ระทึก เพลิงไหม้เรือเฟอร์รี่ไฟฟ้าขณะจอดเทียบท่าริมแม่น้ำเจ้าพระยาย่านปู่เจ้าสมิงพราย อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ เจ้าหน้าที่ต้องระดมดับเพลิงทั้งทางบกและทางน้ำเข้าสกัดกั้นเปลวไฟลามไปติดเรือที่จอดเรียงรายถึง 12 ลำ ใช้เวลากว่า 1 ชม. หลังเพลิงสงบพบเรือเสียหาย 4 ลำ 3 ลำโดนไฟเผาหมดทั้งลำ อีก 1 ลำเสียหายบางส่วน เผยเรือแต่ละลำราคากว่า 40 ล้านบาทรวมมูลค่าความเสียหายกว่า 100 ล้านบาท เจ้าท่าสั่งห้ามใช้ท่าเทียบเรือ พร้อมตั้ง กก.สอบหาสาเหตุภายใน 7 วันเหตุเพลิงไหม้เรือไฟฟ้านำเที่ยววอดเสียหาย 4 ลำ มูลค่ากว่า 100 ล้านบาท เปิดเผยเมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 21 ก.พ. พ.ต.อ.สมชาย ชูแก้ว ผกก.สภ.สำโรงใต้ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ รับรายงานเหตุเพลิงไหม้เรือเฟอร์รี่บริเวณท่าเทียบเรือบริษัท ปิยะศิริวาณิช จำกัด เลขที่ 59 ริมแม่น้ำเจ้าพระยาใกล้วัดท้องคุ้ง ถนนปู่เจ้าสมิงพราย หมู่ 2 ต.บางหญ้าแพรก จึงประสานรถดับเพลิงเทศบาลเมืองปู่เจ้าสมิงพรายและพื้นที่ใกล้เคียงรวม 5 คันไปฉีดน้ำดับไฟที่เกิดเหตุเป็นท่าเรือเอกชนใช้สำหรับจอดชาร์จแบตเตอรี่เรือไฟฟ้าริมแม่น้ำเจ้าพระยา มีบริษัท ไมน์ โมบิลิตี รีเสิร์ช จำกัด (สำนักงานใหญ่) เจ้าของเรือเป็นผู้เช่า ไฟลุกไหม้เรือเฟอร์รี่ที่จอดเทียบท่าเรียงกัน 12 ลำ เจ้าหน้าที่ระดมฉีดน้ำสกัดเปลวเพลิงที่โหมกระหน่ำอย่างรุนแรง แต่การควบคุมเพลิงเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากกระแสลมแรงต้องระดมรถดับเพลิงทั้งทางพื้นบกและประสานเรือดับเพลิงจากกรมเจ้าท่า รวมถึงมูลนิธิร่วมกตัญญูเข้าร่วมด้วย ใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง เพลิงจึงสงบ ตรวจสอบพบไฟลุกไหม้เรือเฟอร์รี่เสียหายทั้งลำจำนวน 3 ลำ และเสียหายเล็กน้อยอีก 1 ลำ ส่วนต้นเพลิงเกิดจากเรือไมน์สมาร์ทเฟอร์รี่ 29 ก่อนลุกลามไหม้เรืออีก 3 ลำ ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตสอบสวนนายอัครพล ตุรษงาม อายุ 48 ปี ที่อยู่ในเหตุการณ์อ้างว่า เรือดังกล่าวเป็นเรือเฟอร์รี่ไฟฟ้าใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ ก่อนเกิดเหตุ รปภ.รายงานว่ามีเสียงระเบิดดังขึ้นและเกิดเพลิงลุกไหม้ตามมา ส่วนสาเหตุที่แท้จริงต้องรอให้เจ้าหน้าที่ตรวจพิสูจน์ยืนยันอีกครั้ง ส่วนต้นเพลิงเกิดจากเรือลำที่ 9 ในจำนวนเรือที่จอดอยู่ทั้งหมด 12 ลำ เรือที่ไฟไหม้เป็นเรือใหม่รอส่งงาน แต่ละลำมีราคาประมาณ 40 ล้านบาท พ.ต.อ.สมชาย ชูแก้ว ผกก.สภ.สำโรงใต้ เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุเพื่อหาสาเหตุของเพลิงไหม้ในครั้งนี้ รวมถึงติดต่อผู้เกี่ยวข้องมาสอบปากคำเพิ่มเติม สำหรับเรือดังกล่าวเป็นเรือเฟอร์รี่ขนาดใหญ่ บรรทุกผู้โดยสารได้ 150 คน และ 250 คน ตามขนาดของเรือ เรือทั้งหมดเป็นระบบไฟฟ้ามาจอดบริเวณท่าเทียบเรือประมาณ 12 ลำ ถูกไฟไหม้เสียหาย 4 ลำ มี 3 ลำถูกไฟไหม้เสียหายทั้งลำ ส่วนอีก 1 ลำเสียหายบางส่วน ส่วนสาเหตุยังไม่ทราบแน่ชัดต้องรอพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งด้านนายพชร ศศิชาชยามร หัวหน้าป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสมุทรปราการ กล่าวว่า ขณะเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ดับเพลิงหลายหน่วยงานระดมรถดับเพลิงเข้าควบคุมสถานการณ์ ทำให้เพลิงสงบลง เหตุการณ์ดังกล่าวจังหวัดให้ความสำคัญ เนื่องจากมีแผนป้องกันภัยทางน้ำ มีการประชุมอนุมัติไปแล้วและรอประกาศใช้ ส่วนเรื่องมลพิษด้านสิ่งแวดล้อมได้แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจวัดมลพิษต่อไป เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับชาวบ้านต่อมาเวลา 15.00 น. นายวิเชียร เปมานุกรรักษ์ รองอธิบดีกรมเจ้าท่า ด้านปฏิบัติการ พร้อมคณะลงพื้นที่ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ จากนั้นเปิดเผยว่ากรมเจ้าท่าไม่ได้นิ่งนอนใจในเรื่องนี้ ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและให้รายงานผลภายใน 7 วัน เบื้องต้นมอบหมายให้พื้นที่กรมเจ้าท่าภาคที่ 6 นำทีมงานมาหาข้อเท็จจริง จากการตรวจสอบพบเรือลำที่ไฟไหม้เป็นเรือต่อใหม่ยังไม่มีการใช้งาน อยู่ระหว่างตรวจสอบระบบทั้งหมด เรือที่ใช้งานได้ต้องผ่านข้อบังคับการตรวจเรือของเรือไฟฟ้าปี 2563 เรือที่ผ่านการตรวจแล้วจะมีความปลอดภัย จะไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ ตอนนี้บริษัทกำลังรวบรวมหลักฐานเพื่อจะไปยื่นขอใบอนุญาต แต่เอกสารยังไม่ถึงกรมเจ้าท่า หากผ่านการตรวจสอบด้านความปลอดภัยของตัวเรือ ระบบไฟฟ้า และรายละเอียดทั้งหมด จึงออกใบอนุญาตใช้เรือที่มีความปลอดภัยสูงนายวิเชียรกล่าวอีกว่า ที่เกิดเหตุเป็นสถานที่นำเรือมาตรวจเช็กระบบ ส่วนเรือไปต่อเรือมาจากจ.ระยอง และเอามาตรวจเช็กระบบยังไม่ได้ส่งมอบให้บริษัท อยู่ระหว่างตรวจเช็กระบบต่างๆของเรือ ส่วนค่าความเสียหายคาดว่าหลายล้านบาท ทั้งความเสียหายเรือและตัวโป๊ะเทียบเรือ กรมเจ้าท่าสั่งห้ามใช้ท่าเทียบเรือแล้วจนกว่าจะมีการแก้ไขปรับปรุงตามคำสั่งของกรมเจ้าท่า ส่วนท่าเทียบเรือเป็นของอีเอเป็นท่าเทียบเรือของเรือระบบไฟฟ้า วันที่ 22 ก.พ. กรมเจ้าท่าจะมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาตรวจสอบพิสูจน์รายละเอียดอีกครั้ง ทั้งกองพิสูจน์หลักฐานและหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องทั้งหมด คงได้ข้อเท็จจริงมากขึ้นด้าน น.ส.วิมลมาศ วงมกรพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไมน์ โมบิลิตี รีเสิร์ช จำกัด กล่าวว่า ตามข่าวที่ระบุว่าสาเหตุเกิดจากเรื่องปัญหาการชาร์จแบตเตอรี่นั้นขอชี้แจงว่าไม่เป็นความจริง เพราะตัวระบบชาร์จยังปกติอยู่ แต่มีความเสียหายที่เกิดจากดับเพลิงบ้างที่หน้าจอและสายชาร์จ ส่วนปัญหาด้านเทคนิค ทีมวิศวกรรมได้ตรวจสอบทั้งหมดแล้วว่ามันจะเกิดจากอะไรได้บ้าง แต่เป็นไปไม่ได้ที่จะเกิดจากชาร์จแบตเตอรี่ เพราะเรือยังไม่ได้ชาร์จระบบและยังไม่ได้ต่อไฟเข้าแบตเตอรี่ ส่วนต้นเพลิงอาจเกิดจากบุคคลหรือไม่ต้องดูว่าเป็นการเกิดข้อผิดพลาดในการดำเนินการตรงไหนหรือเปล่า อู่นี้เป็นอู่ตรวจสอบ ระบบก่อนส่งให้บริษัทไทยสมายบัส และมีการตรวจสอบกล้องวงจรปิดไปบางส่วนแล้ว แต่มุมที่เห็นมองเห็นได้ ไม่หมดว่าใครเข้ามาบ้าง จากการตรวจสอบด้านวิศวกรรมยืนยันว่าเป็นไปไม่ได้เลยที่เกิดจากแบตเตอรี่ ตัวแบตเตอรี่ก็เป็นตัวที่ใช้ในเรือกันมานานมากแล้วไม่เคยเกิดปัญหาขึ้น