กกต.ติวเข้มเครือข่ายสื่อมวลชนเตรียมรับมือหย่อนบัตร เลือกตั้ง 14 พ.ค. “แสวง” เผยตั้งเป้าคนไทยแห่ใช้สิทธิ 80 เปอร์เซ็นต์ ยันรู้ผลเร็วขึ้นแน่ หลังปิดหีบไม่เกิน 4 ทุ่มรู้ผล คะแนนไม่เป็นทางการครบร้อยเปอร์เซ็นต์จับมือบริษัทไปรษณีย์ไทยขนบัตรปลอดภัย 14 เม.ย. ดีเดย์ส่งไปนอกราชอาณาจักร ให้ พท.แจง 3 เงื่อนไขแจกเงิน 1 หมื่นใส่กระเป๋าเงินดิจิทัล ทำขึงขังถ้าไม่มี ข้อมูลนี้เจอข้อหาหลอกลวงผิด ก.ม.เลือกตั้ง “โรม” บี้ยืดเวลาลงทะเบียนใช้สิทธิล่วงหน้าถึงสงกรานต์ “ศรี” ยื่นสอบ “พท.-เศรษฐา” คาใจเอื้อเครือข่าย ธุรกิจของตัวเอง “เกียรติ” ซัดแก้ปัญหาไม่ตรงจุด จับตาหมกเม็ดเอื้ออุตสาหกรรมในครอบครัว โยงบริษัท ซื้อขายสกุลเงินดิจิทัล ปชป.ตีปี๊บอัดเงิน 1 ล้านล้าน ฟื้นเศรษฐกิจ “พิสิฐ” โอ่ดันจีดีพีโตเกิน 5 เปอร์เซ็นต์ “ไพบูลย์” ประกาศ พปชร.ไม่จับมือ พท.-ก.ก. อ้างนโยบายไปกันไม่ได้ “ธรรมนัส” ขวางทันควันแค่ ความเห็นส่วนตัว “เสี่ยนิด” โต้ลั่นไม่เคยเป็นนอมินีใครสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เตรียมพร้อมรับมือการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในวันที่ 14 พ.ค.66 โดยนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.ยืนยันว่าจะสามารถประกาศผลการลงคะแนนเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ 100 เปอร์เซ็นต์ได้ภายในเวลา 22.00 น. วันที่ 14 พ.ค.พร้อมยืนยันไม่ใช้แอปพลิเคชันรายงานผลการเลือกตั้งกกต.ยันไม่ใช้แอปฯรายงานผล ลต.เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 10 เม.ย.ที่โรงแรมทีเค.พาเลช แอนด์ คอนเวนชั่น ถนนแจ้งวัฒนะ สำนักงาน กกต.จัดสัมมนาเสริมสร้างความรู้และความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายสื่อมวลชนในการเลือกตั้ง ส.ส.เป็นการทั่วไป มีผู้เข้าร่วมสัมมนา อาทิ สื่อโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ สำนักงานข่าวต่างประเทศ สื่อออนไลน์ สื่อวิทยุ และเครือข่ายสำนักงาน กกต. มีนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.เป็นประธานกล่าวเปิดงานสัมมนาตอนหนึ่งว่า ความสับสนของประชาชนไม่ได้เกิดจากสื่อมวลชนนำเสนอ แต่ฝากว่าคนที่จะไปออกรายการก่อนไปขอให้ศึกษากฎหมาย บางท่านเป็นคนที่ประชาชนรู้จักดี แต่การให้ความเห็นไม่ได้ดูกฎหมายเลย เลือกตั้งคือการใช้กฎหมายเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ ส่วนการรายงานผลมีทั้งแบบเป็นทางการและไม่เป็นทางการ ครั้งนี้เป็นแบบเรียลไทม์ แต่ไม่ได้ใช้แอปพลิเคชัน เมื่อได้รับผลจากการรวมคะแนนจะเอาผล 5/18 ไปปิดประกาศหน้าหน่วยและนำคะแนนเข้าระบบ ทราบคะแนนประมาณ 19.00 น. และไม่เกินเวลา 22.00 น. ทราบผลร้อยเปอร์เซ็นต์แบบไม่เป็นทางการ ไม่ใช้แอปพลิเคชันรายงานผล เพราะยังไม่สามารถแก้ไขระบบที่มีคนกรอกข้อมูลผิดพลาดได้ ต้องใช้คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.)กรอกข้อมูล หลังเลือกตั้งต้องมากรอกคะแนนกว่า 70 ชุดอาจเหนื่อยล้า อาจมีโอกาสคลาดเคลื่อนได้ หน่วยงานจากเราผิดไม่ได้ จึงต้องการความถูกต้องร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ต้องเร็วขึ้นแน่นอนตอนนี้เราทำระบบเสร็จแล้ว แต่ต้องการซักซ้อมกับสื่อมวลชนในการใช้ระบบรายงานผลยืนกรานใส่โลโก้ในบัตรโหลผิด ก.ม.นายแสวงกล่าวอีกว่า เมื่อหลายคนถามว่าความโปร่งใสอยู่ที่ไหน ต้องบอกว่าความโปร่งใสบางอย่างเห็นได้เลย เช่น ที่เห็นประชาชนไปเลือกตั้ง การนับคะแนนหน้าหน่วย ตรวจสอบได้จากผลคะแนนที่ปิดที่หน้าหน่วยเลือกตั้ง ส่วนบัตรทำไมไม่อำนวยให้ประชาชนให้มีสัญลักษณ์พรรค ตามกฎหมายกำหนดไว้ทั้งสีบัตร รวมถึงหมายเลขผู้สมัคร กฎหมายเขียนว่าต้องแตกต่างอย่างชัดเจน แต่ถ้าอยากทำให้มีชื่อ สัญลักษณ์พรรคมันจะไม่เป็นไปตามกฎหมาย จะเกิดความสับสนให้ประชาชนได้ เป็นเหตุให้คนไปร้องได้ว่า กกต.ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ส่วนเรื่องหมายเลขที่อยากให้เป็นหมายเลขเดียวกัน แต่เราทำเป็นคนละหมายเลข ต้องอย่าลืมว่าสภาฯเป็นคนแก้มา เราต้องทำตาม ตั้งเป้าคนแห่ใช้สิทธิร้อยละ 80จากนั้นนายแสวงให้สัมภาษณ์ถึงกรณีประชาชนแห่ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าวันสุดท้ายเมื่อวันที่ 9 เม.ย. จนระบบล่มว่า มีประชาชนเข้าไปลงทะเบียนจำนวนมากช่วง 21.00 น. สำนักทะเบียนฯชี้แจงว่าศักยภาพระบบรองรับคนลงทะเบียนได้ 4,000 คนต่อวินาที กำลังพยายามจะแก้ไขเมื่อเช้าประสานว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่จะให้คนที่เข้าไปลงทะเบียนแต่ลงทะเบียนไม่สำเร็จ ระบบมีปัญหาก่อนเป็นผู้ขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า มีการติดต่อผู้ขอใช้สิทธิให้ยืนยันว่าจะใช้สิทธิที่ใด เมื่อถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่จะขยายเวลาลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า นายแสวงกล่าวว่า ยังไม่ขอตอบขอให้สำนักทะเบียนแก้ปัญหาก่อนจะอำนวยความสะดวกได้มากน้อยแค่ไหน ตัวเลขผู้ขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าใกล้เคียงปี 62 คือกว่า 2 ล้านคน ส่วนการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร กกต.ประสานกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) การท่าอากาศยานไทย กรมการกงสุล ต้องเห็นใจบริหารจัดการค่อนข้างลำบาก ต้องเสียเวลาค่อนข้างมาก การนำบัตรกลับมานับยังประเทศ ไทย ซักซ้อมกับ กต. สถานทูตไทยบางประเทศรับดูแลหลายประเทศ แต่มีบทเรียนจากครั้งก่อนจะไม่ให้เกิดเหตุนำบัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรมานับไม่ทันอีก กต.จะหาวิธีนำบัตรกลับมานับพร้อมกันในวันเลือกตั้งให้ได้ เลือกตั้งครั้งนี้ กกต.ตั้งเป้าใช้สิทธิเลือกตั้งร้อยละ 80ให้ พท.แจงที่มาเงินกระเป๋าดิจิทัลให้ครบนายแสวงยังกล่าวถึงกรณีให้ พท.ชี้แจงที่มาของเงิน และวงเงินที่ต้องใช้ในนโยบายหาเสียงแจกเงินในกระเป๋าเงินดิจิทัลให้คนไทยอายุ 16 ปีขึ้นไป คนละ 10,000 บาท ว่า ตามกฎหมายกำหนดไว้ว่านโยบายที่จะต้องมีการใช้จ่ายเงินจะต้องมี 3 เงื่อนไข คือ 1.วงเงินที่ต้องใช้ ที่มาของเงินที่จะใช้ในการดำเนินการ 2.ความคุ้มค่าและประโยชน์ในการดำเนินนโยบาย 3.ผลกระทบและความเสี่ยงในการดำเนินนโยบาย เพื่อเป็นข้อมูลให้ประชาชนพิจารณาตัดสินใจว่าจะเลือกพรรคนั้นหรือไม่ โดยวันนี้ จะให้สำนักงานฯแจ้งไปยังทุกพรรคที่รายงานมา ว่าจะต้องมีการชี้แจง 3 เงื่อนไขดังกล่าวมาให้ครบถ้วน นโยบายแบบนี้จะถือว่าไม่ใช่การสัญญาว่าจะให้ ถ้าไม่มีข้อมูล 3 เงื่อนไขนี้อาจผิดเข้าข่ายหลอกลวงตามกฎหมายเลือกตั้งมาตรา 73 (5) ก็ได้ กฎหมายไม่ได้บอกว่าถ้ารายงานไม่ครบแล้วจะมีความผิด เพียงแต่กำหนดว่าให้ กกต.แจ้งให้ดำเนินการให้ครบถ้วน มีโทษปรับจนกว่าจะดำเนินการให้ถูกต้องครบถ้วนยอดขอใช้สิทธิล่วงหน้าทะลุ 2 ล้านผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงาน กกต.สรุปจำนวนผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต ในเขตและนอกราชอาณาจักร ที่เปิดให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงทะเบียน ตั้งแต่วันที่ 25 มี.ค.-9 เม.ย. มีผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าทั้งหมด 2,153,450 คน แบ่งเป็นนอกเขตและในเขตเลือกตั้ง 2,042,381 คน โดยลงทะเบียนทางอินเตอร์เน็ต 1,950,974 คน และลงทะเบียนที่สำนักทะเบียน 73,609 คน ส่วนแบบในเขตเลือกตั้ง ลงทะเบียนที่สำนักทะเบียน 17,798 คน นอกจากนั้นลงทะเบียนเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร 111,069 คน แบ่งเป็นลงทะเบียนทางอินเตอร์เน็ต 106,004 คน และลงทะเบียนที่สำนักทะเบียน 5,065 คน มั่นใจขนบัตรเลือกตั้งปลอดภัยเมื่อเวลา 14.30 น. สำนักงาน กกต. บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) และกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย แถลงเตรียม พร้อมจัดเลือกตั้งปี 2566 ที่สำนักงานใหญ่บริษัทไปรษณีย์ไทย ถนนแจ้งวัฒนะ โดยนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. กล่าวว่า คาดมีประชาชนกว่า 52 ล้านคน สนใจการเลือกตั้ง ส่วนบัตรเลือกตั้งจัดทำระบบพิเศษเข้ารหัส บัตรเลือกตั้ง 2 ใบไม่เหมือนกัน และบัตรเลือกตั้งในแต่ละเขตไม่เหมือนกันด้วย เพื่อไม่ให้ปะปน สลับสับเปลี่ยนได้ มอบหมายบริษัทไปรษณีย์ไทยขนส่งบัตรเลือกตั้ง ทั้งเลือกตั้งล่วงหน้าในและนอกราชอาณาจักร รวมถึงการขนส่งอื่นๆที่เกี่ยวข้องตลอดช่วงการเลือกตั้ง และประสานความร่วมมือกับ ตร. จัดชุดเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมดูแลบัตรเลือกตั้งตลอดการขนส่ง มีรถนำ รถปิดท้ายขบวน ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ติดอาวุธและนอกเครื่องแบบติดตามอย่างใกล้ชิด14 เม.ย.ดีเดย์ส่งบัตรนอกราชอาณาจักรด้านนายรุจ ธรรมมงคล อธิบดีกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ได้จัดส่งเครื่องมือและอุปกรณ์ต่างๆไปยังสถานเอกอัครราชทูตไทย และสถานกงสุลใหญ่ไทยทั่วโลกแล้ว ตัวเลขล่าสุด ณ เย็นวันที่ 9 เม.ย.66 มีผู้ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้านอกราชอาณาจักรรวม 109,069 คน ยังไม่ใช่ตัวเลขสุดท้าย เพราะแต่ละประเทศอยู่ในไทม์โซนที่แตกต่างกัน มั่นใจสามารถจัดส่งบัตรเลือกตั้งกลับมายังศูนย์ประสานงานการขนส่งบัตรเลือกตั้งสำนักงานไปรษณีย์ไทย ได้ทันก่อนวันที่ 12 พ.ค.66 แน่ด้านนายดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่า ศูนย์ประสานงานการขนส่งบัตรเลือกตั้ง ส.ส.ของไปรษณีย์ไทย เริ่มต้นปฏิบัติงานในวันที่ 14 เม.ย.66 ภารกิจแรกคือ จัดส่งบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าไปยังสถานทูตและสถานกงสุลทั่วโลก ไปรษณีย์ไทยยังเตรียมพร้อมรถขนส่งบัตรเลือกตั้งและอุปกรณ์ต่างๆไปยัง 400 เขต จำนวนกว่า 500 เที่ยว โดยมีระบบคุ้มกันความปลอดภัยทุกเส้นทางจาก สตช. และใช้พื้นที่ “ศูนย์ประสานงานการขนส่งบัตรเลือกตั้ง ส.ส.66” เพื่อใช้ตรวจนับและการจัดเก็บบัตรเลือกตั้ง รายงานผลการปฏิบัติงานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีระบบ CCTV GPS และห้อง Control Room ที่สามารถติดตามการขนส่ง ตรวจสอบหากเกิดความผิดปกติได้ตลอด 24 ชั่วโมงแบบเรียลไทม์ มีการถ่าย วิดีโอ ณ จุดส่งมอบบัตรเลือกตั้งทุกเขตทั่วประเทศด้วย“โรม” จี้ยืดลงทะเบียนถึงสงกรานต์ที่พรรคก้าวไกล นายรังสิมันต์ โรม โฆษกพรรคก้าวไกล แถลงข่าวเรียกร้องให้ขยายวันลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต นอกราชอาณาจักร จากเดิมหลังเกิดเว็บไซต์ลงทะเบียนล่ม เมื่อปี 62 มีคนลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต นอกราชอาณาจักร 2.63 ล้านคน เป็นนอกราชอาณาจักร 1.2 แสนคน มาครั้งนี้คนมาลงทะเบียนรวม 2.1 ล้านคน อาจตกหล่นถึง 500,000 คน ขอเรียกร้องไปยัง กกต. ให้ใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 106 ขยายวันลงทะเบียนเพิ่ม เช่น กำหนดไปถึงวันสงกรานต์ เพื่อรองรับให้ประชาชนที่พลาดการลงทะเบียน ทั้งที่ไม่ใช่ความผิดของเขา กกต.มีอำนาจตามกฎหมายทำให้ถูกต้อง ถ้าปล่อยให้ประชาชนเสียสิทธิ ก.ก.จะไม่อยู่นิ่งเฉยแน่นอนข้องใจคดีแฮกเกอร์เจอตอใหญ่นายรังสิมันต์กล่าวถึงกรณีแฮกเกอร์ใช้ชื่อ “9near” โพสต์ข้อมูลที่อ้างว่าเป็นข้อมูลส่วนตัวของคนไทยกว่า 55 ล้านรายการ แต่ตำรวจยังจับกุมตัวไม่ได้ว่า ต้องการเห็นรัฐบาลรับมืออย่างมืออาชีพ จากข้อมูลนับจากตำรวจขอออกหมายจับ ทราบที่อยู่ของแฮกเกอร์ แต่กลับไม่มีการควบคุมตัว สะท้อนถึงความไม่ชอบมาพากล อาจมีคนอยู่เบื้องหลัง และขณะนี้ตำรวจกำลังเจอตออยู่หรือไม่ ส่วนที่กองทัพร้อนตัว ปฏิเสธเป็นเรื่องส่วนตัวนั้น จะอ้างขั้นตอนระบบราชการอย่างไรก็ฟังไม่ขึ้น ยกเว้นคนที่มีส่วนได้เสียกับเรื่องนี้เป็นคนมีอำนาจหรือมีความเป็นไปได้ที่จะทำเรื่องนี้ให้กลายเป็นประเด็นทางการเมือง เพื่อใส่ร้ายบางพรรค หรือนักการเมืองบางคน ก.ก.ติดตามการทำงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติหวังว่าจะไม่ทำลายอาชีพตัวเอง ปล่อยให้ข้อมูลของประชาชนอยู่ในมือมิจฉาชีพ “ศรี” บี้สอบ “เสี่ยนิด–พท.” สัญญาจะให้เมื่อเวลา 10.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นคำร้องต่อ กกต.และนายทะเบียนพรรคการเมือง ขอให้ตรวจสอบและวินิจฉัยกรณีนายเศรษฐา ทวีสิน หนึ่งในแคนดิเดตนายกฯของพรรค พท.และพรรค พท.แจกเงินดิจิทัลวอลเล็ตให้คนไทยที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไป 54 ล้านคนคนละ 10,000 บาท จูงใจให้ลงคะแนนให้พรรค พท.และผู้สมัคร ส.ส. พรรค พท.โดยไม่บอกความจริงให้หมด เข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายหลายฉบับหรือไม่ อีกทั้งต้องทำให้เป็นไปตาม พ.ร.ก.การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล 2561 และ พ.ร.ก.แก้ไขเพิ่มเติมประมวล รัษฎากร (ฉบับที่ 19) 2561 โดยเคร่งครัด ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% เมื่อสิ้นปีภาษีต้องแจ้งเป็นรายรับต่อสรรพากร ร้านค้าที่รับด้วย การบอกความจริงไม่หมดหลอกลวงจูงใจให้เข้าใจผิดตามมาตรา 73 (5) ของ พ.ร.ป.เลือกตั้ง 2561 หรือไม่ ที่สำคัญอาจสุ่มเสี่ยงต่อผลประโยชน์ทับซ้อนได้ เนื่องจากนายเศรษฐาเคยเป็นผู้บริหารธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล หรือโทเคน ดิจิทัล เพื่อการลงทุน ได้โอนหุ้นให้ลูกสาวก่อนมาลงการเมือง สังคมไว้วางใจได้อย่างไรจะไม่สร้างประโยชน์ให้ธุรกิจตัวเอง อาจเข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรา 44 แห่ง พ.ร.ก.การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล 2561 ด้วยหรือไม่ กกต.ต้องเปิดเผยคำอธิบายทั้ง 3 เงื่อนไขของพรรค พท.ด้วย“ไพบูลย์” ชี้เงินดิจิทัลสุดท้ายตันแน่เมื่อเวลา 11.15 น. ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรค พปชร.กล่าวถึงนโยบายเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาทจะทำให้เกิดปัญหาร้ายแรงมากในวันข้างหน้า ประชาชนต้องใช้วิจารณญาณพิจารณา ต้องมีกฎหมายรองรับ การแจกเงินหว่านแหไปทั่วหมด ขนาดมหาเศรษฐีคนร่ำรวย คนมีงานมีการทำ มีเงินหลายแสนได้เงินเหมือนกันหมด ไม่ควรจะเกิดขึ้นในนโยบายของพรรค การเมือง ต้องเสนอกฎหมายในสภา เชื่อว่าจะถูกต่อต้านอย่างมากทั้ง ส.ส.และ ส.ว.เชื่อว่าวุฒิสภาไม่เห็นด้วยถูกยับยั้ง หรือหากผ่านจะถึงศาลรัฐธรรมนูญ คิดว่าศาลจะพิจารณาว่าไม่สามารถดำเนินการได้ การหาเสียงไปตายเอาดาบหน้าไม่เห็นด้วย กร้าว พปชร. ไม่จับมือ พท.-ก.ก.นายไพบูลย์ยังกล่าวถึงจุดยืนทางการเมืองพรรค พปชร.ว่าเรามีนโยบายก้าวข้ามความขัดแย้ง กรณีที่เป็นข่าวว่าเราจะไปร่วมงานกับพรรค พท.หรือพรรค ก.ก. ขอแถลงอย่างเป็นทางการว่าเราไม่ร่วมด้วยกับพรรค พท. และพรรค ก.ก.ที่บางพรรคไปกล่าวอ้างต่างๆนานาหรือมีกระแสข่าวแพร่ออกมาไปกระทั่งเป็นความเข้าใจผิดว่าพรรคเรามีดีลร่วมกับพรรค พท.หรือ ก.ก.ไม่จริง เราไม่ประสงค์จะร่วมมือใดๆ ต้องการเป็นพรรคการเมืองที่มีอิสระ ได้คุยกับผู้ใหญ่ของพรรคแล้ว เมื่อถามย้ำว่าประกาศไม่ร่วมเฉพาะช่วงนี้หรือหลังเลือกตั้งค่อยว่ากันอีกที นายไพบูลย์กล่าวว่า หลักการไม่ร่วมก็เป็นหลักการไม่ร่วม เหตุผลที่เราไม่ร่วมเพราะมีนโยบายที่รับไม่ได้หลายเรื่อง เห็นนโยบายทั้ง 2 พรรคแล้วไม่สบายใจจึงไม่ร่วม ขอให้ประเด็นเหล่านี้อยู่ในชั้นนี้ก่อน เมื่อถามว่าการแถลงเรื่องนี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค พปชร.รับทราบหรือไม่ นายไพบูลย์เลี่ยงตอบว่า “ผมรับผิดชอบคำพูดผม”“ธรรมนัส” สวน “ไพบูลย์” ทันควันเมื่อเวลา 18.30 น. ที่ จ.นครปฐม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ผู้สมัคร ส.ส. พะเยา เขต 1 ในฐานะประธานภาคเหนือ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกรณีนายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้า พปชร. ประกาศไม่จับมือตั้งรัฐบาลร่วมกับพรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกล ว่า เข้าใจว่าคงเป็นความคิดเห็นของนายไพบูลย์คนเดียว เมื่อถามว่า นายไพบูลย์ยืนยันรับผิดชอบกับคำพูดของตัวเอง ร.อ.ธรรมนัสตอบว่า ส่วนตัวมองว่ายังเร็วเกินไปที่ปิดหรือเปิดประตูกับพรรคใด การเลือกตั้งยังไม่เริ่มเลย ยังไม่รู้เลยว่าจะได้ ส.ส.เท่าไหร่ เมื่อถามว่าถึงขั้นต้องเบรกนายไพบูลย์หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส ตอบว่า คงไม่ถึงขั้นเบรก แต่คงต้องไปถามคณะกรรมการบริหารพรรคว่าเป็นมติพรรคแล้วหรือไม่ หากเป็นมติพรรคก็ยอมรับ ส่วนการเลือกตั้งครั้งนี้ ส่วนตัวมั่นใจ พปชร.จะได้ ส.ส.ไม่แพ้ปี 62 คือ 90 กว่าเขตแน่นอน โดยเฉพาะพื้นที่ที่ตัวเองรับผิดชอบอยู่ปชป.หยันนโยบายโยนหินถามทางที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายเกียรติ สิทธีอมร อดีตประธานผู้แทนการค้าไทยและผู้สมัคร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อพรรค ปชป.กล่าวถึงนโยบายแจกเงินดิจิตัล 10,000 บาทของพรรค พท.ว่า ขอตั้ง 5 ข้อ 1.นโยบายนี้ไม่ชัดเจนเรื่องระยะเวลาการแจก บอกจะแจก 6 เดือน หรือแจก 1 ครั้ง ไม่ระบุที่มาของเงิน วันหนึ่งบอกเอาจาก 5 แสนล้าน อีกวันบอกเอาจากงบฯ งบส่วนกลาง 30% หรือ 3 หมื่นล้านบาท พูดแต่ละครั้งไม่ตรงกัน ล่าสุดระบุว่าไปชี้แจงกับ กกต. แล้ว ขอถามถึง กกต.ว่าพรรคที่เสนอนโยบายไม่ชัดเจนแบบนี้ทำได้ด้วยหรือไม่ ไม่ใช่โยนหินถามทางไปวันๆแล้วผลกระทบต่อสังคมโดยรวมเป็นอย่างไร 2.พรรค ปชป.ไม่เห็นด้วยกับการนำเงินภาษีไปแจกคนรวยใน 55 ล้านคน อาจมีคนที่ต้องการความช่วยเหลือ 10-15 ล้านคน แต่ที่เหลืออีก 35 ล้านคน ไม่ได้ต้องการ แต่เอาภาษีส่วนรวมไปให้เขาเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจไปช่วยคนที่มีรายได้เพียงพออยู่แล้ว อ้างกระตุ้นเศรษฐกิจฟังไม่ขึ้นมีอีกหลายวิธีทำได้จับตาเอื้อ บ.ทรัพย์สินดิจิทัลนายเกียรติกล่าวต่อว่า 3.ทำไมเริ่มแจกอายุ 16 ปีขึ้นไป ถ้าจะช่วยนักเรียนกู้เงิน กยศ. ยินดีตรงเป้า ถ้าจะช่วยนักเรียนที่ไม่เดือดร้อนไม่เห็นด้วย ภาษีได้มายาก 4.เงินภาษีมีจำกัด ภาระประเทศมีมาก ทุกบาททุกสตางค์ต้องเข้าเป้า ไม่ใช่กระจายเป็น “เบี้ยหัวแตก” มีวิธีอื่นช่วยได้ คนไม่มีบัญชีธนาคารหรือมีบัญชีธนาคารแต่ไม่ถึง 10,000 บาท เติมเงินสดใส่ให้ในบัญชีไปเลย ตรงเป้าถึงมือคนจำเป็นจริงๆไม่ต้องผ่านกระเป๋าดิจิทัลของใคร มีอะไรแอบแฝงหรือไม่ 5.ทำไมต้องเป็นเงินดิจิทัลทราบว่าบริษัท แสนสิริ จำกัด เข้าไปซื้อหุ้นบริษัท เอ็กซ์สปริงแคปปิตอล จำกัด (XPG) เมื่อปี 2021 เป็นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจทรัพย์สินดิจิทัล ทำไมบังเอิญแบบนี้ ทำไมต้องบังคับคน 80% ให้ต้องใช้เงินดิจิทัล บริษัทนี้ขายสกุลเงินดิจิทัลด้วย เป็นอุตสาหกรรมในครอบครัวหรือไม่ ถ้าวันที่ขายทรัพย์สินดิจิทัลเพื่อแจกเงินตามนโยบายนี้ บริษัทนี้จะรวยขึ้นทันที จะเกิดปัญหาร้านค้าตามมาอีกร้านจะรับเงินนี้หรือไม่ จะโดนลดค่าเงินหรือไม่ เงินดิจิทัลผันผวนมาก เห็นแต่ประโยชน์ของบริษัททรัพย์สินดิจิทัล ใช้เงินมาก ได้ผลน้อยตีปี๊บอัดเงิน 1 ล้านล้าน ดัน ศก.โงหัวเมื่อเวลา 10.00 น. ที่ห้องประชุมชั้น 3 อาคาร ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช ทีมเศรษฐกิจ ปชป. นำโดยนายพิสิฐ ลี้อาธรรม อดีต รมช.คลัง และประธานคณะกรรมการนโยบายพรรค ปชป. ร่วมแถลงคิกออฟนโยบายด้านเศรษฐกิจของพรรค ปชป. ที่จะอัดฉีดเงิน 1 ล้านล้านบาทเพื่อผลักดันเศรษฐกิจฐานรากเข้มแข็ง กระจายรายได้ ไม่เพิ่มหนี้รัฐ ลดหนี้ครัวเรือน โดยนายพิสิฐกล่าวว่า พรรคมีนโยบายเศรษฐกิจมหภาคและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ด้วยเงิน 1 ล้านล้านบาท มีเป้าหมายสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจที่สูงกว่า 5% ต่อปี พร้อมลดช่องว่างระหว่างประชากร โดยไม่สร้างภาระหนี้สาธารณะ หรือบั่นทอนการทำงานของระบบการเงินไทยและลดหนี้ครัวเรือนเพื่อให้เศรษฐกิจโดยรวมเข้มแข็ง มีเสถียรภาพและยั่งยืน ผ่าน 16 นโยบาย ระยะสั้นจะกระตุ้นเศรษฐกิจ เพิ่มสภาพคล่องแก้ข้อจำกัดเงินทุนหมุนเวียน ระดับฐานรากจัดตั้งธนาคารหมู่บ้านและชุมชนแห่งละ 2 ล้านบาทตาม พ.ร.บ. สถาบันการเงินประชาชน พ.ศ.2562 วงเงิน 1.8 แสนล้านบาท ระดับกลางปลดล็อกกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ให้ข้าราชการวงเงิน 1 แสนล้านบาท ปลดล็อกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้พนักงานบริษัทวงเงิน 2 แสนล้านบาท นำเงินกองทุนทั้ง 2 รวม 3 แสนล้านบาทไปซื้อบ้านหรือลดหนี้ที่อยู่อาศัย และระดับ SME เพิ่มทุน SME และ START UP วงเงิน 3 แสนล้านบาท ถ้าพรรคได้เป็นแกนนำรัฐบาลจะเริ่มทำทันทีภายใน 3 เดือนดันจีพีโตเกิน 5 เปอร์เซ็นต์นายพิสิฐกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังมีมาตรการระยะยาวจะปรับโครงสร้างและปลดล็อกข้อจำกัด เพิ่มประสิทธิภาพและความสามารถการผลิต แบ่งเป็นเรื่องที่ดิน ออกโฉนด 1 ล้านแปลง ให้สิทธิทำกินในที่ดินรัฐ อุดหนุนเงิน 3 ล้านบาท สำหรับการรวมแปลงที่ดินใหญ่ เรื่องประมง ผ่อนคลายมาตรการ IUU เรื่องแรงงานให้เรียนฟรีถึง ป.ตรี สาขาที่ตลาดต้องการ เทคโนโลยีอินเตอร์เน็ต 1 ล้านจุด มาตรการที่เหลืออีก 6 เรื่องจะลดความเหลื่อมล้ำและกระจายรายได้ คือ 1.ประกันรายได้สินค้าเกษตรหลัก 5 ตัว 2.ชาวนารับ 30,000 บาท จากที่ดินไร่ละ 2 พันบาท ไม่เกิน 15 ไร่ 3.ประมงพื้นบ้านกลุ่มละ 1 แสนบาท 4.ด้านปศุสัตว์ผู้เลี้ยงโคนมจะได้ประโยชน์จากนมโรงเรียน 365 วัน 5.ชมรมผู้สูงอายุ 30,000 บาทต่อปี และ 6.บัตรประชาชนใบเดียวรักษาพยาบาล ตรวจโรคฟรี คาดว่าใช้เงิน 2.2 แสนล้านบาท เศรษฐกิจไทยล้มลุกคลุกคลาน 3 ปีที่ผ่านมาหายไปกว่า 3 ล้านล้านบาท รัฐมีเงินกู้ตาม พ.ร.ก.โควิด-19 รวม 2 ฉบับ (2563-2565) รวม 1.5 ล้านล้านบาท รายได้จัดเก็บต่ำกว่าประมาณการ (2563-2565) อีกราว 5 แสนล้านบาท จึงมีหลุมรายได้ที่ขาดไปอีก 1 ล้านล้านบาท พรรค ปชป.จะอุดหลุมรายได้จะอัดฉีดเม็ดเงิน 1 ล้านล้านบาทเพื่อให้จีดีพีโตเกิน 5% ตามศักยภาพที่เรามีอยู่ “จุรินทร์” เดินตลาดขอเสียงคนมหาชัยเมื่อเวลา 11.00 น.นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้า ปชป.นำคณะลงพื้นที่ จ.สมุทรสาคร ได้สักการะศาลหลักเมือง จ.สมุทรสาคร พร้อมทีมผู้สมัคร ส.ส.สมุทรสาครของพรรค มีประชาชนรอยื่นเรื่องร้องเรียนปัญหาแรงงานต่างด้าวแย่งงานในประเทศ จากนั้นเดินตลาดมหาชัยขอเสียงสนับสนุนให้คนของพรรค ขณะที่นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ประธานกรรมการสภาที่ปรึกษาและอดีตหัวหน้าพรรค ปชป.พร้อม น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง ลงพื้นที่ อ.คลองท่อม จ.กระบี่ เพื่อช่วยหาเสียงให้ น.ส.พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล ผู้สมัคร ส.ส.กระบี่ เขต 3 โดย น.ส.วทันยาปราศรัยขอให้ประชาชนช่วยเลือก ส.ส.ที่ไม่ขายตัว ไม่ขายจิตวิญญาณ ไม่ขายอุดมการณ์ ปชป.มั่นใจ กทม.กระแสเริ่มดีขึ้น แม้ที่ผ่านมาอาจมีเลือดไหลออก แต่มีเลือดใหม่ไหลเข้ามากมายด้วยความตั้งใจ เชื่อในอุดมการณ์ ไม่ได้เป็นเลือดที่ไหลออกไปด้วยการซื้อตัว ประมูลตัวและขายตัว“เศรษฐา” ตะลุยกาดเมืองเชียงใหม่เมื่อเวลา 07.20 น. ที่กาดเมือง จ.เชียงใหม่ นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯพรรค พท. และประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัว พท. ลงพื้นที่ช่วยนายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ผู้สมัคร ส.ส.เชียงใหม่ เขต 1 หมายเลข 1 หาเสียง โดยเดินพบปะทักทายพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนที่ต่างให้กำลังใจขอถ่ายรูปกันอย่างอบอุ่น แล้วไปถนนนิมมานเหมินทร์ อ.เมืองเชียงใหม่ พูดคุยกับ ส.ส.และประชาชนในพื้นที่ถึงปัญหาฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่ พร้อมเดินดูสภาพอากาศที่สี่แยกรินคำ โดยนายเศรษฐากล่าวว่า ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ชาวเชียงใหม่รวมตัวฟ้องร้องนายกฯ เป็นปัญหาลึกซึ้ง เราต้องการผู้นำที่เอาใจใส่จริงจัง ทั้งเจรจากับเพื่อนบ้านและผู้ประกอบการในเมืองไทย ต้องเอามาตรการทางภาษีมาเกี่ยวข้อง ถ้าได้เป็นรัฐบาล เราจะทำให้เป็นวาระแห่งชาติ หน้าที่รัฐบาลต้องคืนอากาศบริสุทธิ์ให้คนไทยลั่นไม่เคยเป็นนอมินีให้ใครนายเศรษฐาให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ แกนนำพรรค พปชร. ปราศรัยโจมตีว่าหากพรรค พท.ได้เป็นรัฐบาล นายเศรษฐาได้เป็นนายกฯ ต้องฟังนายใหญ่เจ้าของพรรคตัวจริงว่า เป็นความคิดของนายชัยวุฒิ อยากพูดอะไรก็พูดไปแล้วกัน วันนี้เรามีหน้าที่เผยแพร่นโยบาย ทำให้ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพมากขึ้น ทำให้ปัญหาปากท้องหายไป หน้าที่ตนไม่ได้ต้องตอบโต้นักการเมืองที่คิดว่าเราเป็นคู่แข่ง คู่แข่งตนใช่นักการเมืองแต่คือความยากจน ความไม่เสมอภาคเท่าเทียม พรรค พท.มีแคนดิเดตนายกฯ 3 คน เชื่อว่าเรามี ส.ส.เก่งๆ จำนวนมากที่จะมาผลักดันนโยบาย กำกับดูแลการทำงานของฝ่ายบริหารให้ดีขึ้น เมื่อถามอีกว่าจะลบภาพนอมินีอย่างไร นายเศรษฐากล่าวว่า ผมไม่เคยเป็นนอมินีให้ใครอยู่แล้ว เมื่อถามย้ำว่าจะไม่ถูกครอบงำใช่หรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า “ผมไม่ถูกครอบงำ แต่ผมถูกครอบงำโดยประชาชนอย่างเดียวเท่านั้น”แบะท่าวืดนายกฯพร้อมนั่งเก้าอี้อื่นต่อมาเวลา 16.00 น. ที่นิรันดร์คอนโด 93 ซอยสุขุมวิท 93 นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯพรรคเพื่อไทย พร้อมนางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด ประธานคณะกรรมการประสานงานด้านการเมืองพื้นที่ กทม. ลงพื้นที่พบปะประชาชนและรับฟังปัญหาในพื้นที่นิรันดร์คอนโด 93 เพื่อช่วยนายกวีวงศ์ อยู่วิจิตร ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขตพระโขนง เขตบางนา หาเสียง มีประชาชนในพื้นที่รอให้การต้อนรับให้กำลังใจอย่างอบอุ่น โดยนายเศรษฐา กล่าวว่า ขอบคุณผู้ที่วิจารณ์นโยบายกระเป๋าเงินดิจิทัล ประชาสัมพันธ์ให้ไปในตัว ส่วนนโยบายยกเลิกการเกณฑ์ทหาร ขอย้ำว่าให้ความสำคัญ การเป็นทหารต้องไม่เกิดจากการบังคับ การรับใช้ชาติไม่จำเป็นต้องแสดงออกโดยการเป็นทหาร เมื่อประชาชนถามว่าหากไม่ได้เป็นนายกฯจะรับตำแหน่งอื่นได้หรือไม่ นายเศรษฐาตอบว่า ขอให้ความสำคัญกับการเลือกตั้งวันที่ 14 พ.ค.ก่อน ถ้าหลังเลือกตั้งพรรคเห็นว่าแคนดิเดตนายกฯคนอื่นเหมาะสมมากกว่า ไม่ได้ไปไหนยังคงเป็นประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค พท.เหมือนเดิม เมื่อถามว่านายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรค พปชร.ประกาศไม่จับมือกับพรรค พท. นายเศรษฐาตอบว่า ไม่ทราบว่านายไพบูลย์คือใคร หน้าที่เวลานี้ของตนคือเผยแพร่นโยบายให้ประชาชนรับฟัง ถ้ามีอะไรปรับเสริมเติมแต่งเรื่องนโยบายคือเรื่องใหญ่ที่ตนจะจัดการแขวะคู่แข่งกลัวแพ้โจมตีเงินดิจิทัลจากนั้นเวลา 16.45 น. นายเศรษฐาและคณะเดินทางด้วยรถสองแถวไปยังท่าน้ำสรรพาวุธ เพื่อพบประชาชนบริเวณท่าน้ำสรรพาวุธ รับฟังความคิดเห็น การพัฒนาพื้นที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวติดแม่น้ำเจ้าพระยา มีประชาชนรอให้การต้อนรับเป็นจำนวนมาก โดยนายเศรษฐากล่าวกับประชาชนที่มารอให้การต้อนรับว่า ขณะนี้ฝ่ายตรงข้ามโจมตีกระเป๋าเงินดิจิทัล เพราะกลัวแพ้ ใครมาโจมตีอย่ายอม 10,000 บาทถึงกระเป๋าคนอายุ 16 ปีขึ้นไปทั้งหมดแน่นอน ต่อมานายเศรษฐาและคณะไปที่ศูนย์ประสานงานพรรค พท. เขตสวนหลวง-ประเวศ (หนองบอน) ซอยพัฒนาการ 35 เขตสวนหลวงพบปะระดมความเห็นกับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี (SME) “สุดารัตน์” ยกระดับ “30 บาทพลัส”ที่ จ.นครราชสีมา คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) และแคนดิเดตนายกฯ ทสท. กล่าวว่า ในฐานะอดีต รมว.สาธารณสุขรับผิดชอบทำนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรควางเป้าหมายยกระดับ 30 บาทรักษาทุกโรคให้เป็น 30 บาทพลัส สุขภาพดีถ้วนหน้า ด้วยเทคโนโลยี AI และรักษาแบบที่ผู้รับบริการเป็นศูนย์กลาง ด้วย “Mobile Doctor” หมอประจำตัว 24 ชั่วโมง เป็นหมอ AI ChatGPT ที่เก่งเทียบเท่ากับหมอที่เป็นคน สอบวัดความรู้ และทักษะทางการแพทย์อเมริกาได้ มีความแม่นยําอยู่ที่ร้อยละ 75 มีความสอดคล้องของคําตอบและทฤษฎีถึงร้อยละ 94.6 เป็นผู้ช่วยให้แพทย์ พยาบาล และ อสม.ทำงานง่ายขึ้น คัดกรองให้ข้อมูลที่ถูกต้อง แม่นยำ ในกรณีฉุกเฉินมีรถพยาบาลเคลื่อนที่เร็วไปช่วยเหลือได้ทันท่วงที ตามโลเกชันของผู้ป่วยที่มีโรคร้ายแรงไว้ในแอปก่อนหน้าแล้ว“เสรีพิศุทธ์” ฉุนสัสดีจ่อปฏิรูปกองทัพเมื่อเวลา 10.00 น. พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ลงพื้นที่ อ.นครชัยศรี และตลาดเก่าสามพราน โรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน อ.สามพราน จ.นครปฐม หาเสียงให้นายสมหมาย บุญเฮง ผู้สมัคร ส.ส.นครปฐม เขต 5 และนายลิลิต กิจสมัคร ผู้สมัคร ส.ส.นครปฐม เขต 6 พรรคเสรีรวมไทย ได้รับการต้อนรับจากประชาชนในพื้นที่จำนวนมาก โดย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวว่า ก่อนออกมาลงพื้นที่ทราบข่าวกรณีการคัดเลือกทหาร จ.ลำพูน ที่ น.ส.ดวงกมล วุฒิโรธง อายุ 49 ปี นำนายธนกฤต วุฒิโรธร บุตรชาย อายุ 21 ปี ที่เป็นผู้ป่วยติดเตียงมาเข้ารับคัดเลือกทหารกองประจำการ จนมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในสังคม แม้สัสดีจะระบุว่า เป็นไปตามระเบียบการคัดเลือกตามกฎหมายกำหนดไว้ และได้อธิบายให้แม่ผู้ป่วยทราบแล้ว แต่การอ้างแบบนี้ สัสดีไม่ดูข้อเท็จจริง ทำให้ประชาชนระอาวิธีคิดแบบนี้ของทหารบางนาย ควรพิจารณาอนุโลม จะยึดกฎโดยไม่สนใจข้อเท็จจริงไม่ได้ แบบนี้สมควรปฏิรูปกองทัพหรือไม่ ในกรณี น.ส.ดวงกมล พรรคจะเก็บรวบรวมข้อมูลไว้ หากพรรคเสรีรวมไทยเป็นรัฐบาล จะนำนโยบายพรรคไปปฏิรูปกองทัพ หากกองทัพยังยึดติดวิธีเดิมๆจนประชาชนลำบาก เหมาะสมหรือไม่ ไม่ได้โหนกระแสมาโจมตีกองทัพ แต่เป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น กองทัพต้องปรับตัวให้เหมาะกับสภาวะปัจจุบัน ขอให้กำลังใจ น.ส.ดวงกมล หากมีโอกาสไปหาเสียงภาคเหนือในเร็วๆนี้ จะแวะไปเยี่ยมให้กำลังใจ น.ส.ดวงกมล“เรวัติ” กระตุก รบ.รับมือฮีตสโตรกวันเดียวกัน นพ.เรวัติ วิศรุตเวช แคนดิเดตนายกฯพรรคเพื่อชาติ (พช.) กล่าวถึงสถานการณ์โรคลมแดด หรือ Heat Stroke ซึ่งกำลังเป็นที่น่ากังวลอยู่ในขณะนี้ว่า อาการ Heat Stroke มีความอันตรายและอาจร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ รัฐบาลควรต้องรีบแสดงบทบาทอย่างเร็วที่สุดไม่ใช่นิ่งเงียบแบบนี้ อย่างน้อยต้องแจ้งเตือนให้ประชาชนได้ทราบถึงอันตรายและอาการ เพื่อที่จะได้เฝ้าระวังตนเองและครอบครัว และควรมีช่องทางพิเศษ รวมถึงออกมาตรการให้โรงพยาบาลทั่วประเทศเตรียมทีมแพทย์และพยาบาล ตลอดจนเครื่องมือที่จะรับมือกับผู้ป่วยโรคลมแดด ระบบสาธารณสุขต้องมีการอบรมวิธีการช่วยชีวิต CPR อย่างถูกต้อง ไม่เฉพาะให้กับบุคลากรทางการแพทย์เท่านั้นแต่ต้องให้การฝึกอบรมกับหน่วยกู้ภัยต่างๆอย่างสม่ำเสมอด้วยรำลึก 13 ปีสลายชุมนุม นปช.เมื่อเวลา 15.00 น. ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา สี่แยกคอกวัว ถนนราชดำเนินกลาง คณะประชาชนทวงความยุติธรรม 53 (คปช.53) นำโดยนางธิดา ถาวรเศรษฐ อดีตประธาน นปช. ในฐานะเลขาธิการคปช.53 จัดงานรำลึก 13 ปี เหตุการณ์สลายชุมนุมนปช. เม.ย.-พ.ค.53 ท่ามกลางเหล่าญาติผู้เสียชีวิต นักเคลื่อนไหวที่ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงวัย ทั้งแกนนำนปช.ตลอดจนตัวแทนพรรคการเมืองต่างๆเข้าร่วม สำหรับพิธีประกอบด้วย การทำบุญถวายสังฆทานกรวดน้ำเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้ผู้วายชนม์ การวางพวงหรีดโดยเหล่าแกนนำและตัวแทนของหลายพรรคการเมือง จากนั้นเป็นการกล่าวไว้อาลัย สดุดีวีรชนจากแกนนำ นปช. นพ.เหวง โตจิราการ อดีต ส.ส.เพื่อไทย และแกนนำ นปช. กล่าวว่า เราจะได้ความยุติธรรมคืนแน่นอน เพราะกำลังมีการเลือกตั้ง พวกเราจะเลือกพรรคฝ่ายประชาธิปไตยเข้าสภาให้ถล่มทลาย และขอร้องแต่ละพรรคอย่าทะเลาะกัน เพื่อให้ภารกิจฝ่ายประชาธิปไตยได้รับชัยชนะ หลังวันที่ 14 พ.ค.มั่นใจฝ่ายประชาธิปไตยได้จัดตั้งรัฐบาลแน่ ขอร้องล่วงหน้าว่าทันทีที่เป็นรัฐบาลขอให้ส่งเรื่องให้ที่ประชุมผู้พิพากษาศาลฎีกาพิจารณาทบทวนลงโทษผู้กระทำรัฐประหารในฐานะกบฏ และยื่นเรื่องกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) อีกครั้ง เพื่อเอาผู้สั่งการสลายชุมนุมคนเสื้อแดงไปขึ้นศาลให้ได้“อิ๊ง” ทวีตรำลึก 13 ปีสลายเสื้อแดงวันเดียวกัน นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ พรรค พท.ทวีตข้อความ เนื่องในวันสลายชุมนุมของแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ในปี 53 ระบุว่า ครบรอบ 13 ปี 10 เมษา 53 ขอแสดงความเสียใจต่อผู้สูญเสีย ให้กำลังใจทุกคนผู้ต่อสู้เพื่อสิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาคเท่าเทียม และขอประณามทุกความรุนแรงที่ผู้มีอำนาจกระทำต่อประชาชน สิ่งเหล่านี้จะไม่มีทางเกิดขึ้นในรัฐบาลเพื่อไทยและการอำนวยความยุติธรรม เป็นหน้าที่ของรัฐบาลเช่นกัน 13 ปีเราไม่ลืมด้าน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกฯพรรค พท. ทวีตข้อความว่า การส่งทหารเข้ายึดพื้นที่และใช้กระสุนจริงกับประชาชน มีผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บจำนวนมาก 13 ปี 10 เม.ย. 13 ปีเราไม่ลืมถึงวีรชนผู้ต่อสู้ทุกท่าน ไม่มีวันไหนที่พวกเราจะลืม และขอยืนยันว่าจะเรียกร้องให้คืนความยุติธรรมแก่ผู้เสียสละ เหตุการณ์นี้จะเป็นบทเรียนต่อการทำงานของพวกเราในอนาคต เราสูญเสียไปมากกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว