ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ หนึ่งในพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ เนื่องจากอุตสาหกรรมอาหารสัตว์มีความต้องการอย่างต่อเนื่อง ผลผลิตเกือบทั้งหมดได้นำมาใช้เป็นวัตถุดิบหลักในอุตสาหกรรมการผลิตอาหารสัตว์ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการเลี้ยงไก่เนื้อ ไก่ไข่ และสุกร อีกทั้งภาครัฐได้มีการส่งเสริมและสนับสนุนการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังฤดูทำนาเพื่อเป็นทางเลือกให้กับเกษตรกร เนื่องจากการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์นอกจากใช้ปริมาณน้ำน้อยแต่ยังให้ผลตอบแทนสูงเมื่อเทียบกับการทำนาปรังสำหรับสถานการณ์การผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังนา รุ่น 2 (ข้าวโพดหลังนา) จังหวัดอุบลราชธานี แหล่งผลิตอันดับ 1 ของภาคตะวันออกเฉียง เหนือ โดยปี 2566 ข้อมูลจาก สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 11 อุบลราชธานี (สศท.11) คาดว่า มีเนื้อที่ปลูกรวม 70,370 ไร่ เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 1.30% ผลผลิตรวม 57,703 ตัน เพิ่มขึ้น 1.72%เนื่องจากราคาจูงใจ ประกอบกับภาคเอกชนมีการประกันราคารับซื้อ เกษตรกรจึงขยายเนื้อที่ปลูกการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังนา รุ่น 2 เกษตรกรจะปลูกช่วง พ.ย.-ก.พ. เก็บเกี่ยวผลผลิตช่วง มี.ค.-เม.ย. เกษตรกรมีต้นทุนการผลิตเฉลี่ยไร่ละ 6,060 บาทต่อรอบการผลิต ได้ผลผลิตเฉลี่ยไร่ละ 820 กก.ต่อรอบการผลิต ได้ผลตอบแทนเฉลี่ยไร่ละ 9,127 บาทต่อรอบการผลิต และได้กำไรเฉลี่ยไร่ละ 3,067 บาทต่อรอบการผลิตโดยผลผลิตจะทยอยออกสู่ตลาดในช่วงปลายเดือนมีนาคม และจะออกมากที่สุดช่วงเดือนเมษายน ประมาณ 70% ของผลผลิตทั้งจังหวัดส่วนราคาขายข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังนารุ่น 2 ของจังหวัดอุบลราชธานี ในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาด ณ ความชื้น 14.50% เฉลี่ยอยู่ที่ กก.ละ 11.13 บาท โดยมีบริษัทให้ราคาประกันราคารับซื้อที่ กก.ละ 8.00 บาท รับไม่จำกัดจำนวน ถ้าราคาตลาดสูงจะรับซื้อตามราคาตลาดสำหรับปี 2566 มีบริษัทเพิ่มจุดรับซื้อตามอำเภอต่างๆที่เป็นแหล่งผลิตใหญ่ๆ เพิ่มขึ้น 4 จุด เพื่อช่วยลดค่าขนส่งให้กับเกษตรกร.สะ–เล–เต