ชื่อดูจะทำให้อารมณ์ดี เพราะเรียกว่า “ก๊าซหัวเราะ” แต่จริงๆ แล้วอาจทำให้คุณหัวเราะไม่ออก ล่าสุด นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ หัวหน้าโรคระบบทางเดินหายใจ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ บอกว่า วัยรุ่นไทยจำนวนมากใช้ก๊าซหัวเราะมานานหลายปีแล้ว ไม่ใช่แค่ที่เป็นข่าวช่วงนี้ และเราอาจจะได้เห็นโรคอุบัติใหม่ของวัยรุ่นไทยในไม่ช้า“วัยรุ่น ผู้ปกครอง ครู อาจารย์ แม้แต่แพทย์เองก็ยังรู้เรื่องนี้น้อยมาก เพราะเป็นโรคอุบัติใหม่ ไม่เคยเห็นมาก่อน ผลจากการสูดดมก๊าซหัวเราะต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะเห็นผลข้างเคียง ทั้งเรื่องไขสันหลัง ปลายประสาทเสื่อม” คุณหมอมนูญบอกและว่า ควรมีการสื่อสารเรื่องนี้ออกไปในวงกว้าง ก่อนที่วัยรุ่นไทยจำนวนมากจะพิการและทุพพลภาพตลอดชีวิต สำหรับก๊าซหัวเราะ ในทางวิทยาศาสตร์ คือ แก๊สไนตรัสออกไซด์ (Nitrous oxide) เรียกย่อๆว่า Nitrous ในต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา ไนตรัสออกไซด์จะถูกนำมาใช้งานทางการแพทย์ อย่างเช่น การทำทันตกรรมหรือการผ่าตัด เพื่อระงับความรู้สึกหรือทำให้ผู้ป่วยผ่อนคลายในระหว่างการทำหัตถการหรือการผ่าตัดดร.ท็อดด์ เอเดอร์ ทันตแพทย์ประจำ Brownsburg Family Dental บอกว่า ยาระงับประสาทไนตรัสออกไซด์จะช่วยให้ผ่อนคลายในระหว่างการนัดหมายทางทันตกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ป่วยอายุ 3-12 ปี การให้ผู้ป่วยสูดดมไนตรัสออกไซด์ ซึ่งนอกจากจะเป็นวิธีที่ง่ายไม่เจ็บปวด ยังเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่ช่วยป้องกันประสบการณ์ด้านทันตกรรมที่ไม่ดีสำหรับเด็กๆด้วย นั่นคือข้อดีของก๊าซหัวเราะที่ต้องมีมาตรฐานในการใช้อย่างถูกต้อง แต่หากนำไปใช้ผิดที่ ผิดทางหรือไม่ถูกต้อง ก๊าซนี้ไม่ต่างอะไรกับยาเสพติดชนิดสารระเหย (Inhalant) ที่มีฤทธิ์ในการกดระบบประสาทส่วนกลาง ซึ่งหมายความว่าแก๊สชนิดนี้จะชะลอการทำงานของสมอง รวมไปถึงระบบหายใจและการทำงานของหัวใจในเชิงพาณิชย์มีการใช้ไนตรัสออกไซด์ในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร เช่น ในกระป๋องวิปป์ครีม และกลุ่มอุตสาหกรรมรถยนต์ก็มีการนำไนตรัสออกไซด์มาใช้เพื่อเพิ่มสมรรถนะของเครื่องยนต์ และบรรจุในถุงลมนิรภัย เป็นต้นสำหรับการนำไนตรัสออกไซด์ไปใช้แบบ “ผิดประเภท” เช่น เพื่อนันทนาการ หรือเพื่อความบันเทิง จนกลายเป็นความเมา เคลิบเคลิ้ม เป็น “ยาเฉพาะกลุ่ม” ที่ได้รับความนิยมมานาน โดยเฉพาะในสองสามปีที่ผ่านมานี้เทรนด์การใช้ก๊าซหัวเราะได้กลับมาอีกครั้งหนึ่งในหลายประเทศทั่วโลกในประเทศอังกฤษ ไนตรัสออกไซด์ หรือ ก๊าซหัวเราะ เป็นสิ่งเสพติดที่ได้รับความนิยมมากที่สุดเป็นอันดับสองในกลุ่มวัย 16-24 ปี รองลงมาจากกัญชา จนทำให้มีรายงานว่ารัฐบาลอังกฤษกำลังพิจารณาจะทำให้การมีไนตรัสออกไซด์ในครอบครองเป็นเรื่องผิดกฎหมาย สำหรับในประเทศไทยก็มีรายงานข่าวถึงความนิยมในก๊าซหัวเราะที่เพิ่มสูงขึ้นในบางกลุ่ม อย่างเช่นกลุ่มนักเรียนระดับไฮสกูลของโรงเรียนอินเตอร์ในกรุงเทพฯ ที่นิยมใช้เป็นสิ่งบันเทิงสำคัญในงานปาร์ตี้ นอกจากนี้ จากข้อมูลของแผนกแรกรับของศูนย์บำบัดยาเสพติด เอกชน เดอะดอว์น ยังมีกลุ่มที่เป็นกลุ่มคนไทยฐานะดี อายุตั้งแต่ 20 ถึง 40 ปี ที่เปลี่ยนจากการใช้ก๊าซหัวเราะเป็นครั้งคราว มาเป็นผู้ใช้ประจำโดยเฉพาะในช่วงล็อกดาวน์ที่ผ่านมาการสูดดมไนตรัสออกไซด์จะทำให้เกิดความรู้สึกเคลิบเคลิ้มเป็นสุขอย่างรวดเร็ว และรู้สึกเหมือนล่องลอยหรือสนุกสนาน โดยผลที่เกิดขึ้นในทันทีก็ได้แก่ความรู้สึก “ตื่นเต้น” หรือ “เคลิบเคลิ้ม” ความรู้สึกครึ้มอกครึ้มใจหัวเราะคิกคัก สนุกสนาน อาการชาทั่วร่าง รู้สึกสงบ รู้สึกมึนเมา หัวเราะแบบควบคุมไม่ได้ ซึ่งนั่นทำให้คนที่ใช้ก๊าซชนิดนี้รู้สึกเคลิบเคลิ้มจนกลายเป็นเสพติด ขณะที่ผลอีกด้านจะทำให้เกิดอาการเสียงพูดแตกพร่า ผิดเพี้ยน สายตาพร่าเลือน สับสน มึนงงหรือเวียนศีรษะ เหงื่อออก เหนื่อยหรืออ่อนเพลียกว่าปกติ และหากสูดดมไนตรัสออไซด์ในปริมาณมาก อาจทำให้ความดันเลือดลดลง เป็นลม หัวใจวาย นอกจากนี้ การสูดดมไนตรัสออกไซด์ในปริมาณมากยังอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ เนื่องจากบางครั้งอาจทำให้ได้รับออกซิเจนไม่พอเพียงในขณะสูดดม ซึ่งเรียกกันว่าภาวะพร่องออกซิเจน (Hypoxia) หรือภาวะที่ร่างกายมีระดับออกซิเจนในเนื้อเยื่อตำกว่าเกณฑ์มาตรฐานผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายในระยะยาวจากการใช้ก๊าสชนิดนี้อย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน หรือบ่อยๆ เช่น ใช้มากกว่าสัปดาห์ละครั้ง สามารถทำให้เกิดผลข้างเคียงทั้งร่างกายและจิตใจ เช่น เกิดภาวะขาดวิตามินบี 12 ที่เป็นสาเหตุให้สมองและเส้นประสาทเสียหาย โลหิตจาง กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ มือเท้าชา เกิดอาการเกร็งกระตุกของแขนขา หากใช้ในระหว่างตั้งครรภ์ ทารกจะเสี่ยงต่อความผิดปกติโดยกำเนิด ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ รบกวนการทำงานของระบบสืบพันธุ์ มีเสียงแว่วในหู ฯลฯ ส่วนผลข้างเคียงทางจิตใจ อาจทำให้เกิด ภาวะซึมเศร้า ปัญหาสุขภาพจิตรุนแรงได้.