การเลือกตั้งคราวหน้า ยังเชื่อว่า เป็นการแข่งขันระหว่างฝ่ายประชาธิปไตยกับฝ่ายอำนาจนิยม นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำคณะหลอมรวมประชาชนได้แสดงความคิดเห็นผ่านเฟซบุ๊ก ในหัวข้อ “ต้องไม่ลืมอำนาจเป็นของประชาชน” พูดถึงการหาเสียงของพรรคเพื่อไทย อยากให้อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร กลับบ้านอดีตประธานกลุ่ม นปช.หรือกลุ่มคนเสื้อแดง เตือนว่า การหาเสียงแบบนั้น เป็นการซ้ำเติมหายนะให้ประเทศ แม้จะได้คะแนนเสียงเป็นอันดับหนึ่ง แต่เป็นแค่ชัยชนะระยะสั้น เพราะจะได้รถถังออกมาอีกตามเดิม หากรัฐบาลไม่โกง ซื่อสัตย์ต่อประชาชน ทหารที่ไหนจะกล้ายึดอำนาจ ผู้มีอำนาจต้องไม่โกง ไม่ลุแก่อำนาจต้องถือว่า เป็นการวิพากษ์พรรคเพื่อไทยที่ค่อนข้างรุนแรง ของอดีตผู้นำคน เสื้อแดง ที่ล่มหัวจมท้ายเคียงบ่าเคียงไหล่มานาน จนรู้พุงรู้ไส้เบื้องหน้าเบื้องหลัง และต้องยอมรับว่า จุดอ่อนอย่างหนึ่งของพรรคเพื่อไทยตั้งแต่ยุคไทยรักไทยทั้งในยุคทักษิณและยุคยิ่งลักษณ์ คือการถูกกล่าวหาดำเนินคดีที่เกี่ยวกับการทุจริตมากมายมีทั้งคดีที่ศาลตัดสินลงโทษผู้ถูกกล่าวหา มีระดับรัฐมนตรีและข้าราชการถูกจำคุกคนละหลายสิบปี มีทั้งคดีที่ตัดสินแล้วแต่จำเลยไม่ต้องรับโทษ เพราะหลบหนีออกต่างประเทศ แต่ถือว่ายังโชคดีที่พรรคเพื่อไทยยังเป็นพรรคที่มีคะแนนนิยมสูง แต่จะต้องระมัดระวังอย่างยิ่งยวด ไม่ให้เกิดประวัติศาสตร์ซ้ำรอยผู้นำประเทศไม่ว่าจะเป็นผู้เผด็จการ หรือนักประชาธิปไตย ย่อมมีการกระหายอำนาจ หรือลุแก่อำนาจ เพราะต่างก็เป็นปุถุชน อาจถูกครอบงำด้วยโลภะ โทสะ และโมหะ แต่ประเทศประชาธิปไตยมีกติกา ในการเข้าสู่อำนาจ การใช้อำนาจและการสืบทอดอำนาจตามวิถีประชาธิปไตย และมีระบบการตรวจสอบและถ่วงดุลที่เข้มแข็งหวังว่าพรรคเพื่อไทยคงจะรับฟังนายจตุพร คนกันเองที่เตือนด้วยความหวังดี แสดงความเห็นจากประสบการณ์ ที่อยู่ในวงการเมืองมาหลายทศวรรษ แต่หลายคนอาจเห็นต่างนายจตุพร ที่บอกว่าไม่เห็นด้วยกับการสถาปนาตนเองเป็นนักประชาธิปไตย ไม่ต่างอะไรกับหน้ากากคนดี ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา “ปลอมทั้งคู่”ความแตกต่างที่ชัดเจนก็คือ พล.อ.ประยุทธ์เข้าสู่อำนาจด้วยรัฐประหาร สวนทางกับประชาธิปไตยชัดแจ้ง ทั้งยังสืบทอดอำนาจด้วยรัฐธรรมนูญที่ขัดหลักประชาธิปไตย ให้ ส.ว. 250 คน ที่มาจากการแต่งตั้งของหัวหน้าคณะรัฐประหาร มีสิทธิ์เลือกหัวหน้าคณะรัฐประหารเป็นนายกฯ ส่วนพรรคอื่นไม่มีสิทธิ์.