นับตั้งแต่รัฐบาลยูเครนประกาศปิดกั้นข่าวสารที่เกี่ยวกับปฏิบัติการทางทหารในยูเครนเมื่อหลายเดือนก่อน จึงทำให้ข่าวสารจากสนามรบเบาบางลงไปถนัดตาจะมีก็แต่สื่อความมั่นคงค่ายรัสเซียที่ยังคงคึกคัก รายงานหรือวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างดุเด็ดเผ็ดร้อนถึงสิ่งที่กำลังเป็นไปในสมรภูมิ ผู้เขียนเป็นคนหนึ่งที่ได้ตามรายงานเหล่านี้ และก็ต้องบอกว่า หากเป็นคลิปวิดีโอให้ชั่งใจไว้ก่อนเลย เพราะไม่สามารถรู้ที่มาที่ไปได้อย่างชัดเจนแต่ถ้าเป็นรายงานที่เป็นตัวหนังสือ ก็น่าประหลาดใจว่ามีความถูกต้องอยู่มาก ใน 10 เรื่องเป็นจริงสัก 8 เรื่อง หรือประมาณ 80% ก็ว่าได้ และที่สำคัญรายงานที่ถูกต้องส่วนใหญ่ จะถูกปล่อยออกมาก่อน 2-3 วัน จากนั้นสื่อตะวันตกกระแสหลักจึงค่อยรายงานตาม กระนั้นก็ขึ้นอยู่กับว่านักข่าวคนไหนด้วย บ้างก็เป็น “ไอโอ” ปั่นกระแสตลอดเวลา โดยไม่ดูสภาพความเป็นจริงอย่างไรก็ตาม ในบรรดาข้อมูลทั้งหมดทั้งปวงนี้ สิ่งที่ชัดเจนคือ สงครามอันโหดเหี้ยมในยูเครน ที่ดำเนินมากว่า 10 เดือน จะยังไม่เห็นแสงสว่างปลายอุโมงค์ โอกาสโดยรวมนั้นถือว่าค่อนข้างมืดมิด เนื่องด้วย 1.นโยบายของยูเครนที่ต้องการดินแดนคืน 100% ซึ่งรวมถึงคาบสมุทรไครเมียที่รัสเซียผนวกไปในปี 2557 ซึ่งรัฐบาลรัสเซียไม่มีวันที่จะยอมรับได้ ต้องลดเงื่อนไข2.พล.อ.เซอร์เก ซูโรวิคิน ผบ.คุมกำลังรัสเซียทั้งหมดในยูเครน ยังคงมีแผนการที่ชัดเจนในด้านการรบ กล่อมผู้มีอำนาจเบื้องบนให้เข้าใจได้ว่า ทำไมถึงต้องยอมทิ้งพื้นที่บางส่วนที่ยึดครองมาได้ และสิ่งที่กำลังซื้อเวลาให้หน่วยรบรัสเซียพักฟื้น หรืออาจบีบให้ยูเครนกลับสู่โต๊ะเจรจา คือปฏิบัติการตัดน้ำตัดไฟยูเครน3.การทุ่มกำลังในแนวรบเมือง “บาคห์มุท” ในตอนกลางของจังหวัดโดเนตสก์ ทางภาคตะวัน ออกของยูเครน ที่ถูกมองว่าเป็น “ประตูสู่โดเนตสก์ตอนใน” ซึ่งกองทัพรัสเซียกำลังรุกคืบ อย่างช้าๆ ใช้ทหารรับจ้าง “วากเนอร์” โจมตีแบบหน่วยรบขนาดเล็ก และใช้ปืนใหญ่ยิงทำลายหน่วยรบยูเครนไปเรื่อยๆและปัจจัยสำคัญ 4.ชาติตะวันตกผู้ให้การสนับสนุน ที่ระยะหลังเริ่มกำหนดทิศทางยูเครนมากขึ้น ก็ไม่ได้ต้องการการเจรจาแบบ “พบกันครึ่งทาง” ท่าทียังคงเป็น “ซีโร่ซัมเกม” ต้องมีคนแพ้ชนะ.ตุ๊ ปากเกร็ด