเลียม และพระชายา เจ้าชายและเจ้าหญิงแห่งเวลส์ เจ้าหญิงแอนน์ พระราชกุมารี เจ้าชายเอ็ดเวิร์ดและพระชายา โซฟี ดยุกและดัชเชสแห่งเอดินเบอระ จากนั้น สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 จะทรงโปรดเกล้าฯให้หัวหน้ารัฐบาลเครือจักรภพเข้าเฝ้าที่มาร์ลโบโรห์ เฮาส์ ที่ตั้งของสำนักเลขาธิการเครือจักรภพในลอนดอนด้านสื่ออังกฤษรายงานว่า ในช่วงเย็น สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 และพระราชินีเสด็จฯไปร่วมงานเลี้ยงพระกระยาหารค่ำรับรองพระราชวงศ์จากต่างแดน ณ พระราชวังบั๊กกิ้งแฮม แม้ว่าที่ผ่านมาสำนักพระราชวังบั๊กกิ้งแฮมไม่เปิดเผยรายละเอียดต่อสาธารณะ แต่มีการยืนยันว่า จะมีผู้แทนจากพระราชวงศ์ยุโรป 9 ประเทศและจากประเทศต่างๆเข้าร่วม อาทิ เจ้าหญิงเบียทริกซ์ อดีตสมเด็จพระราชินีนาถแห่งเนเธอร์แลนด์ และเจ้าหญิงแคทารีนา-อามาเลีย มกุฎราชกุมารีแห่งเนเธอร์แลนด์ ร่วมด้วย สมเด็จพระราชาธิบดีอับดุลลาห์ที่ 2 และสมเด็จพระราชินีราเนียแห่งจอร์แดน นอกจากนี้ยังมีสมเด็จพระราชา ธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก และสมเด็จพระราชินีเจตซุน เพมา วังชุก แห่งราชอาณาจักรภูฏาน เจ้าชายอากิชิโนะ มกุฎราชกุมารแห่งญี่ปุ่น และมกุฎราชกุมารีกิโกะ มกุฎราชกุมารีแห่งญี่ปุ่น เป็นต้นโอกาสนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯจากโรงแรมที่ประทับ เพื่อทรงเข้าร่วมงานเลี้ยงพระกระยาหารค่ำ รับรองพระราชวงศ์จากต่างแดน ณ พระราชวังบั๊กกิ้งแฮม ตามคำทูลเชิญของสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ทั้งนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จ พระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯถึงท่าอากาศยานลอนดอน สแตนสเต็ด เมื่อวันที่ 4 พ.ค.ที่ผ่านมา ประทับ ณ โรงแรมเดอะแลนด์มาร์ก ลอนดอน เพื่อทรงร่วมงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 และสมเด็จพระราชินีคามิลลา ณ มหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ ในวันที่ 6 พ.ค. นสพ.เดลีเมลของอังกฤษรายงานด้วยว่า เจ้าชายแฮร์รี ดยุกแห่งซัสเซ็กซ์ เสด็จฯโดยเครื่องบินเจ็ตส่วนพระองค์จากสนามบินแวนนายส์ ในรัฐแคลิ ฟอร์เนีย สหรัฐฯ ถึงสนามบินในเมืองฟาร์นโบโรห์ ซึ่งอยู่ใกล้ปราสาทวินด์เซอร์ ขณะที่เมแกน มาร์เคิล พระชายา เจ้าชายอาร์ชี และเจ้าหญิงลิลีเบต พระโอรสและพระธิดายังคงพำนักอยู่ที่สหรัฐฯ คาดว่าพระองค์จะประทับค้างคืนที่ตำหนักฟร็อกมอร์ คอทเทจ ก่อนเสด็จเข้าร่วมในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ทั้งนี้สื่ออังกฤษคาดเดากันว่าพระองค์จะไม่มีบทบาทอย่างเป็นทางการและอาจประทับห่างจากเจ้าชายวิลเลียม พระเชษฐา และสมาชิกราชวงศ์พระองค์อื่นๆที่ทรงงานให้พระราชวงศ์ อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้มีรายงานว่าเจ้าชายแฮร์รีมีพระประสงค์จะเสด็จกลับแคลิฟอร์เนียทันทีหลังพระราชพิธีประวัติศาสตร์สิ้นสุดลงในช่วงบ่าย เนื่องจากตรงกับวันคล้ายวันประสูติของเจ้าชายอาร์ชีครบ 4 พรรษาในวันเดียวกันอีกด้านหนึ่งมีรายงานข่าวถึงการตกแต่งประดับ ประดาภายในมหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ สถานที่จัดงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก วันที่ 6 พ.ค.ว่า สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 และสมเด็จพระราชินีคามิลลา ทรงเลือกดอกไม้ ใบไม้ และต้นไม้พื้นเมืองที่ปลูกและเติบโตได้ในทุกมุมของประเทศกว่า 120 ชนิด ด้วยพระองค์เอง ทั้งหมดล้วนเป็นต้นไม้ดอกไม้ที่สองพระองค์ทรงโปรดปราน เช่น ดอกสายน้ำผึ้ง ทิวลิป มะลิ รานังคิวลัส และดอกอะควิลีเจีย สัญลักษณ์ของพระวิญญาณบริสุทธิ์ รวมถึงใบโรสแมรี ต้นเบิร์ช เบย์และเฮเซล และเป็นผลผลิตจากองค์กรไม่แสวงผลกำไรที่สนับสนุนผู้ปลูกไม้ตัดดอกที่เรียกว่า “ดอกไม้โดยสมาคมพืชสวนในพระบรมราชูปถัมภ์แห่งราชวงศ์อังกฤษ” (Flower from the Farm Royal Horticultural Society) เมื่อเสร็จสิ้นพระราชพิธีแล้วจะมีการบริจาคให้กับองค์กรการกุศล ฟลอรัล แอนเจิลส์ ที่สมเด็จพระราชินีคามิลลาทรงเป็นองค์อุปถัมภ์ เพื่อดัดแปลงเป็นช่อดอกไม้นำไปแจกตามบ้านพักคนชรา บ้านพักรับรอง และชุมชนที่อยู่อาศัยต่างๆ