เชฟรุ่นใหม่สุดอินดี้ พรต สถิตพิทยายุทธ์ Pastry Chef แห่ง The Food School ได้มองงานที่เป็นงานศิลปะ ที่รังสรรค์ความอร่อยและความสวยงาม พร้อมทำในสิ่งที่ตัวเองรักและพัฒนาฝีมือเพื่อพิสูจน์ว่า เชฟไทยไม่แพ้ใครในโลกพรต สถิตพิทยายุทธ์ เชฟขนมหวาน แห่ง The Food School (เดอะ ฟู้ด สคูล) ศูนย์ฝึกการทำอาหารนานาชาติ และศูนย์บ่มเพาะผู้ประกอบการสตาร์ตอัพด้านอาหารและเครื่องดื่มครบวงจร ของกลุ่ม บริษัท ดุสิตธานี จำกัด ซึ่งกว่าจะมาถึงวันนี้ เชฟพรต บอกว่า ตนต้องพิสูจน์ฝีมือมาหลายด่านเลยทีเดียว เริ่มต้นจากทางบ้าน เมื่อเรียนจบไฮสคูลที่ประเทศนิวซีแลนด์ ด้วยความไม่อยากเรียนมหาวิทยาลัย เลยบอกที่บ้านว่า อยากเป็นเชฟ จะเรียนทางด้านนี้ แต่ทางบ้านไม่เห็นด้วย ตนก็ต้องพิสูจน์ว่าชอบด้านนี้จริงๆ ด้วยการทำขนมให้ที่บ้านลองชิม แต่ที่บ้านยังขอให้เรียนจบปริญญาตรีก่อน จึงยอมเรียนด้านจิตวิทยา มหาวิทยาลัยแคนเบอรี่ ประเทศนิวซีแลนด์ พอจบจึงบินไปฝรั่งเศส ไปเรียนหลักสูตรทำขนม ที่ Ecole Nationale Supérieure de หรือ ENSP ของอลัง ดูคาส (Alain Ducasse) เชฟชื่อดัง โดยเรียน 1 ปี ทำงานต่ออีก 1 ปีที่ร้านดังในปารีส จากนั้นก็กลับมาทำงานที่โรงแรมดาราเทวี ร้าน L’atelier de Joel Robuchon Bangkok ที่ละ 1 ปี ก่อนที่จะไปทำงานที่นิวยอร์กเกือบ 3 ปี จึงกลับมาเมืองไทย ปัจจุบันเป็นผู้สอนหลักสูตรขนมหวานที่ เดอะ ฟู้ด สคูล“เดอะ ฟู้ด สคูล มี 3 แบรนด์ ได้แก่ ALMA สถาบันสอนประกอบอาหารจากอิตาลี TSUJI สถาบันสอนอาหารของญี่ปุ่น และวิทยาลัยดุสิตธานี ของผมจะอยู่กับดุสิตธานี สอนการทำขนม มีหลักสูตรเรียน 4-5 เดือน แต่ของผมจะเป็นคอร์สแค่ 2-3 วัน ผมจะสอนจากประสบการณ์ตัวเอง อยากจะพัฒนาเชฟคนไทย ผมอยากจะสอนในสิ่งที่ผมเรียนรู้จากการทำงาน ที่ไม่มีสอนในโรงเรียน ในการทำขนมผมมองว่า เป็นงานศิลปะมากกว่า ผมจะใช้โปรแกรมดีไซน์ 3 มิติเยอะมาก แล้วตอนนี้พยายามที่จะนำวัตถุดิบของไทยมาใช้ในการทำขนม Pastry ไม่ว่าจะเป็น แป้ง น้ำตาล ผลไม้ ช็อกโกแลตของไทย สิ่งหนึ่งที่ผมตั้งเป็นโจทย์ท้าทายตัวเอง ตั้งแต่วันแรกที่ทำงานคือ อยากจะทำให้คนในบ้านเรา มองเห็นว่าเชฟคนไทยมีความสามารถเหมือนกัน ซึ่งแบรนด์โรงแรมดังๆบ้านเรา เขาจะไม่เอาเชฟคนไทยมาเป็นหัวหน้า เขาจะเอาเชฟฝรั่ง เลยอยากจะเปลี่ยนความคิดของคนในบ้านเรา อย่างเราเห็นฝรั่งตำส้มตำได้ เรามองว่า คูลเชฟไทยทำขนมฝรั่งก็คงดูคูลเช่นกัน ผมก็อยากทำให้เห็นว่า คนไทยก็มีศักยภาพที่จะทำอะไรที่เป็นอินเตอร์เนชั่นแนลเหมือนกันครับ”แต่กว่าจะมีฝีมือในระดับแถวหน้าแบบนี้ เชฟพรตบอกว่า การเป็นเชฟถ้าเราอยากประสบความสำเร็จ อยากเก่งอยากพัฒนา เราต้องมุ่งมั่นทุ่มเท ตอนที่กลับมาเมืองไทยได้เงินเดือนหลักหมื่นต้นๆ แม่บอกให้มากกว่านั้นเกือบเท่าตัว แล้วอยู่บ้านช่วยแม่ แต่ตนไม่เอา พอมาจากฝรั่งเศสพักได้ 2 วันก็ย้ายไปอยู่เชียงใหม่เลย “ในการทำงานจะบอกกับลูกน้องเสมอว่า ทุกๆที่ผมทำผมหาเองหมดเลย ไปเคาะประตู ขอให้เขารับให้ทำงาน ขวนขวายด้วยตัวเอง ซึ่งไม่ว่าเราจะทำงานที่ไหน จะดังหรือไม่ดัง ก็ขอให้ทำงานอย่างเต็มที่ เพราะว่าเรารักมัน แล้วสุดท้าย จะมีผู้ใหญ่เห็นความดีของเรา พร้อมที่จะให้โอกาสเราครับ”...ที่มาของความสำเร็จของเชฟหนุ่มคนนี้.