ทะเลคลั่งคลื่นสูง 5 เมตร ซัดเรือหลวงสุโขทัยอับปางกลางทะเล อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พลประจำเรือ 87 ชีวิต สละเรืออพยพลงเรือชูชีพกลับเข้าฝั่ง นราธิวาสอ่วมฝนตกหนัก น้ำป่าถล่มหลายจุดเร่งอพยพชาวบ้าน หนุ่มใหญ่ขับเก๋งพาครอบครัวฝ่ากระแสน้ำแต่ไม่รอดดับ 3 ศพ ส่วนยะลา น้ำป่าท่วมทางหลวงสาย 418 กัดเซาะถนนทรุดกว่า 20 เมตร พ่อเมืองสุราษฎร์ฯ ผวาคลื่นลมแรงออกคำสั่งห้ามเรือทุกชนิดออกจากฝั่ง ภูเรือเย็นยะเยือกอุณหภูมิ 7 องศาฯ ต่ำสุดในรอบปี นักท่องเที่ยวแห่กางเต็นท์คึกคัก กรมอุตุฯเตือนเหนือ-อีสาน อุณหภูมิลดต่อเนื่อง ส่วนภาคใต้ยังคงมีฝนตกหนักสถานการณ์ฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดน้ำท่วมหลายพื้นที่ เมื่อวันที่ 18 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดฝนตกหนักครอบคลุมพื้นที่ 13 อำเภอ จ.นราธิวาส ส่งผลให้เกิดน้ำป่าทะลักท่วมพื้นที่บ้านบองอ หมู่ 4 ต.บองอ อ.ระแงะ ระดับน้ำสูง 40-60 ซม. ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนและพื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหายเป็นวงกว้าง นับเป็นการท่วมระลอกที่ 3 บางครอบครัวต้องอพยพทรัพย์สินไปอยู่ในสถานที่ปลอดภัย นอกจากนี้ เกิดเหตุรถเก๋งถูกน้ำป่าซัดไหลไปตามกระแสน้ำ ทหาร ฉก.ทพ.54 เร่งให้ความช่วยเหลือผู้ติดอยู่ในรถ 5 คน มีอาการ จมน้ำหมดสติออกมาอย่างทุลักทุเล นำส่ง รพ.จะแนะ ต่อมาเสียชีวิต 3 คน ประกอบด้วย นางสีดีบูงอ ลาเตะ อายุ 68 ปี, นางซารีหม๊ะ อภิรติยากุล อายุ 38 ปี และ ด.ช.อัฟนาน อภิรติยากุล อายุ 10 ปี ส่วนผู้รอดชีวิต ได้แก่ ด.ช.อาลิฟ อภิรติยากุล อายุ 14 ปี และนายอภิชาต อภิรติยากุล อายุ 40 ปี สอบถามทราบว่า ทั้งหมดเป็นพ่อแม่ลูกและยาย มีนายอภิชาตเป็นคนขับกลับจากทำธุระ พยายามขับฝ่ากระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวกราก กระทั่งถูกน้ำป่าซัดไปตามกระแสน้ำ วันเดียวกัน เกิดน้ำป่าไหลท่วมพื้นที่เขตเทศบาล ตำบลสุไหงปาดี อ.ระแงะ ระดับน้ำสูง 20-40 ซม. รถโดยสารขนาดเล็กไม่สามารถสัญจรได้ ปริมาณน้ำมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ส่วนแม่น้ำสายหลัก 3 สาย ได้แก่ แม่น้ำโก-ลก, แม่น้ำสายบุรี และแม่น้ำบางนรา เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะแม่น้ำโก-ลกอยู่ในสถานการณ์เฝ้าระวัง เพราะเหลืออีก 50 ซม. จะล้นตลิ่ง สำหรับ จ.นราธิวาส มีพื้นที่ถูกน้ำท่วมแล้ว 10 อำเภอ จากทั้งหมด 13 อำเภอที่ จ.ยะลา เกิดน้ำป่าไหลหลากท่วมพื้นที่บ้านเปาะยานิ หมู่ 3 ต.สะเตงนอก อ.เมืองยะลา ระดับน้ำสูง 20 ซม. ส่งผลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน น้ำป่ายังไหลท่วมทางหลวงสาย 418 บ้านสาคอ หมู่ 4 ต.ท่าสาป น้ำท่วมสูง 15-20 ซม. รวมระยะทาง 100 เมตร ยานพาหนะแล่นผ่านด้วยความยากลำบาก นอกจากนี้ น้ำป่าไหลกัดเซาะถนนสายบ้านแหร-บ้านซาไก กม.3-4 ต.บ้านแหร อ.ธารโต ส่งผลให้ไหล่ทางถูกน้ำกัดเซาะจนถนนทรุดพังทลายลงไปในลำธารกว่า 20 เมตร เป็นเหตุให้นายรุสดี สุเด็ง ผช.ผญบ.บูโละสนิแย หมู่ 4 ต.บ้านแหร กำลังขับรถกระบะสำรวจน้ำท่วมตกลงไปในลำธาร แต่ปีนหนีออกจากรถได้รอดตายอย่างหวุดหวิด หน่วยกู้ภัยต้องนำเชือกมาลากรถกระบะขึ้นจากน้ำอย่างเร่งด่วน จ.ปัตตานี ฝนตกลงมาอย่างหนักทำให้เกิดน้ำท่วมตามถนนสายต่างๆในเขตเทศบาลเมืองปัตตานี ระดับน้ำสูง 20-30 ซม. ประชาชนสัญจรด้วยความยากลำบาก บ้านเรือนประชาชนริมถนนย่านเศรษฐกิจบางหลังถูกน้ำท่วมสิ่งของได้รับความเสียหาย นายนิอันวา สุไลมาน นายกเทศมนตรีเมืองปัตตานี สั่งการให้ จนท.เทศบาลเมืองปัตตานีเปิดเครื่องสูบน้ำแต่ละจุดที่วางไว้ก่อนหน้านี้ เพื่อเร่งระบายน้ำออกสู่แม่น้ำปัตตานีอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะจุดที่มีน้ำท่วมขังสูง เนื่องจากยังคงมีฝนตกอย่างต่อเนื่องส่วน จ.สงขลา มีฝนตกต่อเนื่องทำให้เกิดน้ำท่วมถนนกาญจนวนิช เป็นเส้นทางระหว่าง อ.เมืองสงขลา กับ อ.หาดใหญ่ น้ำท่วมสูงหลายจุดโดยเฉพาะบริเวณหน้าแยกบ้านควนหิน รถเล็กไม่สามารถสัญจรผ่านได้ เช่นเดียวกับ 5 แยกน้ำกระจาย ต.พะวง อ.เมืองสงขลา ระดับน้ำท่วมสูง เกือบ 1 เมตร ต้องปิดการจราจร เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุ ส่วนถนนทางรอดอุโมงค์รถไฟกัลยาณมิตร ไปถนนราษฎร์อุทิศ หรือเขต 8 ถูกน้ำท่วมเกือบมิดอุโมงค์ ประชาชนต้องหลีกเลี่ยงไปใช้เส้นทางอื่น ขณะเดียวกัน น้ำท่วมรางรถไฟสถานีรถไฟชุมทางหาดใหญ่ ทำให้เส้นทาง 3 จังหวัดชายแดนใต้ และเส้นทางกรุงเทพฯ ไม่สามารถเดินทางได้นายวิชวุทย์ จินโต ผวจ.สุราษฎร์ธานี ลงนามในประกาศห้ามเรือทุกชนิดออกจากฝั่งในทุกอำเภอที่ติดชายทะเลฝั่งอ่าวไทย ทั้งเรือประมงขนาดเล็ก เรือนำเที่ยวหมู่เกาะ รวมถึงเรือโดยสารเฟอร์รี่ ประกอบด้วยเส้นทางจาก อ.เมืองสุราษฎร์ธานี และ อ.ดอนสัก ไปยัง เกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า และเส้นทางจาก อ.เกาะสมุย ไปยังเกาะพะงันเกาะเต่า และ จ.ชุมพร รวมถึงเรือโดยสารภายในเขื่อนรัชชประภา ระหว่างวันที่ 18-19 ธ.ค.65 เนื่องจากกรมอุตุนิยมวิทยาประกาศแจ้งเตือนคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย ความสูงของคลื่น 2-4 เมตร บริเวณฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงกว่า 4 เมตรเวลา 19.00 น. วันเดียวกัน ศูนย์วิทยุ 191 สภ.ปากน้ำปราณ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ รับแจ้งเรือหลวงสุโขทัย (442) เรือคอร์เวท สังกัดกองเรือฟริเกตที่ 1 กองเรือยุทธการ ทัพเรือภาคที่ 1 ที่เดินทางจากฐานทัพเรือสัตหีบ จ.ชลบุรี มายังท่าเรือในพื้นที่ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ประสบเหตุคลื่นลมแรง คลื่นสูงกว่า 5 เมตร ทำให้มีน้ำจำนวนมากทะลักเข้ามาในเรือ บริเวณกราบขวา กระทั่งเรือเอียง ห้องวิทยุสื่อสารจมน้ำ วิทยุสื่อสารใช้การไม่ได้ ขณะนี้เรือกำลังใกล้อับปาง น.ท.พิชิตชัย เถื่อนดี ผู้บังคับการ ร.ล.สุโขทัย สั่งการให้กำลังพลประจำเรือ 87 นาย เร่งสละเรือและอพยพลงเรือชูชีพกลับเข้าฝั่งเพื่อความปลอดภัย ส่วนบนเรือมีเพียงแสงไฟส่องสว่างเป็นจุดพิกัดเป้าหมายเท่านั้น การช่วยเหลือต้องใช้เรือกู้ภัยขนาดใหญ่ของกองทัพเรือ ที่กำลังเดินทางมาจากฐานทัพเรือสัตหีบ ล่าสุดพิกัดที่เรือหลวงสุโขทัยขอความช่วยเหลืออยู่ห่างชายฝั่งประมาณ 19 ไมล์ทะเล ในเขตพื้นที่ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิสว่างราษฎร์ ศรัทธาธรรมสถาน บางสะพาน ได้รับการร้องขอให้เตรียมความพร้อมให้การช่วยเหลือในที่ตั้ง หากได้รับการร้องขอจากเจ้าหน้าที่ทหารเรือ พร้อมออกให้ความช่วยเหลือในทันที และในส่วนของท่าเรือประจวบคีรีขันธ์ ได้เตรียมความพร้อมเรือทรัค หรือเรือลากจูงขนาดใหญ่ไว้ให้ความช่วยเหลือจำนวน 3 ลำ ในกรณีที่ได้รับการร้องขอจากทางกองทัพเรือ พร้อมออกให้ความช่วยเหลือในทันทีเวลา 21.30 น. พล.ร.อ.อะดุง พันธุ์เอี่ยม ผบ.กองเรือยุทธการ เปิดเผยถึงสถานการณ์ล่าสุดว่า ยืนยันเรือหลวงสุโขทัยไม่ได้อับปาง แต่เกิดการเอียง เนื่องจากคลื่นลมแรงและจอดอยู่บริเวณชายฝั่ง อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ขณะนี้เรือหลวงกระบุรีออกเดินทางไปช่วยเหลือแล้ว ขณะเดียวกันให้เรือหลวงภูมิพล และเรือหลวงอ่างทองตามเข้าไปสมทบช่วยเหลือ นอกจากนี้ ยังให้เฮลิคอปเตอร์ซีฮอกค์ นำเครื่องมือและอุปกรณ์ค้นหา บินไปสำรวจพิกัดให้ แน่ชัด เพื่อประสานการช่วยเหลืออีกทาง คาดว่าจะสามารถช่วยเหลือกำลังพลทั้งหมดได้ ขณะนี้ทุกคนยังปลอดภัยดีผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส่วนบนฝั่งท่าเรือในพื้นที่อ.บางสะพาน ได้มีการเตรียมความพร้อมทีมแพทย์ พยาบาล และกู้ชีพในพื้นที่ อ.บางสะพาน และใกล้เคียง ประมาณ 10 ทีม พร้อมรถบัสจำนวน 2 คัน เตรียมพร้อมคัดกรองและลำเลียงผู้บาดเจ็บไปยัง รพ.บางสะพาน มี นพ.เชิดชาย ชยวัฒโฑ ผอ.รพ.บางสะพาน พร้อมด้วย นายเสถียร เจริญเหรียญ ผวจ.ประจวบคีรีขันธ์ ลงบัญชาการ เหตุการณ์ ในการเตรียมความพร้อมให้การช่วยเหลือแล้ว จ.พัทลุง ฝนตกหนักติดต่อกัน 2 วัน ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ 11 อำเภอ ชาวบ้านได้รับผลกระทบกว่า 5,000 ครัวเรือน โดยเฉพาะพื้นที่ ต.ชะรัด ต.คลองเฉลิม อ.กงหรา เกิดน้ำป่าหลากเข้าท่วมระดับน้ำสูงเกือบ 1 เมตร ชาวบ้านต้องเร่งขนย้ายข้าวของไว้ที่สูง หลายครอบครัวขนย้ายไม่ทันทรัพย์สิน จมน้ำเสียหาย สำหรับปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำเริ่มเต็มทุกพื้นที่ จนท.ชลประทาน เตรียมเปิดประตูระบายน้ำ พร้อมประกาศเตือนประชาชนที่อาศัยในพื้นที่ลุ่มเตรียมรับมือน้ำท่วม รวมถึงให้ขนย้ายข้าวของไว้ในที่ปลอดภัยโดยด่วนหลายพื้นที่อากาศหนาวเย็นต่อเนื่อง เริ่มที่ จ.เชียงใหม่ สภาพอากาศหนาวมีหมอกลงจัดในช่วงเช้า ประชาชนเดินทางบนถนนสายวัฒนธรรมสันกำแพง-เชียงใหม่ (สายเก่า) ต้องเปิดไฟหน้ารถเพราะมองไม่เห็นทางเพื่อเพิ่มความปลอดภัย ขณะที่นักท่องเที่ยวอาศัยช่วงวันหยุดเดินทางไปแหล่งท่องเที่ยว ยอดนิยม เช่น บ้านแม่กำปอง อ.แม่ออน ดอยอินทนนท์ อ.จอมทอง และแหล่งท่องเที่ยวตามยอดดอยต่างๆ เพื่อไปพักผ่อนสัมผัสบรรยากาศหนาว และสูดอากาศบริสุทธิ์อย่างต่อเนื่องส่วน จ.พะเยา อากาศหนาวเย็นและมีหมอกปกคลุมในช่วงเช้า อุณหภูมิวัดได้ 16-18 องศาเซลเซียส ทำให้เกิดเหมยขาบ หรือน้ำค้างแข็งบนยอดหญ้า ประชาชนต้องสวมเสื้อกันหนาวและผิงไฟ เพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้กับร่างกาย ขณะเดียวกัน นายนพรัตน์ รักไพรสาณฑ์ นอภ.ดอกคำใต้ พร้อมด้วยเหล่ากาชาดดอกคำใต้ และพระครูสุนทรวุฒิคุณ เจ้าอาวาสวัดพระธาตุจอมศีล ร่วมกันมอบผ้าห่มให้กับผู้สูงอายุในพื้นที่ บริเวณสวนรุกขชาติ ต.บ้านถ้ำ อ.ดอกคำใต้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเช่นเดียวกับ จ.เลย อุณหภูมิลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ตอนเช้ามีหมอกหนาหลายพื้นที่ โดยเฉพาะอุทยานแห่งชาติภูเรือ อุณหภูมิวัดได้ 7 องศาฯ ต่ำสุดในรอบปี นักท่องเที่ยวทยอยมากางเต็นท์ค้างแรม สัมผัสอากาศหนาวที่ยอดภู ดูพระอาทิตย์ขึ้น และชมทะเลหมอก ขณะที่อุทยานแห่งชาติภูกระดึง อุณหภูมิ 8 องศาฯ ส่วนที่ผามออีแดง อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ อุณหภูมิวัดได้ 13 องศาฯ มีนักท่องเที่ยวอาศัยช่วงวันหยุดขึ้นมาสัมผัสอากาศหนาวเย็น รวมถึงชมวิวสามแผ่นดินกันอย่างไม่ขาดสายกรมอุตุนิยมวิทยา คาดหมายอากาศทั่วไป ระหว่างวันที่ 18-24 ธ.ค.65 บริเวณความกดอากาศสูง หรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงจากประเทศจีนแผ่ลงมา ปกคลุมประเทศไทยตอนบน ลักษณะเช่นนี้จะทำให้ประเทศไทยตอนบนมีอุณหภูมิลดลงกับมีลมแรง โดยบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนืออุณหภูมิจะลดลง 3-5 องศาฯ ส่วนภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพฯ ปริมณฑล และภาคตะวันออก อุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาฯ สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรง ทำให้ภาคใต้มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันจะมีกำลังแรงขึ้น อ่าวไทยมีคลื่นสูง 2-4 เมตร ทะเลอันดามันห่างฝั่งมีคลื่นสูง 2-4 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตรทั้งนี้ ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลง และระวังภัยที่เกิดจากลมแรงและอากาศแห้ง ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ตอนล่างระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสมซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก รวมถึงระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งไว้ด้วย ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเล อันดามันเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็ก ควรงดออกจากฝั่ง