ตำรวจเรียกสอบปากคำพยานกว่า 10 ปากไขคดีเฮียโตถูกลูกชายและลูกสะใภ้วางยาฮุบทรัพย์สินกว่า 65 ล้านบาท พร้อมนำผู้เสียหายไปตรวจร่างกายที่สถาบันนิติเวชวิทยาหาสารตกค้างและบาดแผลในร่างกาย ด้านผู้การแปดริ้ววอนลูกชายออกมาชี้แจงข้อเท็จจริง หลังตำรวจพยายามติดต่อมาให้ปากคำ แต่ยังล่องหน ขณะที่ผู้เสียหายอยู่ตัวคนเดียวที่บ้าน หวั่นไม่ปลอดภัยให้ย้ายมาพักที่บ้านญาติชั่วคราว พร้อมสั่งกำชับสายตรวจเพิ่มกำลังดูแลเข้มตำรวจเดินหน้าคลี่คดีพ่อแจ้งจับลูกชายและสะใภ้วางยาฮุบสมบัติ หลังนายสมศักดิ์ รุ่งรักษาธรรม หรือเฮียโต อายุ 67 ปี เจ้าของร้านเครื่องใช้ไฟฟ้ารายใหญ่ใน อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา อ้างว่าถูกนายธวัชชัย รุ่งรักษาธรรม อายุ 34 ปี ลูกชายแท้ๆร่วมกับ น.ส.เจนนิส สื่อสวัสดิ์วาณิชย์ อายุ 34 ปี ลูกสะใภ้ กักขังวางยาสลบหมูมานานกว่า 2 ปี และจัดฉากร้องต่อศาลให้เป็นบุคคลเสมือนไร้ความสามารถ ก่อนตั้งตัวเป็นผู้จัดการมรดกยักย้ายทรัพย์สินพ่อกว่า 65 ล้านบาท กระทั่งหนีออกมาได้ กระทั่งทราบว่าเมียคู่ชีวิตผูกคอตายไปก่อนแล้ว สงสัยถูกฆ่าอำพราง พร้อมยืนยันว่าตัวเองไม่ได้เสียสติ แต่ทำแกล้งบ้าให้ลูกตายใจ ก่อนพาตำรวจค้นโรงผลิตน้ำของพ่อลูกสะใภ้ที่อ้างว่าเป็นที่กักขังทรมานและจดจำทุกอย่างได้แม่น ขณะที่พนักงานสอบสวนเตรียมเรียกลูกชายสะใภ้ และผู้เกี่ยวข้องมาสอบสวนถึงปมขัดแย้งความคืบหน้าเมื่อช่วงเช้าวันที่ 14 ก.พ. พล.ต.ต.นเรวิช สุคนธวิท ผบก.ภ.จ.ฉะเชิงเทรา สั่งการให้พนักงานสอบสวนพานายสมศักดิ์ หรือเฮียโต ไปตรวจร่างกายที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อหาร่องรอยบาดแผลและสารตกค้างในร่างกายนำมาเป็นหลักฐานประกอบสำนวน จากนั้น พล.ต.ต.นเรวิชเปิดเผยว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจออกหมายเรียกพยานไปแล้วกว่า 10 ปากมาให้ปากคำเพิ่มเติมเพื่อรวบรวมข้อมูลทั้งหมด ก่อนนำไปสู่การออกหมายเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาสอบปากคำ ไม่ว่าจะเป็นลูกชาย ลูกสะใภ้หรือคนในครอบครัว แต่ยังไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ว่ามีความเกี่ยวข้องและเชื่อมโยงกับคดีนี้อย่างไร ตำรวจอยากให้ลูกชายนายสมศักดิ์ออกมาพูด หรือชี้แจงข้อเท็จจริงว่าเป็นอย่างไร“ส่วนหลักฐานที่เก็บได้จากการเข้าตรวจค้นในโรงผลิตน้ำที่เฮียโตผู้เสียหายอ้างว่าเป็นจุดเกิดเหตุและจุดโดนกักขังก็ยังต้องรอผลพิสูจน์อีก 1-2 วัน รวมถึงมีหลักฐานอย่างอื่นอีกที่ต้องใช้เวลาในการตรวจอีกระยะ ขณะนี้ตำรวจยังไม่สามารถจะบอกได้ว่าในบ้านมีใครเกี่ยวข้องบ้าง เพราะบางคนอาจไม่มีส่วนรู้เห็น หรือไม่รู้ว่ามีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น ตอนนี้ฝ่ายถูกกล่าวหาก็ยังไม่มีใครออกมาพูดอะไรและยังไม่สามารถติดต่อใครได้เลย ดังนั้นคงต้องรอสอบสวนอีกฝ่ายก่อนถึงจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง” ผบก.ภ.จ.ฉะเชิงเทรา กล่าวพล.ต.ต.นเรวิชกล่าวด้วยว่า ในส่วนของนายสมศักดิ์ ผู้เสียหาย ขณะนี้อาศัยอยู่คนเดียวใน อ.บ้านโพธิ์ อาจวิตกกังวลถึงความไม่ปลอดภัย จึงให้ย้ายที่อยู่ชั่วคราวไปอาศัยที่บ้านญาติอยู่ไม่ห่างกันมากนัก เพื่อที่จะได้มีคนช่วยดูแลให้กำลังใจ พร้อมสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สภ.แสนภูดาษ อ.บ้านโพธิ์ ท้องที่รับผิดชอบเพิ่มกำลังออกตรวจตราดูแลความปลอดภัยให้ถี่ขึ้น เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับฝ่ายผู้เสียหาย