เมื่อ 11 ธ.ค. สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้าสถานการณ์ความขัดแย้งในยูเครน ระบุกองทัพยูเครนได้ปฏิบัติการยิงถล่มเป้าหมายในเมืองเมลิตโตโปล จังหวัดซาโปริชเชีย ทางตอนใต้ของยูเครน ซึ่งอยู่ในความดูแลของกองทัพรัสเซีย ยอมรับเป็นการโจมตีค่ายทหาร ขณะที่รัสเซียชี้แจงว่าเป็นการโจมตีที่ทำให้พลเรือนเสียชีวิต ส่วนรัสเซียใช้โดรนโจมตีระบบไฟฟ้าในเมืองท่าโอเดสซา ทางตะวันตกเฉียงใต้ของยูเครน ส่งผลให้ไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง ส่งผลกระทบต่อประชาชนกว่า 1.5 ล้านคนวันเดียวกัน นายโอลาฟ โชลซ์ นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ชี้แจงสื่อเรื่องทำไมยังคงพยายามหารือกับนายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซียระบุว่าต้องการหาทางออกจากความขัดแย้ง ไม่คุยก็ทำอะไรไม่ได้ จุดยืนของรัสเซียเปลี่ยนไปเยอะมากเมื่อเทียบกับช่วงเริ่มความขัดแย้งเดือน ก.พ. นายปูตินสุภาพและใช้ภาษาเยอรมันได้คล่องแคล่ว แต่มองว่ายังมีความต้องการที่จะครอบครองดินแดนบางส่วนของยูเครน ขณะที่กระทรวงต่างประเทศเยอรมนี ปฏิเสธข้อเสนอของรัฐบาลโปแลนด์ เรื่องการส่งระบบต่อต้านขีปนาวุธและอากาศยานขั้นสูง รุ่น “แพทริออต” ให้ยูเครน เพราะอาวุธเป็นส่วนหนึ่งขององค์การนาโตไม่ใช่ให้กันง่ายๆ.