“เรือหลวงสุโขทัย”...ที่อับปางกลางทะเลประจวบคีรีขันธ์เป็นเรือคอร์เวตชุดเรือหลวงรัตนโกสินทร์ (2 ลำ) สร้างโดย TACOMA BOATBUILDING COMPANY ที่เมือง TACOMA สหรัฐอเมริกา โดยเรือหลวงสุโขทัยมีชื่อเดิมว่า RTN 252 FT PSMM MK–16 #446เรือหลวงสุโขทัย...ได้รับการติดตั้งระบบอาวุธยุทโธปกรณ์และระบบอำนวยการรบที่ทันสมัยมีขีดความสามารถและประสิทธิภาพสูงพร้อมปฏิบัติการรบได้ทั้ง 3 มิติในเวลาเดียวกัน คือการป้องกันภัยทางอากาศ ผิวน้ำ และสงครามปราบเรือดำน้ำ เข้าประจำการต้นปี 2530...นับเป็นเวลาเกือบ 36 ปีแล้วภารกิจหลักของเรือหลวงสุโขทัย คือการปราบเรือดำน้ำ ลาดตระเวนตรวจการณ์ คุ้มกันกระบวนเรือ สนับสนุนการยิงฝั่ง ส่วนภารกิจรอง คือสนับสนุนภารกิจกองทัพเรือเหตุความสูญเสียที่เกิดขึ้นกับลูกประดู่ครั้งนี้ คงไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นอย่างแน่นอนพลิกแฟ้มข้อมูลการจัดกำลังเรือรบกองทัพเรือไทย “ไทยรัฐออนไลน์” เผยแพร่ไว้เมื่อต้นปี 2562 ระบุว่า เรือเกือบทั้งหมดจะสังกัดกองเรือต่างๆ จำนวน 8 กองเรือ ขึ้นตรงกับกองเรือยุทธการ (กร.) ที่ทำหน้าที่เป็นหน่วยเตรียมกำลัง...ดูแลรักษาซ่อมบำรุงเรือ ฝึกกำลังพลประจำเรือให้พร้อมรบ แต่...ในการปฏิบัติภารกิจจริง เรือจากกองเรือต่างๆ จะได้รับการจัดรวมกันตามประเภทของภารกิจ (task organization) ขึ้นตรงกับทัพเรือภาคที่ 1 ถึง 3 (ทรภ.1 ถึง 3) ที่ทำหน้าที่เป็นหน่วยใช้กำลัง ในลักษณะหน่วยเฉพาะกิจ เช่น หมวดเรือลาดตระเวนชายแดน (มชด.) สังกัด ทรภ.1ประกอบด้วยเรือเร็วโจมตี เรือตรวจการณ์ปืน เรือตรวจการณ์ใกล้ฝั่ง เรือตรวจการณ์ชายฝั่ง หรือเรือจากกองเรือต่างๆ อาจขึ้นตรงกับหน่วยเฉพาะกิจต่างๆของกองทัพเรือโดยตรง เช่น หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขง (นรข.) หรือหมู่เรือรักษาการณ์วังไกลกังวล (มรก.)นอกจากนี้ ในกองเรือยุทธการเองยังมีเรือที่ไม่ได้ขึ้นกับกองเรือทั้ง 8 กองเรือ แต่อยู่ในสังกัดของหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ (นสร.) จำนวนหนึ่ง คือเรือตรวจการณ์ชายฝั่งและเรือปฏิบัติการพิเศษ สำหรับสนับสนุนการปฏิบัติงานของกำลังพลนักทำลายใต้น้ำจู่โจม (SEAL)เรืออื่นๆคือเรือสำรวจและเรือใช้งาน เครื่องหมายทางเรือจะอยู่ในสังกัดของกรมอุทกศาสตร์ เรือที่กล่าวถึงนี้จะไม่รวมถึงเรือขนาดเล็กที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติการทางเรือโดยตรงอีกจำนวนหนึ่งที่อยู่ในสังกัดของกองสนับสนุน กองเรือยุทธการ (กสน.กร.) ที่เรียกว่า เรือ กร.และที่อยู่ในสังกัดของกองเรือเล็ก กรมการขนส่งทหารเรือ (กรล. ขส.ทร.) ที่เรียกว่า เรือ ขส. เช่น เรือรับรอง เรือบริการ เรือลำเลียง เรือลากจูง และเรือราชพิธี สำหรับข้อมูลการตั้งชื่อเรือหลวง ยกตัวอย่างเช่น เรือพิฆาต (destroyer) จะตั้งตามชื่อตัว, ชื่อบรรดาศักดิ์, หรือชื่อสกุลของบุคคลที่เป็นวีรบุรุษของชาติ เช่น ร.ล.พระร่วง (ปลดระวางประจำการแล้ว)ถัดมา...เรือฟริเกต (frigate) ตั้งตามชื่อแม่น้ำสายสำคัญ เช่น ร.ล.เจ้าพระยา, ร.ล.บางปะกง, ร.ล.กระบุรี, ร.ล.สายบุรี สาม...เรือคอร์เวต (corvette) ตั้งตามชื่อเมืองหลวง หรือเมืองสำคัญในประวัติศาสตร์เช่น ร.ล.รัตนโกสินทร์, ร.ล.สุโขทัยสี่...เรือเร็วโจมตี (fast attack craft) อาทิ เรือเร็วโจมตี (อาวุธนำวิถี) (fast attack craft guided missile) ตั้งตามชื่อเรือรบในทะเลสมัยโบราณที่มีความหมายเหมาะสมแก่หน้าที่ของเรือนั้นๆ เช่น ร.ล.ราชฤทธิ์, ร.ล.วิทยาคม, ร.ล.อุดมเดชเรือเร็วโจมตี (ปืน) (fast attack craft) และเรือเร็วโจมตี (ตอร์ปิโด) (fast attack craft, torpedo) ตั้งตามชื่อจังหวัดชายทะเล เช่น ร.ล.สงขลา, ร.ล.ชลบุรีห้า...เรือดำน้ำ (submarine) ตั้งตามชื่อผู้มีอิทธิฤทธิ์ในนิยายหรือวรรณคดีเกี่ยวกับการดำน้ำ : ราชนาวีไทยเคยมีเรือดำน้ำประจำการจำนวน 4 ลำ คือ ร.ล.มัจฉานุ, ร.ล.วิรุณ, ร.ล.สินสมุทร และ ร.ล.พลายชุมพล ซึ่งปลดประจำการหมดแล้ว เป็นต้น“กองทัพเรือ” มีกำเนิดควบคู่มากับการสร้างอาณาจักรไทยนับตั้งแต่กรุงสุโขทัยเป็นราชธานี กองทัพไทยในสมัยนั้น ไม่มีการแบ่งทหารเรือ หรือทหารบก หากยาตราทัพไปทางบกก็เรียกว่า...“ทัพบก” หากยาตราทัพไปทางเรือก็เรียกว่า...“ทัพเรือ” โดยการจัดระเบียบ การปกครอง บังคับบัญชากองทัพไทยในยามปกติสมัยนั้น ยังไม่มีแบบแผนที่แน่นอน...ในยามศึกสงครามได้ใช้ทหารทัพบกและทัพเรือรวมๆกันไป เกี่ยวกับ “กองทัพเรือ” นาวาเอก กิตติพงศ์ ทิพย์เสถียร เรียบเรียงไว้ว่า เรือคอร์เวต (Corvette) เป็นเรือที่มีขีดความสามารถเช่นเดียวกันกับเรือฟริเกต แต่มีขนาดเล็กและคล่องตัวกว่า คือยาวประมาณ 80 เมตร ส่วน เรือฟริเกต (Frigate) เป็นเรือขนาดใหญ่ ปกติจะยาวกว่า 100 เมตร...มีความสามารถในการทําสงครามทั้ง 3 มิติ คือต่อสู้เรือผิวน้ำ ต่อสู้อากาศยาน และปราบเรือดำน้ำ อาวุธประจำเรือ คือปืน อาวุธปล่อยนำวิถี และอาวุธปราบเรือดำน้ำพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชวังเดิมกรุงธนบุรีเป็นสถานที่ตั้งโรงเรียนนายเรือ และได้เสด็จพระราชดำเนินเปิดโรงเรียนนายเรือเมื่อ 20 พฤศจิกายน พ.ศ.2449 “กองทัพเรือ” จึงได้ถือเอาวันที่ 20 พฤศจิกายนของทุกปีเป็นวันที่ระลึกของกองทัพเรือและ...ถือเป็นการเริ่มต้น “กองทัพเรือ” ในยุคปัจจุบันจากอดีตถึงปัจจุบันที่ผ่านมา กองทัพเรือเป็นหน่วยงานหนึ่งที่ปฏิบัติงานอยู่เคียงข้างประชาชนชาวไทยเสมอมา ไม่ว่ายามศึกสงครามหรือยามสงบ ยังมีคนกลุ่มหนึ่งออกลาดตระเวนตรวจการณ์ทางทะเล และทางบกในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ประเทศไทยมีความมั่นคงทางทะเลอย่างสมบูรณ์ อันจะนำพาเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นมาสู่พี่น้องประชาชน นอกจากนี้ กองทัพเรือยังคอยพิทักษ์ทรัพย์สมบัติของชาติทางทะเล เพื่อให้ชาวไทยได้ใช้ประโยชน์ในการอุปโภคบริโภคอย่างเต็มที่รวมทั้งยามเกิดภัยพิบัติใดๆ “กองทัพเรือ” จะออกปฏิบัติการเพื่อค้นหา ช่วยเหลือประชาชนทั้งชาวไทย ชาวต่างประเทศ เปรียบเสมือนผู้ประสบภัยเหล่านั้นเป็นญาติพี่น้องของกำลังพลในกองทัพเรือเองอีกทั้งผลประโยชน์ของชาติทางทะเล รวมทั้งปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นจากการใช้ทะเลมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความมั่นคงและความมั่งคั่งของประเทศ ดังนั้น กองทัพเรือจึงมีความจำเป็นต้องพัฒนากำลังรบทางเรือให้สอดคล้องกับสภาวะแวดล้อมเป็นไปตามยุทธศาสตร์...ให้สมดุลกับภัยคุกคามและภารกิจที่จะต้องปฏิบัติตราบเท่าทุกวันนี้...กำลังพลของกองทัพเรือยังคงทุ่มเทแรงกายแรงใจในการปฏิบัติงานอย่างหนักและต่อเนื่อง เพื่อความอยู่ดีมีสุขของคนไทย เพื่อความสง่างามของชาติไทยในสังคมโลก รวมทั้งเพื่อให้ทุกชีวิตสามารถดำเนินอยู่ได้ด้วยความสงบ ร่มเย็นอย่างที่เป็นอยู่และดียิ่งขึ้นตลอดไป สมกับคำที่ว่า...“1,500 ไมล์ทะเลไทยมีนาวีนี้เฝ้า”.