“ดาราสาวไต้หวัน” แฉแหลกถูกตำรวจตั้งด่านใกล้สถานทูตจีนเรียกตรวจหนังสือเดินทางอ้างไม่มีวีซ่า ทั้งที่เข้าเมืองด้วยวีซ่า ณ ด่านตรวจคนเข้าเมืองหรือ VOA หลังบินเข้าไทยที่สนามบินสุวรรณภูมิ หลังจากนั้นถูกรีดเงิน 27,000 บาทถึงได้รับการปล่อยตัว โพสต์ไอจีประจาน “ขอลาก่อน กรุงเทพฯอันเน่าเหม็น” หลังกลายเป็นข่าวฉาวสะเทือนทั้งประเทศ เต้นกันตั้งแต่ “บิ๊กตู่” นายกฯ ยัน “บิ๊กเด่น” ผบ.ตร.สั่งตรวจสอบละเอียดยิบ มีเหตุการณ์เกิดขึ้นจริงหรือไม่ ผบช.น.รับลูก เบื้องต้นเรื่องเกิดในท้องที่ สน.ห้วยขวาง รับรายงานพบความผิดมีบุหรี่ไฟฟ้า สั่งการ “สำเริง สวนทอง” รอง ผบช.น. ตามมาเรียกประชุมถึงโรงพัก ยันตรวจสอบแล้วมีตำรวจฝ่ายปราบปรามตั้งด่านทั้งหมด 7 นาย ไม่มีการรีดไถเงิน แถมใจดีไม่ได้ดำเนินคดีข้อหามีบุหรี่ไฟฟ้าแล้วปล่อยตัวไป “รังสิมันต์ โรม” ฉะตำรวจไปจนถึงนายกฯ ปล่อยให้มีปัญหารายวัน ไม่ใช่แค่เรื่องทุจริต แต่ยังทำลายการท่องเที่ยวกลายเป็นประเด็นฉาวเกี่ยวกับประเทศไทย หลังสื่อท้องถิ่นไต้หวันช่องทีวีบีเอส และซานลี่ นิวส์ เน็ตเวิร์ก รายงานกรณี น.ส.อัน หยู ฉิง อายุ 32 ปี นักแสดงและเน็ตไอดอลชาวไต้หวัน กล่าวหาว่าถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจไทยขอตรวจค้นและรีดไถเงิน สุดท้ายต้องยอมจ่ายให้เป็นจำนวน 27,000 บาท ระหว่างท่องเที่ยวช่วงฉลองวันขึ้นปีใหม่ในประเทศไทยดาราสาวไต้หวันแฉแหลกมีรายงานจากสำนักข่าวต่างประเทศ เมื่อวันที่ 26 ม.ค. ว่า น.ส.อัน หยู ฉิง หรือชาร์ลีน อัน ให้สัมภาษณ์สื่อท้องถิ่นไต้หวันว่า วันเกิดเหตุคือคืนวันที่ 4 ม.ค. เที่ยวในประเทศไทยเป็นวันสุดท้ายก่อนบินกลับไต้หวัน ตัวเองและกลุ่มเพื่อนที่มาเที่ยวด้วยกันนั่งรถตู้แท็กซี่แยกกัน 2 คัน กำลังมุ่งหน้ากลับโรงแรมประมาณ 01.00 น. แต่ถูกเจ้าหน้าที่เรียกสุ่มตรวจค้นบริเวณใกล้สถานเอกอัครราชทูตจีน ประจำ ประเทศไทย คันแรกไม่มีอะไรถูกปล่อยไป ประสบการณ์เหมือนกับในภาพยนตร์แก๊งยาเสพติดเม็กซิกัน อ้างไม่มีวีซ่าไถเงินดื้อๆ“เริ่มแรกกลุ่มเจ้าหน้าที่ขอค้นกระเป๋าเพื่อดูว่ามียาเสพติดหรือไม่ แต่เอาเข้าจริงแล้วคือดูว่ามีเงินหรือเปล่า จากนั้นถูกขอดูพาสปอร์ต พวกเรามีวีซ่าแบบ VOA (Visa on arrival หรือวีซ่า ณ ด่านตรวจคนเข้าเมือง) แต่เจ้าหน้าที่บอกว่าต้องเป็นวีซ่าที่มีตรา ปัญหาตอนนั้นคือเรื่องภาษาคุยกันไม่รู้เรื่อง เจ้าหน้าที่แสดงอารมณ์โมโหและพูดภาษาไทยที่เราไม่เข้าใจ ตอนนั้นเราหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปและอัดวิดีโอแต่ถูกขัดขวางบังคับให้ลบภาพโดยมีเจ้าหน้าที่ยืนดูอยู่ด้วย และไม่ให้ติดต่อหาใคร กลุ่มเจ้าหน้าที่ยังบอกว่าจะพาไปยังสถานีตำรวจ ฉันตอบตกลงพร้อมไป ทว่าสุดท้ายยื้อกันไปมาเป็นเวลากว่าชั่วโมง และเจ้าหน้าที่ข่มขู่ให้จ่ายเงินมา ให้นับเงินจนครบ 27,000 บาท ระหว่างนั้นบอกให้หลบกล้องวงจรปิดริมถนนตอนนับ จำได้ถึงรอยยิ้มของตำรวจเลวตอนที่เรากำลังยืนนับเงินกัน” ดาราสาวเล่าเพื่อนที่เคยมาไทยโดนมาแล้วน.ส.อัน หยู ฉิง ให้สัมภาษณ์กล่าวหาอีกว่า มีเพื่อนอีก 3 กลุ่มที่เคยเดินทางไปประเทศไทยเมื่อไม่นานมานี้ และถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจรีดไถเงินเหมือนกัน ไกด์ทัวร์ท้องถิ่นยังแนะนำว่าอย่าเดินทางไปไหนไกลจากที่พัก หากเจอเจ้าหน้าที่รีดไถก็ยัดเงินไปเลย 5,000 หยวน เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหายุ่งยาก หรือไม่หาคนไทยมาช่วยเจรจาอาจได้ส่วนลดบ้าง แต่ต้องจ่ายอยู่ดี หรือไม่ก็โทร.ติดต่อสายด่วนตำรวจแต่จะยิ่งเพิ่มความยุ่งยาก จำได้ว่าตอนเกิดเหตุมีกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวเกาหลี 5 คนถูกตรวจค้นเช่นกัน และเจรจากันไม่รู้เรื่องเพราะกำแพงภาษาสาปส่ง “กรุงเทพอันเน่าเหม็น”นอกจากนี้ อัน หยู ฉิง ยังกล่าวกับสื่อซานลี่ นิวส์ ด้วยว่า อยากให้นักท่องเที่ยวจำไว้ว่า แท็กซี่ก็ร่วมมือกับตำรวจพานักท่องเที่ยวเข้าด่าน เวลาออกไปเที่ยวอย่าพกเงินเยอะ อย่าลืมพาสปอร์ต และอย่าถ่ายรูปหากไม่อยากมีปัญหา พร้อมเตือนนักท่องเที่ยวจีนที่กำลังจะไปเมืองไทยให้ระมัดระวัง ทิ้งท้ายว่า ขอลาก่อนกรุงเทพฯอันเน่าเหม็น เผยประวัติการแสดงดาราสาวสำหรับประวัติ น.ส.อัน หยู ฉิง ดาราสาวชาวไต้หวัน หรือชื่อภาษาอังกฤษ ชาร์ลีน อัน เกิดเมื่อวันที่ 17 พ.ค. 2533 ในกรุงไทเปของไต้หวัน ปัจจุบันอายุ 32 ปี เริ่มเข้าสู่งวงการบันเทิงด้วยงานโฆษณา กระทั่งมีผลงานละครทางโทรทัศน์หลายเรื่อง และภาพยนตร์อีก 6 เรื่องระหว่างปี 2560-2563 เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางจาก “เดอะ เพอร์เฟกต์ เกิร์ล” (The Perfect Girl) ภาพยนตร์ระทึกขวัญในปี 2560“บิ๊กเด่น” สั่งตรวจสอบด่วนที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เมื่อเวลา 11.00 น. พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) กล่าวว่า กรณีภาพข่าวนักแสดงสาวชาวไต้หวันที่เดินทางมายังประเทศไทย ตรวจสอบเบื้องต้นแล้วพบว่า เดินทางมาประเทศไทยเมื่อวันที่ 29 ธ.ค.2565 สายการบินเวียตเจ็ทแอร์ และเดินทางออกจากประเทศไทยวันที่ 5 ม.ค. ด้วยสายการบิน ไชน่าแอร์ เมื่อมีข้อมูลว่าน่าจะมีการกระทำจากเจ้าหน้าที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร.กำชับให้เร่งตรวจสอบโดยด่วนดาราสาวพัก รร.ย่านทองหล่อพล.ต.ต.อาชยนกล่าวว่า การตรวจสอบแบ่งเป็น “1.ทางอินสตาแกรม (Instagram) หรือไอจี มีการเช็กอินที่โรงแรมแอสคอทท์ ทองหล่อ กรุงเทพ ผบ.ตร.สั่งการให้ บช.น.ตรวจสอบว่า โรงแรมดังกล่าวมีการเข้าพักหรือมีชื่อของนักแสดงสาวเข้าพักหรือไม่ และโรงแรมแอสคอทท์มีกี่แห่ง ให้เข้าไปตรวจสอบทั้งหมด เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครบถ้วน 2.สั่งการให้ บช.น.ตรวจสอบเรื่องการตั้งด่านในห้วงนักแสดงสาว พำนักในประเทศไทย มีการตั้งด่านจากเจ้าหน้าที่ตำรวจในจุดไหนบ้าง เน้นไปในจุดที่มีคนต่างชาติพักอาศัย และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวให้เกิดความกระจ่างว่ามีการตั้งด่านที่จุดไหนหรือไม่”เร่งติดต่อขอข้อมูลเพิ่มโฆษก ตร.กล่าวต่อว่า 3.มีการติดต่อไปยังนักแสดงคนดังกล่าวโดยส่งข้อความไปในอินบ็อกซ์ (inbox) ของนักแสดงทั้งในไอจีและเฟซบุ๊กจากทีมโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อขอให้นักแสดงคนดังกล่าวให้ข้อมูลเพิ่มเติม เพราะปัจจุบันมีข้อมูลจริง แต่อยากได้ข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อให้ชัดเจน ทั้งเรื่องสถานที่ ตัวบุคคล หรือพฤติกรรมอื่น รวมถึงภาพถ่ายอื่นๆที่มีประโยชน์ สามารถติดต่อในทางลับได้เราพร้อมรับข้อมูลทุกด้าน 4.นายกรัฐมนตรีกำชับมายัง ผบ.ตร.ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวต้องเร่งทำความจริงให้ปรากฏกับสื่อมวลชนและประชาชน หากพบการกระทำผิดต้องโดนโทษทางวินัยและอาญาอย่างเคร่งครัด และต้องตรวจสอบให้ได้อย่างรวดเร็วหาตัวคนขับแท็กซี่มาสอบพล.ต.ต.อาชยนกล่าวด้วยว่า ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อมูล คาดว่าช่วงบ่ายหรือเย็นนี้จะมีข้อมูลเพิ่มเติมส่วนการติดต่อไปยังนักแสดงสาวเพื่อขอข้อมูล ขณะนี้ยังไม่ได้รับการติดต่อกลับ นอกจากนี้ติดต่อกับเจ้าหน้าที่ของไต้หวันให้ประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมอีกทางหนึ่ง จะทำทุกช่องทางเพื่อให้ความจริงกระจ่าง แต่ตอนนี้ขอให้รอการตรวจสอบประเด็นทั้งหมดที่เกี่ยวข้องก่อน จากภาพที่ปรากฏเป็นภาพรถที่น่าเชื่อว่า เป็นรถยนต์โตโยต้า รุ่นอัลพาร์ด หรือรุ่นเวลไฟร์ พาหนะที่นักแสดงสาวใช้ระหว่างอยู่ในประเทศไทย ต้องตรวจสอบเรื่องสถานที่พักก่อนเพื่อให้ทราบทะเบียนรถ และติดตามผู้ขับขี่มาให้ปากคำว่า มีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นจริงหรือไม่ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า นักแสดงสาวคนดังกล่าวเป็นเน็ตไอดอลจะมาเช็กอินตามสถานที่ต่างๆ เช่น พระพรหมเอราวัณ ร้านกาแฟในย่านทองหล่อ ทำกิจกรรมลักษณะการท่องเที่ยวมากกว่าการรับงานแสดง แต่ขอเรียนว่าปัจจุบันการท่องเที่ยวต่างๆก็เหมือนการทำงานชิ้นหนึ่งเช่นกันสั่ง บช.น.ตรวจแผนตั้งด่าน“ทั้งสองส่วนคือ เจ้าหน้าที่ไต้หวันและทีมงานโฆษก ตร.ติดต่อไปแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการติดต่อกลับ ส่วนสถานที่ที่คาดว่าเป็นจุดเกิดเหตุน่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวบริเวณทองหล่อ ลุมพินี ห้วยขวาง หรือบริเวณต่างๆที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวหนาแน่นจะตรวจสอบทั้งหมด โดยเฉพาะเรื่องการตั้งด่านและสถานที่พัก ส่วนการตั้งด่านมี 2 รูปแบบคือ การตั้งด่านรักษาความปลอดภัยป้องกันเหตุ และด่านตรวจวัดแอลกอฮอล์ บก.จร. ต้องรอผลตรวจสอบว่าเป็นด่านอะไร ตั้งที่ไหนจุดไหนบ้าง ต้องตรวจสอบว่า ตรวจค้นที่จุดใดให้ บช.น.เป็นผู้ดำเนินการด้วยความรอบคอบครบถ้วนทุก สน. ทั้งนี้ ประสานทุกพื้นที่ ทั้ง สน.ทองหล่อ บก.จร. และ บช.น.ประสานงานไปยัง พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น. ฐานะโฆษก บช.น. ให้ตรวจสอบให้ชัดเจนว่า มีการตั้งด่านในช่วงเวลาที่กล่าวอ้างหรือไม่ ส่วนข้อมูลต่างๆน่าจะทยอยเข้ามาในไม่ช้า” โฆษก ตร.กล่าววอนประชาชนรอผลสอบก่อนพล.ต.ต.อาชยนกล่าวด้วยว่า ยอมรับว่ากรณีดังกล่าวที่เกิดขึ้นที่มีการโพสต์เรื่องการใช้คำพูด ต้องยอมรับว่าอาจกระทบต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ แต่ขอให้ประชาชนรอฟังการตรวจสอบอย่างชัดเจน เพราะภาพบางภาพ กรณีที่จะระบุวัน พบว่ามีการเดินทางออกไปแล้วและเพิ่งมาเช็กอินจึงเป็นการยากที่จะตรวจสอบ แต่ตำรวจจะทำงานอย่างเต็มที่เพื่อให้โปร่งใสและดำเนินการกับเจ้าหน้าที่หากพบว่ากระทำความผิดจริง แต่ถ้าไม่พบอาจขอเวลาตรวจสอบ ยกตัวอย่างวันที่ 12 ม.ค.ไปที่พระพรหมเอราวัณ แต่จากการตรวจสอบพบว่าเดินทางเข้ามาเมื่อวันที่ 29 ธ.ค.65 เดินทางออกวันที่ 5 ม.ค. ฉะนั้นน่าจะกลับไปที่ภูมิลำเนาแล้วค่อยๆอัปรูปเช็กอินที่จุดดังกล่าว ทำให้การตรวจสอบช่วงเกิดเหตุที่บอกว่า โดนเจ้าหน้าที่ตำรวจเอาทรัพย์ก่อนเดินทางกลับหนึ่งวันก็ต้องตรวจสอบถ้ามีจริงดำเนินคดีอาญาแน่โฆษก ตร.ยืนยันว่า หากพบว่ามีการกระทำผิดเกิดขึ้นจริงต้องดำเนินคดี เพราะเป็นความผิดอาญา หากมีความผิดชัดเจนสามารถดำเนินการได้เลย ถามว่า ก่อนหน้านี้เคยมีเน็ตไอดอลอยากมีชื่อเสียงและโกหกเรื่องเท็จเพื่อต้องการยอดติดตาม ประกอบกับช่วงนี้ประเทศไทยมีกระแสทัวร์จีนวีไอพีรถนำขบวน อาจอาศัยโอกาสนี้สร้างประเด็นเพื่อดันยอดผู้ติดตามและยอดไลค์ พล.ต.ต.อาชยนกล่าวว่าในฐานะเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ขอพูดประเด็นนี้ เพราะถือว่าแม้จะมีข้อมูลเพียงเล็กน้อยขนาดไหน หากมีเจ้าหน้าที่กระทำผิดต้องตรวจสอบทุกราย อยากขอให้รอผลการตรวจสอบเพื่อจะชี้แจงได้ ประเด็นนี้ต้องตรวจสอบเช่นกันว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นจริงหรือไม่ นักข่าวถามพิรุธดาราสาวถามถึงข้อพิรุธการเช็กอินสถานที่หลังเดินทางกลับไปแล้ว โฆษก ตร.กล่าวว่า เป็นข้อมูลข้อเท็จจริง แต่ตนมองว่าเป็นเรื่องยาก อีกขั้นตอนหนึ่งดีกว่า จะไม่นำเรื่องข้อสังเกตไปด้อยค่าใคร เพราะทุกคนมีสิทธิ์ร้องทุกข์กรณีโดนกระทำผิดทางอาญา คิดว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติใจกว้างพอที่จะตรวจสอบเรื่องความผิดที่ถูกกล่าวหาให้มีความชัดเจนที่สุด ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพบว่านักแสดงสาวคนนี้เดินทางเข้าประเทศไทยตามบันทึกเพียงครั้งเดียวคือครั้งนี้ ส่วนผู้ติดตามขอตรวจสอบเพิ่มเติม จากการตรวจสอบใช้ระบบค้นข้อมูลจากใบหน้าจนทราบว่านักท่องเที่ยวคนนี้ชื่ออะไรจนท.ไต้หวันไม่ได้รับร้องเรียนอย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า จากการตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมทราบว่า ผู้กล่าวอ้างเป็นหญิงสาวชาวไต้หวันอายุ 32 ปี ให้ข่าวว่า เหตุเกิดวันที่ 4 ม.ค. เวลาประมาณ 01.00 น.พบว่าเช็กอินเฟซบุ๊กที่แอสคอทท์ ทองหล่อ ระหว่างที่พักในไทย เริ่มออกข่าววันที่ 7-8 ม.ค. ที่ไต้หวัน เพราะโพสต์ในสตอรีไอจี ทุกสำนักข่าวออกข่าวเพียงวันเดียวแล้วไม่มีข่าวออกมาอีก เพราะไม่มีหลักฐานมาขยายความต่อ มีแต่คำกล่าวอ้างของเจ้าตัว สอบถามไปยังสำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย มีหน้าที่ดูแลคนไต้หวันในประเทศไทยให้ข้อมูลว่า หลังเกิดเหตุถึงปัจจุบันไม่พบข้อมูลขอความช่วยเหลือหรือร้องเรียน ตรวจสอบกับระบบ สตม. พบว่าเดินทางเข้าเมื่อ 29 ธ.ค.65 ทางสนามบิน สุวรรณภูมิ วีซ่า VISA ON ARRIVAL (VOA) เพื่อการท่องเที่ยว และเดินทางออกเมื่อ 5 ม.ค.66 ทางสนามบินสุวรรณภูมิ ตร.ห้วยขวางอ้างพบบุหรี่ไฟฟ้าด้านกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น.กล่าวว่า เบื้องต้นรับรายงานจาก สน.ห้วยขวาง คืนวันที่ 4 ม.ค. มีการตั้งด่านตรวจจริงบริเวณหน้าสถานทูตจีน อยู่ในห้วงเวลาตีหนึ่งตามที่สาวชาวไต้หวันเล่าเหตุการณ์ ด่านตรวจตั้งตามนโยบายห้วงการระดมกวาดล้างอาชญากรรมและป้องกันเหตุช่วงเทศกาลปีใหม่ บช.น.รู้ข้อมูลทั้งหมดว่า ตั้งด่านกี่จุด เนื่องจากกำหนดผังไว้ ขณะนี้ พล.ต.ต.สำเริง สวนทอง รอง ผบช.น. สั่งการให้ฝ่ายปราบปรามตรวจสอบรวบรวมข้อมูลทั้งหมด สอบถามตำรวจที่ตั้งด่านแจ้งว่า ช่วงเวลาตีหนึ่งวันที่ 4 ม.ค.เจอนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติทั้งผู้ชายผู้หญิงมาเป็นกลุ่ม พฤติกรรมพกบุหรี่ไฟฟ้า เจ้าหน้าที่แจ้งเพียงว่าผิดกฎหมาย แต่คุยไม่รู้เรื่องเพราะพูดภาษาจีน มีการอัดเสียงเอาไว้แต่หาไม่เจอ ตนสั่งการ ผกก.สน.ห้วยขวาง ตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าเหตุการณ์เกิดลักษณะใด ตรวจสอบดูกล้องวงจรปิดไล่ตั้งแต่วันที่ 3-5 ม.ค. ตามหาโชเฟอร์แท็กซี่พยานปากสำคัญแถลงตำรวจไม่ได้รีดเงินที่ สน.ห้วยขวาง พล.ต.ต.สำเริง สวนทอง รอง ผบช.น. เรียกประชุมกรณีตำรวจ สน.ห้วยขวาง ถูกดาราสาวไต้หวันกล่าวหาเรียกรับผลประโยชน์ขณะมาเที่ยวประเทศไทยว่ามีตำรวจป้องกันปราบปราม สน.ห้วยขวาง ปฏิบัติหน้าที่วันเวลาดังกล่าว 7 นาย จากการสอบถามชุดปฏิบัติทั้ง 7 นาย ให้ข้อมูลยืนยันไม่มีการเรียกรับเงิน แต่ยอมรับว่ามีการโต้เถียงเนื่องจากขอเรียกตรวจหนังสือเดินทาง แต่นักท่องเที่ยวไต้หวันคนนี้เมา อ้างว่าไม่ได้พกหนังสือ เดินทางมาด้วย แต่ให้เพื่อนนำมาจากที่พักมาให้ตำรวจตรวจสอบได้ เนื่องจากการสื่อสารและภาษาไม่เข้าใจกัน ประกอบเวลาดังกล่าวเป็นช่วงใกล้เวลายกเลิกจุดตรวจ ว.43 เคลื่อนที่ป้องกันเหตุอาชญากรรม จึงอนุญาตให้นักท่องเที่ยวคนดังกล่าวเดินทางกลับได้ เนื่องจากหัวหน้าชุดจุดตรวจประเมินแล้วว่า ไม่น่าเป็นบุคคลเป็นภัยหรือเป็นอันตรายรอง ผบช.น.ยันตำรวจไม่ผิดพล.ต.ต.สำเริงกล่าวต่อว่า ส่วนกรณีพบบุหรี่ไฟฟ้าที่ตัวนักท่องเที่ยวไต้หวันยอมรับว่า ตำรวจไม่ได้จับปรับ แต่ชี้แจงว่าบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมายประเทศไทย การเชิญตัวนักท่องเที่ยวไต้หวันคนนี้ มาให้ข้อมูลคงเป็นไปได้ยาก เพราะขณะนี้ไม่ได้อยู่ในประเทศไทย แต่เบื้องต้น ตร.ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อกรอกข้อมูลข้อเท็จจริงแล้ว นอกจากนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานกล้องวงจรปิดจุดต่างๆเพื่อมาหักล้าง ยืนยันว่า ตำรวจไม่มีพฤติกรรมเรียกรับผลประโยชน์ ส่วนการพิจารณาฐานะตำรวจไทยถูกกล่าวหาเสื่อมเสียชื่อเสียงหรือไม่ เป็นหน้าที่ผู้บังคับบัญชาระดับสูงหรือฝ่ายกฎหมาย ตร.พิจารณาดำเนินคดีย้อนหลังได้หรือไม่ ยอมรับว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความเสื่อมเสีย ฐานะผู้บังคับบัญชาให้กำลังใจนายตำรวจชั้นผู้น้อยระดับปฏิบัติ ไม่ให้เสียขวัญกำลังใจกว่านี้ เหตุการณ์นี้คงไม่สามารถตอบได้ว่า มีเจตนาลดความน่าเชื่อถือการท่องเที่ยวไทยหรือไม่“บิ๊กตู่” เต้นทำท่องเที่ยวเสียหายที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม รับทราบกรณีนักท่องเที่ยวไต้หวันระบุถูกตำรวจเรียกเงินแล้ว สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งติดตามตรวจสอบอย่างรอบคอบทุกขั้นตอน สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนและนักท่องเที่ยว ตร.ตรวจสอบข้อมูลการเดินทางของนักท่องเที่ยวเบื้องต้นแล้ว อยู่ระหว่างประสานผู้เกี่ยวข้องในเหตุการณ์ เน้นไปยังจุดที่มีชาวต่างชาติพักอาศัยและสถานที่ท่องเที่ยว อาทิ ทองหล่อ ห้วยขวาง ลุมพินี ซึ่งมีด่านทั้งความมั่นคงและตรวจวัดแอลกอฮอล์ หากพบการกระทำความผิดจริงสามารถดำเนินคดีอาญากับเจ้าหน้าที่ได้ ไม่ต้องรอผู้เสียหายมาร้องทุกข์ นายกฯเน้นย้ำให้ตรวจสอบโดยละเอียดทุกขั้นตอนอย่างโปร่งใส หากพบกระทำความผิดจริงต้องดำเนินคดีและวินัยไม่มีข้อยกเว้น ไม่ทำให้เสียบรรยากาศการท่องเที่ยวของไทยก้าวไกลจวกตำรวจยันนายกฯที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคก้าวไกล (ก.ก.) กล่าวถึงกรณีกระแสข่าวตำรวจรีดไถดาราสาวชาวไต้หวันว่า ผู้มีอำนาจสูงสุดในวงการตำรวจไม่ใช่ ผบ.ตร.คนเดียว แต่รวมถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ด้วย วันนี้รัฐบาลทำอะไรถึงปล่อยให้เกิดปัญหารายวันโดยเฉพาะกรณีดาราสาวชาวไต้หวันถูกรีดไถ มองว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ไม่ใช่เพียงการทุจริต แต่เป็นการทำลายการท่องเที่ยวของประเทศททท.กังวลกระทบท่องเที่ยวนายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เผยว่า สั่งการให้รวบรวมข้อมูลข้อเท็จจริงให้รอบด้าน อาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทยในสายตาต่างประเทศ กำชับ ททท.สำนักงานไต้หวันรวบรวมข้อมูลข้อเท็จจริงเกี่ยวกับดาราไต้หวันที่โพสต์ลงไอจีว่า ถูกตำรวจไทยรีดไถเงิน 2.7 หมื่นบาทและถูกข่มขู่ หากเกิดขึ้นจริงกังวลว่าจะกระทบการท่องเที่ยวที่กำลังจะฟื้นตัว ด้าน นางมาริสา สุโกศล หนุนภักดี นายกสมาคมโรงแรมไทย กล่าวว่า เรื่องการเอารัดเอาเปรียบนักท่องเที่ยวในประเทศไทยเกิดขึ้นบ่อย เป็นปัญหาที่รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งแก้ไขด่วน เรื่องนี้หากเทียบจากดัชนีของโลก ไทยถือเป็นประเทศรั้งท้ายของโลกอยู่อันดับ 92