ยืนยันได้ตั้งแต่บรรทัดแรกนี้เลยว่า “เมจิ-ภัทรานิษฐ์ เภตุริยาเวทย์” วัย 40 ปีจากอุดรธานี เป็นหนึ่งใน “นักร้องหญิงไทย” ที่ “มิราเคิล-มหัศจรรย์” ที่สุด เท่าที่แผ่นดินไทยนี้เคยมีนักร้องผู้หญิงมาเลยทีเดียวเธอเคยเป็นนักร้องชนะเลิศเวทีศาลาเฉลิมกรุงในปี 2546 เป็นนักร้องยอดเยี่ยมแห่งประเทศไทย ถ้วยพระราชทาน เคพีเอ็น อวอร์ด ในปี 2548 แล้วมาช็อกกะทันหันด้วยอาการ “เสียงดับ” เส้นเสียงหย่อนย่อยยับไปข้างหนึ่งมีอาการทรมานข้างเคียงเกิดขึ้นสารพัดสารพันในกายหยาบ เหลือเพียง “กายละเอียด” ฝืนสู้ต่อ จนร่างกายจริงและเส้นเสียงจังค่อยๆคลี่คลายฟื้นฟูขึ้นมาทีละน้อยเธอจึงลุกก้าวขึ้นมาเป็น “ครูสอนร้องเพลงอิสระ” ให้กับเด็กๆ สอนร้องเพลงไทย, เพลงวัยรุ่น, เพลงสากล กระทั่งเพลงแร็ป จนเด็กๆพากันถามไถ่ถองบ่นว่า ไม่เห็นครูร้องเพลงให้ฟังบ้างเลยเสียงบ่นครวญจากเหล่าศิษย์ “กระทุ้งกระแทกแฉลกฝัน” กระชากความเชื่อมั่น เดินทางกลับคืนมา “เผชิญหน้าผจญเพลง” อีกครั้งหนึ่ง แต่อย่างระมัดระวังและยังหวาดหวั่นวิตกกลัวเต็มหัวใจหากแต่เธอก้าวขึ้นไปบนเวทีเพลงเพราะด้วยจิตใจและอารมณ์แจ่มจ้าเบิกบานสุนทรีย์รมย์ เธอเลือกเพลง “เสน่หา” ของ “ครูสุเทพ วงศ์กำแหง” มาออดเอื้อนเอ่ยโอษฐ์ได้บรรเจิดจับจิตอะไรฤาใครจะครวญคร่ำได้ไพเราะล้ำฉ่ำกล้ากระจ่างได้ถึงเพียงนี้กันเล่า เธอช่างมี “ทิพยสำเนียง” แก้วเสียงสว่างล้ำกรีดก่ำเนื้อคำแต่ละถ้อยทำนองเพลงได้จับขั้วหัวใจเป็นยิ่งนักแล้ว 2 พิธีกร “เกลือ–คริส” ก็กระโดดถลามาจากหลังเวทีทันใด ทุบกระทั้น “ปุ่มทอง” ให้กับ “มิราเคิลเมจิ” ณ ฉับพลันทันใด...“ถ้วยพระราชทาน” ใบที่ 2 ของชีวิต วิบวับวาบไหวเรืองรองรออยู่ไม่ไกลแล้ว ณ เบื้องหน้านี้เอง.“ดร.ศาสตร์ธนิก จุลมณี”‘‘แจ๋วริมจอ’’jaewrimjor@gmail.com