ทอม แพร์รี และ ไซมอน ทาวน์สลีย์ ช่างภาพและนักข่าว ในกรุงโลเม ประเทศโตโก เขียนบทความและภาพข่าวที่น่าสนใจมาก ลงในเว็บไซต์หลักของเดอะเทเลกราฟ เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาบทความดังกล่าว มีชื่อว่า “Bike-ageddon : ประเทศที่มีอัตราการตายจากมอเตอร์ไซค์มากที่สุดในโลก”สำหรับคนไทยแล้ว ข่าวนี้มีทั้งเรื่องที่น่าดีใจและเสียใจปนกันอยู่ เรื่องที่น่าดีใจก็คือ ถ้ามีประเทศไหนสักแห่งในโลก มีคนตายจากรถจักรยานยนต์มากกว่าประเทศไทย นั่นหมายถึง เราจะสามารถปลดแอกจากการเป็นแชมป์โลกของการตายจากมอเตอร์ไซค์ได้เสียที แต่ที่น่าเสียใจในฐานะของมนุษยชาติ และผู้คนชาวโตโกก็คือ การต้องแลกมาด้วยต้นทุนมนุษย์ที่เลวร้าย เพื่อการขับเคลื่อนและเติบโตทางเศรษฐกิจ นพ.อาริสเต้ ดันติโอ แพทย์ประจำโรง พยาบาลซิลวานัส โอลิมปิโอ ในกรุงโลเม บอกว่า ในวันที่เลวร้ายที่สุด เรามีการเข้ารับการรักษา 40 ครั้งจากอุบัติเหตุมอเตอร์ไซค์ จากปกติที่มีไม่น้อยกว่าวันละ 20 ครั้งคุณหมอดันติโอ ซึ่งมาอยู่ที่ รพ.ในเมืองหลวงของโตโกได้ประมาณ 4 ปี ให้ข้อมูลที่น่าตกใจว่า “เรามีการตัดแขนขาเป็นประจำ มีคนตายจากอุบัติเหตุที่อาการสาหัส ทั้งทางสมอง ทรวงอกเป็นเรื่องปกติ”เดอะเทเลกราฟ ให้ข้อมูลว่า โตโกเป็นประเทศเล็กๆในแอฟริกาตะวันตกที่เต็มไปด้วยความยากลำบาก ขาดแคลน แต่ในทางกลับกัน ประเทศนี้มีอัตราการเพิ่มขึ้นของรถจักรยานยนต์ในแอฟริกา จากน้อยกว่า 5 ล้านคนในปี 2010 เป็นประมาณ 27 ล้านคนในปี 2022 ควบคู่ไปกับอัตราการเสียชีวิตและการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางถนน “รถจักรยานยนต์กำลังขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจของโตโก แต่ก็แลกมาด้วยต้นทุนที่เลวร้าย ความเจริญของรถมอเตอร์ไซค์สะท้อนถึงความมั่งคั่งและเสรีภาพที่เพิ่มขึ้น แต่ก็แลกมาด้วยต้นทุนมนุษย์ที่เลวร้าย” เดอะเทเลกราฟ ตั้งข้อสังเกตภาพความชุลมุนวุ่นวายในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลเป็นเรื่องปกติของที่นี่ ผู้ป่วยที่แขนขาหัก หนังศีรษะมีรอยถลอก เท้าบิดเบี้ยว อย่างน่าสยดสยอง มีให้เห็นแทบทุกวัน และไม่แปลกถ้าคุณหมอจะยุติการรักษาคนขับรถมอเตอร์ไซค์ ที่กำลังกลายเป็น “เหยื่อ” คนล่าสุดตรงหน้า หลังจากที่พิจารณาดูแล้วว่ามีโอกาสรอดชีวิตเพียงริบหรี่ เพื่อวิ่งไปเย็บแผลของคนซ้อนท้ายที่กำลังนอนรออยู่บนผ้าพลาสติกบนพื้นของโรงพยาบาล แม้โตโกจะเป็นประเทศที่อดอยาก มีความขัดแย้งในทุกรูปแบบ แถมด้วยโรคระบาด โรคประจำถิ่น ที่การรักษาและสวัสดิการทางการแพทย์ยังค่อนข้างต่ำ แต่ล่าสุด องค์การอนามัยโลกรายงานว่า การบาดเจ็บจากการจราจรทางถนนเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆของผู้ที่มีอายุระหว่าง 15 ถึง 29 ปีในโตโกและภูมิภาคนี้ แม้ว่าทวีปนี้จะมีอัตราการใช้เครื่องยนต์ต่ำที่สุด แต่ก็มีถนนที่อันตรายที่สุดในโลกในโตโก ร้อยละ 72 ของการเสียชีวิตบนท้องถนนทั้งหมดเกิดจากรถจักรยานยนต์ คิดเป็นจำนวนผู้เสียชีวิต 681 รายในปี 2564 ข้อมูลล่าสุดในเดือนธันวาคม 2565 เพียงเดือนเดียว มีผู้เสียชีวิตจากรถจักรยานยนต์ 189 ราย เป็นสถิติที่สูงอย่างน่าใจหายสำหรับประเทศเล็กๆในแอฟริกาตะวันตกซึ่งเป็นผู้นำด้านรถจักรยานยนต์ของทวีปรายงานล่าสุดที่เผยแพร่โดยองค์กรการกุศล ด้านความปลอดภัยทางถนน Foundation and Amend (FIA) ระบุว่า ในเมืองโลเมมีประชากรราว 2 ล้านคน แต่ 27% ของผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ต้องทนกับอาการบาดเจ็บที่เปลี่ยนชีวิต Saul Billingsley ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ FIA Foundation บอกว่า การขยายตัวของเมืองอย่างรวดเร็วของแอฟริกาเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ปัญหาการบาดเจ็บและเสียชีวิตจากรถจักรยานยนต์ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น โดยคาดการณ์ว่าในหลายๆเมืองความรุนแรงของปัญหาจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าระหว่างปี 2010 ถึง 2030“บ่อยครั้งที่ผู้คนยากจนที่สุดต้องแบกรับความรุนแรงอันน่าสยดสยองของโศกนาฏกรรมรายวันเหล่านี้ ผู้เสียชีวิตมีจำนวนมากกว่าสงครามหรือการก่อการร้าย แต่ผ่านพ้นไปโดยไม่มีใครสังเกตเห็นและไม่มีใครขัดขวางจากผู้นำในทุกระดับ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ FIA บอกและว่า ข้อมูลจากการวิเคราะห์ของ Global Burden of Disease ยืนยันว่า เด็กแอฟริกันมากกว่า 85,000 คนเสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บบนท้องถนนทุกปี ในขณะที่อัตราการเสียชีวิตบนท้องถนนเฉลี่ยทั่วทั้งทวีปอยู่ที่ 26.6 ต่อ 100,000 คน การสำรวจที่ดำเนินการโดย Amend เมื่อปี 2022 ระบุว่า มีผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้างเพียง 5% ในโตโก ซึ่งเป็นตัวแทนผู้ใช้มากกว่าครึ่งหนึ่งทั้งหมด มีการจัดหาหมวกกันน็อกให้ผู้โดยสาร มีผู้ขับขี่เพียง 10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่มีใบอนุญาต และ 96 เปอร์เซ็นต์เรียนรู้ด้วยตนเองเดอะเทเลกราฟ บอกว่า ขณะที่รถจักรยานยนต์กำลังเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจของโตโก ข้อมูลของสหประชาชาติเปิดเผยว่า มีการนำเข้ารถจักรยานยนต์มากกว่า 300,000 คันในปี 2020 เพียงปีเดียว เนื่องจากไม่มีรถโดยสารประจำทาง ขณะที่รถไฟสายที่ผ่านโลเมก็ใช้สำหรับขนส่งสินค้าเท่านั้น มอเตอร์ไซค์จึงเป็นทางเลือกเดียวสำหรับผู้ที่มองหารายได้มากขึ้นจากการเดินทางไปทำงาน ซึ่งเป็นการพนันที่อาจถึงตายที่พวกเขายอมรับไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะเห็นครอบครัวที่ขี่มอเตอร์ไซค์คันเดียวกัน รวมถึงเด็กทารกที่ถูกมัดไว้อย่างล่อแหลม จักรยานยนต์บางคันมีเด็กสองหรือสามคนอยู่บนรถ โดยปกติจะมีเด็กคนหนึ่งอยู่ข้างหน้าคนขี่และสองคนอยู่ด้านหลัง ใบหน้าของเด็กๆดูร่าเริงราวกับอยู่ในเครื่องเล่นหวาดเสียวในสวนสนุก บางครั้งอาจมีทั้งครอบครัวที่มีสมาชิก 5 คน รวมทั้งพ่อแม่ทั้ง 2 คน ขี่จักรยานยนต์คันเดียวกัน และเกือบทั้งหมดไม่สวมหมวกกันน็อก ปัจจุบัน มีผู้เสียชีวิตบนถนนทั่วโลกมากกว่า 1.3 ล้านคนทุกปี สำหรับประเทศไทย พญ.ชไมพันธุ์ สันติกาญจน์ หัวหน้าโครงการขับเคลื่อนสังคมไทยสู่ผู้ใช้จักรยานยนต์ปลอดภัย บอกว่า WHO Global Status Report on Road Safety 2018 ระบุว่า ไทยมีอัตราการตายจากอุบัติเหตุทางถนนสูงติดอันดับ 9 ของโลก ผู้ตาย 74% เป็นผู้ใช้รถจักรยานยนต์ ทำให้ไทยมีการตายจากจักรยานยนต์เป็นอันดับ 1 ของโลก โดยมีผู้เสียชีวิตกว่า 2 แสนราย มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศกว่า 5 แสนล้านบาทต่อปีคำถามคือ เราจะปล่อยให้ภาพแบบนี้เกิดขึ้นในประเทศไทยไปอีกนานแค่ไหน ถ้าความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจต้องแลกมาด้วยต้นทุนที่เลวร้ายเช่นนี้.