เติมบรรยากาศเข้มข้นทางการเมือง ลูกพรรคภูมิใจไทยไล่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว. กลาโหม ยุบสภา แก้เผ็ดร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง โดนพรรคร่วมรัฐบาลและพรรคฝ่ายค้านจับมือพังองค์ประชุม ล่มแล้วล่มอีก เริ่มหมดความอดทน หลังกฎหมายสำคัญค่ายเซราะกราวถูกดองยาว ส่อเค้าพิจารณาเสร็จไม่ทันก่อนปิดสมัยประชุมสภาวันที่ 28 ก.พ.แน่กระบวนการทางนิติบัญญัติใกล้หมดสภาพ ทำหน้าที่ไม่ได้ การประชุมสภาทุลักทุเล องค์ประชุมล่มรายสัปดาห์จนกลายเป็นเรื่องปกติ ถึงขั้นทุบสถิติประชุมแค่ 22 นาที ก็ล่มไม่เป็นท่าต้องถูลู่ถูกังเอาตัวรอดทุกครั้งที่มีการประชุม ไม่ใช่แค่ร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง ที่ถูกแช่แข็ง แม้แต่กฎหมายก็พลอยถูกคุมกำเนิด โดนลูกหลงปัญหาองค์ประชุมล่ม พิจารณาไม่ได้เช่นกันเกมบีบยุบสภาดุดันขึ้น ไม่ใช่มีแค่ฝ่ายค้านจุดพลุฝั่งเดียว แต่พรรคร่วมรัฐบาลก็เริ่มก่อหวอดกดดันไม่ให้ “บิ๊กตู่” ยื้อเกม ลากยาวไปถึงเดือน มี.ค.2566เสถียรภาพเรือเหล็กช่วงปลายเทอมโคลงเคลงหนัก ตามสภาพที่ ส.ส.แห่ลาออก ย้ายค่ายกันอุตลุด เพื่อวางลู่ทางอนาคตการเมืองกันใหม่ไม่คำนึงถึงการประชุมสภา ทำงานเพื่อผลประโยชน์ประชาชน แต่ใจจดใจจ่ออยู่กับการลงพื้นที่ เอาเวลาไปทุ่มเทหาเสียงมากกว่างานในสภาฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้านฉวยจังหวะเร่งเลือกตั้ง ชิงความได้เปรียบในช่วงที่เสาเข็มพรรครวมไทยสร้างชาติยังลงหลักปักฐานไม่แน่น ตั้งตัวยังไม่ติด กำลังดูดแต้มไล่ตกปลาในบ่อเพื่อน ต้อน ส.ส.เข้าสังกัด สนามเมืองคึกคัก รอนับถอยหลังเข้าโหมดเลือกตั้ง พรรคใหญ่ พรรคกลาง พรรคเล็ก เร่งเปิดนโยบายหาเสียงและตัวผู้สมัครครึกโครม ใส่กันเต็มหน้าตัก เพื่อชัยชนะหลังปิดหีบไม่ใช่แค่ขับเคี่ยวกันเฉพาะฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายค้าน แม้แต่คนที่เคยเป็นฝ่ายเดียวกันอย่าง “พลังประชารัฐ-รวมไทยสร้างชาติ” ก็เปิดฉากดวลกันมันยิ่งกว่าฟาดงวงฟาดงา เปิดศึกชิงตัว ส.ส.แบบหมดความเกรงใจกัน เหมือนไม่ใช่พรรคพี่พรรคน้อง2 พี่น้อง “บิ๊กตู่” กับ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ งัดข้อประลองกำลังหนักขึ้น หลังแยกทางความจืดจางยกระดับมากขึ้น ในจังหวะที่ “พี่ใหญ่” รุกหนัก ยกคณะลงพื้นที่ จ.ราชบุรี พิษณุโลก นครสวรรค์ ปาดหน้า “น้องเล็ก” ที่มีโปรแกรมลงพื้นที่เดียวกัน ไปห้ามเลือดไหลออกกลับสู่สังกัดพลังประชารัฐ เบรกพลังดูดพรรคน้องใหม่ ขณะที่ฝ่าย “น้องเล็ก” ก็เดินหน้าเปิดเครื่องสูบ ดูด ส.ส.ออกจากพรรคพลังประชารัฐไม่หยุดหย่อนพรรคพี่พรรคน้องไม่มีใครยอมใคร แข่งกันต้อน ส.ส.และก๊วนบ้านใหญ่เข้าพรรค เพื่อชิงธงนำจัดตั้งรัฐบาล แข่งกันเป็นนายกฯล่าสุดก็เปิดศึกพ่นน้ำลาย ชิงดีชิงเด่นนโยบายหาเสียง ซัดกันนัว แย่งความเป็นเจ้าของโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ อวดความดีความชอบเป็นผลงานต้นคิดของฝ่ายตัวเองต่างฝ่ายต่างเล่นต่อยใต้เข็มขัด มีเรื่องให้หักหาญน้ำใจกันต่อเนื่อง ล้ำเส้นเกินกว่าพี่น้องจะกระทำใส่กัน ถ้าไม่มีเหตุให้หมั่นไส้ขี้หน้ากันจริงๆ ส่วนเหล่าลูกหาบบริวาร 2 พรรค คอยค้าความขัดแย้ง เสี้ยม ให้ 2 ลุง มองหน้ากันลำบากขึ้นไปอีกกว่าจะปิดหีบเลือกตั้ง คงมีเรื่องให้ปะทะกันอีกหลายรอบ ต้องเคลียร์กันยาว จากแตกคออาจกลายเป็นแตกหัก ไม่รู้จะกลับมากอดคอร่วมงานได้สนิทใจแค่ไหน2 ลุงต้องแยกมีทางเลือกสำรองเป็นทางหนีทีไล่ ฝั่ง พล.อ.ประวิตรไปจับมือหลวมๆกับพรรคเพื่อไทย เล่นบท ผู้จัดการรัฐบาลหลังเลือกตั้ง เป็นมือประสานสิบทิศกลุ่มอำนาจเดิมกับกลุ่มอำนาจใหม่จัดตั้งรัฐบาล รอลุ้นนั่งเก้าอี้นายกฯอยู่ลึกๆ หากสถานการณ์เป็นใจขณะที่ฝ่าย พล.อ.ประยุทธ์ก็แตะมือพรรคภูมิใจไทยที่กำลังขึ้นหม้อ ผนึกกำลังร่วมกัน เพื่อกลับมาเป็นใหญ่แต่ต่างกันที่บริบทการเมืองช่วง 2 ป. เรืองอำนาจปี 2562 กับยุคปัจจุบันที่ 2 ป. เสื่อมอำนาจ ทำให้เส้นทาง “บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม” ขึ้นสู่อำนาจรอบนี้ไม่ชัวร์เหมือนเก่าไหนจะ ส.ว.ที่แยกเป็น 2 ขั้ว จนเสียงแตก ไม่สามารถล็อกเป้าเลือกหนุนลุงคนใดได้เต็มที่ หรือพรรคภูมิใจไทย ถ้าได้ ส.ส.เหยียบร้อย ที่นั่ง ก็คงไม่หลีกทางให้ “บิ๊กตู่” แน่2 พี่น้องที่เคยอยู่ขั้วเดียวกัน ดันมาหั่นแต้มกันเองเมื่อแยกทาง สิ่งที่คิดจะแยกกันรุ่ง อาจกลายเป็นแยกกันร่วง หมดเวลาไปต่อ.ทีมข่าวการเมือง