ออกมาเปิดฉากแฉรายวันในประเด็นผับจินหลิงของกลุ่มธุรกิจจีนสีเทานายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ เล่นบท “หมูไม่กลัวน้ำร้อน” อัดแหลก พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. ลามปามไปถึง พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร.ไม่สนรสชาติข้าวแดงแกงร้อนที่เคยร่วมสำรับปรับความเข้าใจกันในอดีตให้คะแนน “ติดลบ” ฐานทำผู้ต้องหารายสำคัญหลบหนี“ถือตะเกียง” เปรียบเทียบว่า บ้านเมืองอยู่ในความมืดมิดไร้ความหวัง ไร้ผู้นำ ในการให้ความยุติธรรม และยังกล่าวหาอัยการ “นั่งเทียน” ทำสำนวนคดีอ้างมีพยานปากเอกแสดงให้เห็นว่ามีการ “หมกเม็ด” หลักฐานที่จะสาวไปถึงตัวกลุ่มผู้กระทำความผิดที่มี นายชัยณัฐร์ หรือ ตู้ห่าว กรณ์ชายานันท์ ชาวจีนแปลงสัญชาติถือบัตรประชาชนไทยเป็นนายทุนอยู่เบื้องหลังโยนเผือกร้อนใส่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่มีบริษัทของหลานเข้ามาเกี่ยวข้องกับมังกรจีนตัวแสบแต่กลับไม่พูดถึง “นายพลชั้นผู้ใหญ่” คนไหนแอบติดต่อพูดคุยกับ “ตู้ห่าว” เป็นประจำต้นเรื่องของ “สนิมเนื้อใน หนอนบ่อนไส้” ทำลายองค์กรตัวเองกระนั้นก็ตาม พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จเรตำรวจแห่งชาติ ได้รับมอบหมายให้ลงไปสอบสวนข้อเท็จจริงเชิงลึก พร้อมคณะทำงานประกอบด้วย พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. พล.ต.ท.โพธ สวยสุวรรณ จเรตำรวจ (สบ 8) พล.ต.ท.สันติ ชัยนิรามัย จเรตำรวจ (สบ 8) พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบช.ก. พล.ต.ต.ชนวีร์ ชมาฤกษ์ รองจเรตำรวจ (สบ 7) พล.ต.ต.โอภาส คงเมือง ผบก.กต.6 จต. พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป. และคณะกรรมการรวม 15 นายไขข้อครหาที่พากระบวนการยุติธรรมบิดเบี้ยว.สหบาท