เมื่อเร็วๆนี้เลขาธิการสภาโบราณวัตถุของอียิปต์ ซึ่งดำเนินการและดูแลการขุดค้นทางโบราณคดี เผยถึงการค้นพบหลักฐานทางโบราณคดีล่าสุดที่มองว่ามีความสำคัญอย่างมาก เพราะสิ่งเหล่านี้จะไขปริศนารายละเอียดสำคัญเกี่ยวกับความเป็นอยู่ ชีวิต และประวัติศาสตร์ ที่เกี่ยวข้องกับวิหารของฟาโรห์รามเสสที่ 2 ที่เมืองโบราณอไบดอส ในเมืองซูฮัก ของอียิปต์ สถาบันเพื่อการศึกษาโลกโบราณแห่งมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก ในสหรัฐฯ ได้พบซากมัมมี่ของศีรษะแกะตัวผู้กว่า 2,000 ตัว ที่วิหารของฟาโรห์รามเสสที่ 2 ระบุว่า หัวแกะตัวผู้เหล่านี้มีอายุย้อนไปถึงสมัยปโตเลมีช่วง 305-30 ปีก่อนคริสตกาล พบในห้องเก็บของที่เพิ่งค้นเจอทางตอนเหนือของวิหาร พร้อมกับซากมัมมี่ของสัตว์อื่นๆ ได้แก่ สุนัข แพะป่า วัว เนื้อทราย และพังพอน สันนิษฐานว่าศีรษะแกะตัวผู้ถูกวางไว้ที่นั่นเพื่อถวายแด่เทพเจ้า ซึ่งถือเป็นการปฏิบัติทั่วไปในอียิปต์โบราณ เนื่องจากการใช้แกะตัวผู้ในพิธีกรรมบูชา เป็นสิ่งที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนในช่วงสมัยปโตเลมี นอกจากนี้ยังได้ค้นพบอาคารที่มีอายุย้อนหลังไปเกือบ 4,000 ปีในสมัยราชวงศ์ที่ 6 ของอียิปต์โบราณ ช่วง 2345-2181 ปีก่อนคริสตกาล วิหารแห่งนี้เป็นหนึ่งในหลายๆแห่งทั่วอียิปต์ที่สร้างถวายให้กับฟาโรห์รามเสสที่ 2 ซึ่งครองราชย์ตั้งแต่ 1,279 ปี ถึง 1,213 ปีก่อนคริสตกาล นักวิจัยนำเสนอว่า ศีรษะของสัตว์ถูกใช้แสดงความเคารพ ต่อฟาโรห์รามเสสที่ 2 คือสิ่งที่บ่งบอกว่าฟาโรห์ในตำนานยังคงได้รับการยกย่องแม้ผ่านไป 1,000 ปีหลังจากสวรรคต.